การให้ถือว่าเป็น จาคานุสสติกรรมฐาน เป็นตัวตัดความโลภ เมื่อความโลภมันตัดได้แล้ว กิเลส มันก็ยังอยู่อีกตัวหนึ่ง คือ ความโกรธเขาก็มาซ้อม ต้องจำไว้ว่าคนมีทั้งดีทั้งเลว จำไว้ว่าในโลกนี้ถึงจะทำความดีขนาดไหนก็ตาม คนที่เห็นความดีมันเห็นยาก ก็ไม่ควรจะมาโลกนี้อีกต่อไป ตัดสินใจอย่างนี้นะ ของที่ให้ไปแล้วก็ถือว่าก็แล้วกันไป ไอ้ที่เขาว่าก็ถือเป็นอโหสิกรรมไป แต่ว่าจำหน้าไว้ว่าคนนี้ไม่ควรให้ต่อไป ต้องทำตามพระพุทธเจ้าบอกอย่างบิดาท่านวิสาขาท่านแนะนำว่า "ผู้ให้เราจงให้ ผู้ไม่ให้เราอย่าให้" ถ้าเราให้เขาไป สมมุติเขามายืมของไป เขาส่งคืนเราก็ให้เขาต่อไป ถ้ายืมของไปแล้วเขาไม่ส่งกลับ คนนั้นเลิกให้ต่อไป แล้วไอ้คนที่เราให้ไปแล้วไม่รู้สึกคุณ ก็ไม่ควรจะให้ต่อไป(จากหนังสือหลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษเล่ม 5)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ทำความดีดีอย่างไรไยไม่เห็น

 ทำแทบเลือดตากระเด็นไม่เห็นหรือ

เพราะเหตุใดไยที่ทำพร่ำฝึกปรือ

ไยเล่าลือดื้อด้านพาลไม่ดี

 

.

ครูอาจารย์ท่านสอนยังอ่อนนัก

จิตที่ให้ไม่หนักสลักศรี

เป็นมงคลกว่าคิดเอาไม่เข้าที

ทำความดีเพื่อดีดีขึ้นใจ”

 

..

 “กุลมาตา”

๑๕ มีนา ๒๕๕๔

..

 

ช่วง ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งต้องพาลูกไป “ขี่ม้าบำบัด”

กระเตงลูกจากบ้านที่เมืองนนทบุรี ไปถึงหมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง

แถบบางกะปิ ไกลกันคนละฟากเมือง

แม่ขับรถไม่ได้ ก็ต้องใช้บริการรถสาธารณะ

รถเมล์ รถตู้ รถแท๊กซี่ รถสองแถวฯ

โชคดีที่ปัจจุบัน มีบริการรถตู้มาก ใช้เส้นทางที่สะดวก

รวดเร็วกว่ารถเมล์มากค่ะ

ไม่เช่นนั้น คงต้องใช้เวลามากมายในการเดินทางกระเตงลูกชายไป

..

 

 

 

ณ วันหนึ่งที่แม่พาลูกขึ้นรถตู้ไปขี่ม้าบำบัด

บังเอิญได้ยินบทสนทนาของ ๒ หนุ่มที่นั่งด้านหลังเราชัดเจน

ไม่ได้ตั้งใจจะฟังเธอหรอกค่ะ แต่หูได้ยินและสะดุ้งโดยอัตโนมัติ

เมื่อหนุ่มหนึ่งซึ่งเรียกตัวเองเป็นพี่พูดว่า..”ทำดีไม่ขึ้น”..

วิญญาณครูกระตุกให้คิดหลายครั้งค่ะ เพราะเท่าที่ได้ยินจากที่คุยกัน

ทั้งสองหนุ่มยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยกัน

“ถ้าเป็นลูกศิษย์ละก็..ฮึ่ม..ต้องจับมานั่งอธิบายให้ฟังซะแล้ว”

วิญญาณครูของดิฉัน อดปรุงแต่งฟุ้งไปไม่ได้

เพราะไม่อยากเห็น “อนาคตของชาติ”

คิดแบบไม่มีศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม

..

 

ดิฉันเองยอมรับเลยว่า ประสบกับการทำความดี

ที่คนไม่เห็นความดีมาตลอดนับจากอดีตถึงปัจจุบัน

ถามว่ารู้สึกแบบเด็กหนุ่มคนนั้นไหม ตอบได้ทันทีว่า “ไม่เลย”

แต่ที่ท้อ ล้า สับสน บ่น หรือโต้ตอบมาตลอดนั้น

เป็นเพราะเหนื่อย รวมทั้งแก้ปัญหาไม่ตรงจุดมากกว่า

หากความมั่นใจในการทำความดี

และการยอมรับข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นไม่เคยหมดค่ะ

โชคดีที่คุณแม่สอนมาแต่เด็ก และได้ฟังธรรมกับคุณแม่

แม้ท่านจากไปนานหลายปีแล้ว

ดิฉันก็ได้ดำเนินรอยตามคุณแม่ พาลูกเข้าวัด

แม้จิตใจยังไม่มั่นคง เพราะเจอปัญหา อุปสรรคมากมายในชีวิต

แต่ศรัทธาในธรรมะ การทำความดีมั่นคงแน่นอนค่ะ

เชื่อว่าเรายังทำดีไม่ถึงดี ยังแก้ปัญหาไม่ถูกจุด

จึงยังไม่หลุดและยังทุกข์ยังกังวลอยู่บ้าง

เมื่อเจอปัญหา อุปสรรค ขวากหนาม ในแต่ละครั้ง

โดยเฉพาะเรื่องการเลี้ยงลูก คนดูถูก คนเข้าใจผิดๆ

คนแกล้ง แข่งแย่ง คนอิจฉา หมั่นไส้สารพัด

ขนาดคนมีการศึกษาดี อาชีพการงานดีบางคน

หรือแม้แต่ญาติพี่น้องก็ตำหนิ และไม่สนับสนุนเรา

เพราะเขาคิดและทำตรงกันข้ามกับเรา

และอยากแย่ง อยากแข่งกับเรานั่นเอง

ไม่รวมชาวบ้านการศึกษาน้อย หรือคนบนเวบบางคนที่คิดแบบนี้

..

 

 

 

 ดิฉันคิดเสมอว่า..เพราะมีเหตุปัจจัยจากภายนอกที่เป็นอุปสรรค

ไม่ใช่แค่ตัวเราที่ยังมีข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข

เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก

จึงไม่สงสัยเรื่องการทำความดีแล้วต้องขึ้น ต้องได้เสมอไปค่ะ

แค่สุขใจว่าเราได้ทำ  ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร

ทำแล้วได้ผลดีตามเป้าก็ดีไป ยังไม่ได้ก็แก้ไขทำต่อไปค่ะ

มีกัลยาณมิตรทางธรรมให้คำปรึกษาที่ดี เป็นกำลังใจให้

แค่นี้..ก็สุขพอแล้วค่ะ "ดี" ขึ้นแล้วสำหรับการทำความดีของเรา

..

 

ขอนำการตอบคำถามเรื่อง “ทำดีไม่ขึ้น”

จากเวบhttp://board.palungjit.com/

มาฝากเป็นข้อคิดกันท้ายบันทึกนี้ค่ะ

..

 

 

ทำความดีไม่ขึ้น

ผู้ถาม: "แต่รายนี้บอกว่าเจ็บใจเหลือเกินเจ้าคะ ทำความดีมาหลายครั้งปรากฏว่าทำบุญแล้วไม่ขึ้น"


หลวงพ่อ:
"จะขึ้นไปไหน....การให้ถือว่าเป็นจาคานุสสติกรรมฐานเป็นตัวตัดความโลภ เมื่อความโลภมันตัดได้แล้ว กิเลส มันก็ยังอยู่อีกตัวหนึ่ง คือความโกรธเขาก็มาซ้อม ต้องจำไว้ว่าคนมีทั้งดีทั้งเลวจำไว้ว่าในโลกนี้ถึงจะทำความดีขนาดไหนก็ตาม คนที่เห็นความดีมันเห็นยากก็ไม่ควรจะมาโลกนี้อีกต่อไป ตัดสินใจอย่างนี้นะ ของที่ให้ไปแล้วก็ถือว่าก็แล้วกันไปไอ้ที่เขาว่าก็ถือเป็นอโหสิกรรมไป แต่ว่าจำหน้าไว้ว่าคนนี้ไม่ควรให้ต่อไปต้องทำตามพระพุทธเจ้าบอกอย่างบิดาท่านวิสาขาท่านแนะนำว่า "ผู้ให้เราจงให้ผู้ไม่ให้เราอย่าให้"ถ้าเราให้เขาไป สมมุติเขามายืมของไปเขาส่งคืนเราก็ให้เขาต่อไป ถ้ายืมของไปแล้วเขาไม่ส่งกลับ คนนั้นเลิกให้ต่อไปแล้วไอ้คนที่เราให้ไปแล้วไม่รู้สึกคุณ ก็ไม่ควรจะให้ต่อไป"


จากหนังสือหลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษเล่ม 5

http://www.praruttanatri.com/member/htm/tdmk.html

 

 

ศีลธรรม คุณธรรม และจรรยา

ต้องกลับมา..เป็นเช่น..ลมหายใจ