เช้าวันที่ ๒๓ ก.พ. ๕๔ ผมไปถึงตึกมหานครยิปซั่มก่อน ๗ น. หลังจากส่งสาวน้อยที่ รพ. รามา โดยผมมีนัดประชุมที่สถาบันคลังสมองฯ เวลา ๘.๓๐ น. ผมจึงมีโอกาสระลึกชาติ ย้อนกลับไป ๒๐ ปี
นี่คือ "ถิ่นเก่า" ของผม ในช่วงปี ๒๕๓๕ - ๒๕๔๐ เป็นเวลาประมาณ ๕ ปีเต็ม เพราะสำนักงานของ สกว. ตั้งอยู่ที่นี่ จะเรียกว่านี่คือสถานที่ชุบตัวของผมก็น่าจะได้ หลังจากไปชุบตัวอยู่ใน ต่างจังหวัดเกือบ ๒๐ ปี ทำงานวิชาการระดับภาควิชา ระดับคณะ และระดับมหาวิทยาลัย ก็กลับมา ทำงานพัฒนาระบบการจัดการงานวิจัยระดับประเทศ ซึ่งเมื่อมองย้อนหลัง ก็คล้ายๆ เป็นการชุบตัว คือทำให้ชีวิตของผมเปลี่ยนไป
อย่าคิดว่าการชุบตัวจริงๆ จะเหมือนการชุบตัวในนิยายจักรๆ วงศ์ๆ นะครับ ในความเป็นจริง แล้ว ชีวิต ๕ ปีที่สถานที่ทำงานอยู่ที่ตึกนี้เป็นความเครียดสุดๆ ในชีวิต เป็นช่วงเวลายาวนานที่ชีวิตของผมมี การดิ้นรน อดทน ต่อสู้ และร่วมมือ สารพัดจะต้องทำ ไม่ใช่ชุบตัวได้ในพริบตาเหมือน ในนิยาย
ชีวิตยามเช้ามืดในช่วงนั้นของผมเริ่มด้วยการ "วิ่งเพื่อชีวิต" เป็นการวิ่งออกกำลังบนทางเท้า ริมถนนศรีอยุธยา ออกไปยังถนนพญาไท เลี้ยวเข้าซอยรางน้ำ เลี้ยวกลับมาถนนราชปรารภ กลับมาที่ ตึกมหานครฯ วิ่งให้ได้เวลา ๓๐ นาที ให้เหงื่อออกโทรม จิตใจโปร่งสบาย พร้อมที่จะเผชิญงานหนัก และเครียดในวันนั้น
ทางเท้าริมถนนในช่วงเวลาเมื่อเกือบ ๒๐ ปีก่อนไม่เรียบและสะอาดอย่างสมัยปัจจุบัน ผมวิ่ง ตั้งแต่เวลา ๕.๔๕ น. ยังมืดอยู่ ต้องระมัดระวังไม่ให้สะดุดล้ม และต้องคอยหลบหลีกหลุมบ่อหรือ สิ่งกีดขวางที่ไม่คาดฝันไปตลอดเวลา
วิ่งทางเดิมไปนานๆ ก็เบื่อ ผมจึงวิ่งเลี้ยวซ้ายที่สี่แยกพญาไท ไปทางสี่แยกราชเทวี ออกไปทางประตูน้ำ แล้ววนกลับมาที่ตึกมหานครฯ การวิ่งไปทางนี้แหละทำให้ผมไปพบพญาไท คอนโดมิเนียม และซื้อห้องชุดในปี ๒๕๓๘ แล้วไปวิ่งออกกำลังตอนเช้าที่นั่นหรือบนทางเท้า วงใหม่รอบๆ อาคารนั้น รวมเวลาที่ผมวิ่งบนทางเท้ารอบๆ อาคารมหานครฯ ประมาณ ๓ ปี
วิ่งเสร็จเหงื่อโทรม ผมกลับไปนั่งทำงานบนตีก ชั้น ๑๘ พร้อมกับเปิดพัดลมเป่าคลายร้อน และช่วยให้เหงื่อแห้ง แล้วจึงอาบน้ำ ซึ่งตอนแรกก็มีปัญหา เพราะตึกนี้ไม่มีห้องอาบน้ำ ทางเลือก ที่ดีที่สุดคืออาบในห้องส้วม นั่งบนโถส้วม และราดน้ำด้วยฝักบัวล้างก้น ในวันแรกแม่บ้านของตึก โวยวายว่าใครมาทำน้ำนองห้องน้ำ ผมต้องไปสารภาพกับเธอ และบอกว่าต่อไปนี้เธอมีหน้าที่เช็ดน้ำ ให้แห้งทุกวัน เพราะผมต้องวิ่งออกกำลังทุกวัน เป็นการวิ่งเพื่อชีวิต
แม่บ้านคงจะดีใจที่ต้องเช็ดห้องน้ำที่น้ำนองอยู่เพียง ๓ ปี
ช่วง ๓ ปีนั้น ผมไปอาศัยอยู่กับพี่ภรรยาและพี่เขยที่ซอยลาดพร้าว ๘๐ ตอนเช้านั่งรถมาที่ ตึกมหานครฯ เพียง ๑๕ นาที ผ่านถนนร้ชดาฯ ที่เต็มไปด้วยสถานเริงรมย์ และเปิดค่อนรุ่ง ตอนเช้ามืดมีคนเมาขับรถก่ออุบัติเหตุอยู่เสมอ ผมไม่เคยเข้าใจคนเที่ยวกลางคืนและบ้าอบายมุข สงสัยว่า เขาสนุกกับการอดนอนตลอดคืนได้อย่างไร มาตอนนี้ข้างบ้านที่ปากเกร็ดมีร้านคาราโอเกะมาตั้ง ร้องเพลงกันตั้งแต่หัวค่ำยันรุ่ง ผมก็สงสัยว่าลูกค้าของเขาเป็นคนพวกไหน ทำไมไม่หลับนอน เตรียมตัวไปทำงานกัน ผมบอกตัวเองว่าคนเหล่านี้กับผมอยู่กันคนละโลก ในสายตาของเขาน่าจะเห็นว่าเขาอยู่บนสวรรค์ มีความสนุกสนานเป็นอาจินต์ คนแบบผมเป็นพวกบ้างาน คร่ำเคร่งไร้ความบันเทิงในชีวิต
เขาบันเทิงชีวิตในสถานเริงรมย์ ผมบันเทิงชีวิตในห้องประชุม ในบ้าน และ ระหว่าง การฝันเฟื่องเรื่องต่างๆ ของบ้านเมืองที่ตนเข้าไปเกี่ยวข้อง ผมโชคดีจริงๆ ที่ความสุข ความสนุก บันเทิงใจ กับงานเป็นสิ่งเดียวกัน
ย้อนกลับไปที่การวิ่งออกกำลังรอบตึกตอนเช้ามืด และไปนั่งที่ห้องทำงานก่อน ๖.๓๐ น. ทำให้ผมได้มีโอกาสสร้างข่าวเล่าลือ เมื่อมีคนมาขอพบด่วน และผมบอกว่าว่างเฉพาะตอนเช้ามืด เวลา ๖.๓๐ น. เท่านั้น เขาก็เล่าลือกันต่อๆ ไปในความขยันขันแข็งของผม สร้างความเห็นอก เห็นใจ เมื่อทำงานบางอย่างพลาดก็ยังได้รับความเมตตาเห็นอกเห็นใจ
วิจารณ์ พานิช
๒๓ ก.พ. ๕๔
อาคารมหานครยิปซั่ม