ต้องขอบคุณโอกาสดีๆ ที่ทำให้ได้อ่านหนังสือเล่มนี้คะ

ในช่วงเวลาการใช้ชีวิตเพื่อดำเนินกิจกรรมสำหรับการดำรงชีวิตในโลกใบนี้ การค้นหาความเป็นตัวตนยังคงเป็นถนนที่เดินได้ตลอดชีวิต และอาจจะมีอยู่บ้างที่คนเราจะเกิดอาการสับสนและไม่เข้าใจในความคิดและความรู้สึกของตนเอง

สำหรับฉัน การได้ลองทำ Self-Reflection ด้วยการอ่านหนังสือที่ให้แง่มุมใหม่ๆ ทำให้สมองมันถูกเปิดโล่ง เหมือนกำลังเดินอยู่กลางทุ่งหญ้าที่มีดอกไม้สวยๆ เต็มไปหมด

Life Lessons หนังสือที่มีชื่อไทยว่า ชีวิตสอนอะไรเราบ้าง เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่ต้องบอกว่า อยากจะขอบคุณตัวเองที่หยิบหนังสือเล่มนี้ออกมาจากชั้นหนังสือในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

หนังสือที่ดูเหมือนว่าหน้าปกจะดูเศร้าสักหน่อย แต่เพราะชื่อหนังสือที่ถูกแปลเป็นไทยได้อย่างน่าสงสัย จึงทำให้ฉันต้องตัดสินใจหยิบหนังสือเล่มนั้นเข้ามาดู การตัดสินใจยืมหนังสือเล่มนี้ออกจากห้องสมุด ดูเหมือนจะต้องคิดมาสักนิด ด้วยเพราะกำหนดเงื่อนไขของจำนวนหนังสือที่ฉันได้ยืมไว้เป็นตัวบีบให้ต้องคิดว่าจะเลือกยืมหนังสือเล่มไหนไปอ่านก่อนดี เพราะยังมีหนังสือรออยู่อีกหลายเล่มเชียวค่ะ

แต่แล้ว เมื่อลองเปิดอ่านเพียงไม่กี่หน้า จากการเปิดดูหัวข้อเรื่อง อาการตกหลุมและความสงสัยในตัวเอง มันก็กระฉากใจบอกว่า ยืมหนังสือเล่มนี้เถอะ เพราะน่าจะมีอะไรซ่อนอยู่มากมาย

และไม่ผิดหวังเลยค่ะ กับการได้อ่านหนังสือเล่มนี้ ฉันใช้เวลาอ่านสักประมาณ 2 สัปดาห์ ด้วยความต้องจัดสรรเวลาไปทำอย่างอื่นด้วย แต่เมื่อใดที่รู้สึกไม่ดีกับคำถามบางอย่างในใจ หนังสือเล่มนี้ทำให้ฉันเข้าใจโลกของตัวเองและเข้าใจโลกของผู้คนรอบข้างมากยิ่งขึ้น

ฉันมองเห็นอะไรหลายๆ อย่าง เพราะเรื่องเล่าจากกรณีศึกษาของคนที่ผู้เขียนทั้ง 2 คนได้กล่าวถึง มันเป็นจุดสะท้อนที่ทำให้เราได้มองตัวเองอย่างละเอียดและเบิกบานมากขึ้น

หรือนี่ อาจเรียกได้ว่า หนังสือเล่มนี้ช่วยให้ฉันได้มีสติกับการมองตัวเองผ่านเรื่องเล่าของคนอื่นนั่นเอง มันน่าจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ นะคะ

ในวันที่รู้สึกมึนงงกับหลายอย่าง คำตอบที่ทำให้ได้เข้าใจตัวเองมันสามารถหาได้จากหนังสือเล่มนี้ ความสวยงามและความเบิกบานของชีวิตจากสิ่งเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในการดำเนินชีวิต ฉันก็เจอจากหนังสือเล่มนี้เช่นกัน

และด้วยหนังสือเล่มนี้ ฉันจึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะมอบหนังสือที่ไว้สำหรับอ่านเพลิดเพลินแบบมีสาระให้แก่ห้องสมุดค่ะ เมื่อเดือนก่อนได้เลยนำหนังสือ 2 เล่มที่ตัวเองชอบไปมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ห้องสมุด พี่เจ้าหน้าที่ก็ดีใจที่ได้รับหนังสือ แถมยังบอกทิ้งท้ายว่าห้องสมุดไม่ค่อยมีงบสำหรับจัดซื้อลักษณะนี้ ฉันเลยดีใจเป็นพิเศษที่ได้มอบสิ่งเหล่านี้คืนแก่ห้องสมุด เพราะคุณค่าของหนังสือ 1 เล่ม นั้น จะมีประโยชน์ต่อใครอีกหลายคน หากมันได้อยุ่ที่สถานที่ที่เหมาะสมอย่างห้องสมุด ที่เปิดบริการให้นักศึกษา และบุคลากรได้ยืมหนังสือไปอ่าน

ความสุขใจเล็กๆ ที่ได้รับจากเงาสะท้อนจากหนังสือ ทำให้เราเข้าใจและเรียนรู้ตัวเองมากยิ่งขึ้น

ใครมีประสบการณ์แบบนี้ ก็มา share กันได้นะคะ ^_^