สภามหาวิทยาลัยไปเยี่ยมชื่นชมสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว
เมื่อวันที่ ๑๐ ก.พ. ๕๔ สถาบันนี้เป็นสถาบันแห่งชาติ
แต่อยู่ภายใต้การดูแลของมหาวิทยาลัยมหิดล
โดยมีประวัติความเป็นมาอ่านได้ที่นี่
และอ่าน ppt นำเสนอของ ผอ. สถาบัน นพ. สุริยเดว ทรีปาตี ได้ที่นี่
เป็น “สถาบันแห่งชาติ” ด้านการพัฒนาเด็กและครอบครัวหนึ่งเดียวของประเทศ แต่ได้รับงบประมาณและกำลังคนน้อย ดำรงอยู่ได้เพราะทำงานร่วมกับหน่วยปฏิบัติ ได้แก่กระทรวงต่างๆ โดยเฉพาะกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คือเข้าไปทำงานวิชาการให้แก่หน่วยปฏิบัติ และใช้ทรัพยากรของหน่วยปฏิบัติ เมื่อมีฝีมือ แสดงผลงานเป็นที่ประจักษ์ ก็มีโครงการพัฒนาร่วมกัน เช่นการจัดสมัชชาการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ สมัชชาท้องถิ่นด้านเด็กและเยาวชน
งานวิชาการนี้ ทำ ๓ ด้าน คือ (๑) วิจัย (๒) ถ่ายทอดความรู้ ผ่านหลักสูตร ป. โท สร้างบุคลากรที่ทำงานด้านเด็กและครอบครัว หรือสร้าง change agent ด้านนี้ให้แก่สังคม และ (๓) บริการวิชาการ โดยประสานงานด้านการพัฒนาเด็กและครอบครัว อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะลงไปในท้องที่และชุมชน
เป็นตัวอย่างที่ ม. มหิดล สรรหาบุคคลที่เหมาะสมที่สุดมาเป็นผู้บริหารสถาบัน โดยเชิญตัวมาจากกระทรวงสาธารณสุข และเป็นศิษย์เก่าของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ไม่มีการถือสีถือสถาบัน โดยที่ นพ. สุริยเดว มีผลงานโดดเด่นด้านการพัฒนาเด็กวัยรุ่น ในแผนงานสุขภาวะเด็กและเยาวชน สนับสนุนโดย สสส. ได้คิดตัวชี้วัดต้นทุนชีวิตเด็กและเยาวชนไทย มีการนำไปใช้อย่างกว้างขวาง
เมื่อมีผู้นำที่เข้มแข็ง ผู้ไปเยี่ยมชื่นชมสัมผัสได้ ถึงความกระตือรือร้นในการทำงานสร้างสรรค์ แม้จะมีกำลังคนน้อย แต่ก็มีพลังใจเต็มเปี่ยม
ความท้าทายยิ่งใหญ่ของสถาบันฯ ในสายตาของผมมี ๒ เรื่อง ที่สัมพันธ์กัน คือ (๑) ว่าเวลานี้ถือได้ว่าสถาบันมีผลงานโดดเด่นเป็นที่ยอมรับในวงการเด็ก เยาวชน และครอบครัว แต่ในภาพใหญ่ของคนไทย เรามีดัชนีความฉลาด (ไอคิว) ลดลง ในขณะที่ในประเทศตะวันตก ไอคิวเฉลี่ยของประชากรสูงขึ้นถึง ๑๕ จุดใน ๕๐ ปี สถาบันฯ จะทำงานเพื่อแก้ปัญหานี้ในระยะยาวอย่างไร ซึ่งผมคิดว่าต้องทำงานแบบเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (๒) ต้องเพิ่มจำนวนอาจารย์เป็น ๒ – ๓ เท่า (เวลานี้มี ๑๑ คน) ในเวลา ๑๐ ปี ซึ่งจะต้องวางแผนให้ได้คนดีและเก่งถึงขนาด ในสาขาวิชาที่เหมาะสมต่อการทำงานเด็กและครอบครัวในอนาคต
จุดสำคัญคือ สถาบันฯ ต้องเป็นผู้นำ นำสังคมไทยออกมาจากการทำงานเยาวชนและครอบครัวเชิงแก้ปัญหาหรือตั้งรับ สู่การทำงานเชิงรุก เพื่อสร้างสรรค์ให้สังคมมีเยาวชนที่มีคุณภาพ เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ
วิจารณ์ พานิช
๒๓ ก.พ. ๕๔
|
นักเรียนอนุบาลของศูนย์สิกขาวัฒนามารำต้อนรับ
|
|
ผู้อำนวยการ นพ. สุริยเดว ทรีปาตี กำลังบรรยายสรุป
|
|
เยี่ยมสถานที่ ที่จะเปิดเป็น adolescent clinic เรื่องใหญ่ของสังคมไทย
|
|
เยี่ยมศูนย์สิกขาวัฒนา
|
|
ถ่ายรูปหมู่ไว้เป็นที่ระลึก
|





ชื่นชมท่านอาจารย์ครับ..
ขอสนับสนุนสูนย์แห่งนี้ เด็กเท่านั้นเป็นอนาคตของชาติ เห็นตัวอย่างมาแล้ว
ไม่ว่าญิ่ปุ่น อิสราเอล
อาจารย์ หมอประเวศ พูดเรื่องนี้มานาน แต่ผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังมองไม่เห็น สถาบันครอบครัวคือต้นแบบไม่ใช่โรงเรียนและมหาวิทยาลัย