"แสตมป์นมแม่"

    สวัสดีค่ะชาวเครือข่ายพยาบาลชุมชนคนอุดรและผู้สนใจทุกท่าน  หิ่งห้อยกลางป่า เก็บเรื่องราวดีดีมาฝาก ในโอกาสที่ได้ไปร่วมเรียนรู้และถอดบทเรียนจากเวที KM ของCUPหนองหาน-กู่แก้ว ซึ่งเป็นเรื่องราว..เรื่องเล่าเร้าพลัง..คนทำงานได้ดีทีเดียว ลองอ่านดูเผื่อบางทีอาจนำไปต่อยอดการทำงานได้ค่ะ

    ต้องขอขอบคุณ คุณอุ๋ย...บรรดิษ สหัสสา..เพื่อนร่วมเครือข่ายที่ให้โอกาสได้เรียนรู้และอนุญาตให้เผยแพร่ ความสำเร็จที่สวยงามซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราเครือข่ายชาวอุดรฯ ที่ผลงานชิ้นนี้ ได้รับรางวัลผลงานวิชาการดีเด่น..รางวัลชนะเลิศระดับเขต ในกลุ่มแม่และเด็ก ในเวทีวิชาการ " เติมความรู้ ต่อความดี NP อีสานตอนบน" ค่ะ

                             

 แสตมป์นมแม่                                                                                 

        ธรรมชาติได้สร้างน้ำนมของแม่ไว้เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เพราะน้ำนมแม่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการที่ดีครบรอบด้าน อีกทั้งยังเป็นตัวเชื่อมประสานสายใยรักผูกพันที่ยิ่งใหญ่ของแม่และลูกที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ โดยจะหาสารอาหารอื่นใดมาเทียบกับนมแม่ได้ยาก แต่การที่จะทำอย่างไรที่จะส่งเสริมให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวจนครบหกเดือนนั้นกลับยากยิ่งกว่า..

“นี่ไงมาดูรูปน้องมิลด์สิ..หมอถ่ายรูปมาติดไว้เมื่ออายุห้าเดือน..น่ารัก..น่าตี..จริงๆ” เสียงป้าน้องมิลด์ร้องเรียกเพื่อนบ้านที่อุ้มลูกจูงหลานพากันมาฉีดวัคซีนตามนัด    

“เออ เออ..ดีจังนะที่มีภาพลูกหลานเรามาติดไว้ เรามาก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงทุกเดือน..ดูสิมีตั้งหลายคนลูกหลานบ้านเรานี่..น่ารักทั้งนั้นเลย”   หลายคนต่างเอ่ยปากเป็นเสียงเดียวกันและเข้ามารุมล้อมดูภาพที่ติดไว้ที่บอร์ด “แสตมป์นมแม่” ด้วยความสุข ซึ่งสังเกตได้จากแววตาที่เปล่งประกายสดใสบนใบหน้าที่เปื้อนยิ้มของทุกๆคน ....

“นี่เป็นเพราะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวนะ...ถึงได้มีภาพสวยๆมาติดไว้ตรงนี้..ใครที่ลูกยังไม่ครบหกเดือนก็พยายามหน่อยนะ..มีปัญหามาปรึกษาได้เลย...แล้ววันนี้ใครจะมาปั๊มตราประทับบ้างเอ่ย”พยาบาลประจำ รพ.สต.ร้องทักทาย ด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและเป็นกันเอง..

ย้อนหลังไปเมื่อ 3 ปีก่อน   การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน ซึ่ง มีเป้าหมายสูงถึง ร้อยละ 30 เป็นปัญหาสำคัญของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลค้อใหญ่ เพราะแม้จะพยายามเพียงใด แต่ก็ได้ผลเพียงระดับหนึ่งเท่านั้น ดังจะเห็นผลการปฏิบัติงานได้ตั้งแต่ ปี 2550 - 2552 พบอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน มีเพียงร้อยละ 3, 15 และ 16 ตามลำดับ

“ บรรดิษ สหัสสา” หรือ “ คุณอุ๋ย ” พยาบาลวิชาชีพ ประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลค้อใหญ่ อำเภอกู่แก้ว จังหวัดอุดรธานี ได้เห็นความสำคัญของปัญหาการดำเนินงานส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่  จึงร่วมกับทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรือ อสม.ในเขตรับผิดชอบ  ค้นหาแนวทางและพัฒนานวัตกรรม “แสตมป์นมแม่” เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

“แรงบันดาลใจมาจากตัวเอง..คือพี่มีลูกชายสองคน..คนแรกพี่จะถ่ายภาพเก็บใส่อัลบั้มไว้ทุกช่วงตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งเขาโตไปเรียนอนุบาล..แต่พอมีคนที่สองเราไม่ทำเหมือนคนแรก..แม่ทำไมผมไม่มีภาพถ่ายเยอะเหมือนพี่เขาล่ะ..” พี่อุ๋ยหยุดเล่าเรื่องสักพักเหมือนกำลังทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมา

“คือ..คำถามที่พี่ให้คำตอบลูกไม่ได้ ..ซึ่งก็ได้ข้อคิดว่า..เออ!นะถ้าเป็นลูกของชาวบ้านก็คงไม่ต่างจากลูกของเราหรอก..เมื่อโตขึ้นเขาคงรู้สึกเป็นสุขที่ได้เห็นภาพพัฒนาการความเปลี่ยนแปลงของตนเองมาตลอด นั่นมันหมายถึงพ่อแม่เฝ้าฟูมฟักด้วยความรักความห่วงใยต่อเขาเรื่อยมา..”

“แรงบันดาลใจที่สอง คือ ได้เห็นภาพ “คนดีประจำเดือน”ที่สถานีตำรวจ ซึ่งเป็นการให้เกียรติ            ให้กำลังใจ และยกย่องผู้ที่ทำความดี ประกาศให้คนอื่นได้รับรู้เพื่อนำไปเป็นแบบอย่าง  พี่จึงคิดว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก็ไม่แตกต่างกัน มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำ..แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากหากเราตั้งใจและเมื่อแม่ คนไหนทำสำเร็จเราก็ประกาศเกียรติคุณเขา พร้อมกันนั้นก็มีการติดภาพของลูกเขาไว้ให้เห็นพัฒนาการของลูกซึ่งเป็นผลสำเร็จจากน้ำนมอันสูงค่าของแม่ให้คนอื่นๆได้รับรู้

“พี่เริ่มจากเราเตรียมแนวทางวางรูปแบบร่วมกันของทีมเจ้าหน้าที่ก่อน และเมื่อนำลงสู่การปฏิบัติสิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องเตรียมแม่ตั้งแต่ลูกน้อยยังอยู่ในครรภ์  เรารู้อยู่แล้วว่าในพื้นที่เรามีใครบ้าง เรามีทะเบียนอยู่แล้ว ทุกครั้งที่มาฝากครรภ์จะเน้นเรื่องนมแม่พร้อมทั้งชี้แจงโครงการให้แม่ที่มาฝากครรภ์ทุกคนได้รับทราบรายละเอียดด้วย สิ่งสำคัญที่สองเราต้องมีผู้ช่วย คือ “แกนนำนมแม่” อสม.หรือแม่คนที่สองนี่เอง แล้วจากนั้นเมื่อแม่คลอดก็จะให้แกนนำออกเยี่ยมบ้านทุกสัปดาห์และมารายงานเราสม่ำเสมอพร้อมทั้งแจ้งให้เราทราบหากพบปัญหาเพื่อเราจะได้ลงช่วย ในสมุดสีชมพูของแม่จะติดเบอร์โทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้านไว้ สามารถโทรสอบถามได้ตลอดเวลา” คุณอุ๋ยเล่าถึงที่มาและการดำเนินงานให้เพื่อนวง ลปรร.ได้ร่วมรับรู้ ด้วยความเต็มอกเต็มใจ และจริงจังจนสังเกตได้... 

“แล้วพี่เตรียมแกนนำอย่างไร อสม. คะ บ้านละกี่คน อบรมอย่างไร แล้วให้เขาช่วยเราอย่างไร ในพื้นที่หนูก็ทำแต่อยากทราบว่าต่างหรือเหมือนกันไหม” ใครคนหนึ่งในวงยกมือถามด้วยความสงสัย

“อ๋อ! อสม.พี่ถือว่ามีความสำคัญเท่ากัน พี่จะให้เป็นแกนนำนมแม่ทุกคน เพราะเขาต่างก็มีพื้นที่ มีประชากรที่รับผิดชอบ เขาต้องสามารถแนะนำได้เหมือนกันหมด พี่จะจัดอบรมให้เพียงวันเดียวเพื่อชี้แจงโครงการ และเน้นการสอนเรื่องนมแม่อย่างเข้มข้น  พร้อมกับบอกแนวทางการติดตามเยี่ยมแม่ให้ด้วย โดยตอนตั้งครรภ์พี่ให้เขาช่วยแนะนำการมาฝากครรภ์ตั้งแรกเริ่มและให้ติดตามมาฝากต่อเนื่อง  หลังจากนั้นพี่จะฟื้นฟูความรู้ให้เขาทุกเดือนเมื่อมาประชุมประจำเดือนที่สถานีอนามัยรวมทั้งสอบถามปัญหาอุปสรรคต่างๆที่เขาพบเขาแก้อย่างไร ซึ่งเป็นการช่วยให้กลุ่มแกนนำเขามีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกันและกัน รวมทั้งบางปัญหาที่เขาแก้ไขไม่ได้หรืออาจไม่ถูกต้องเราก็จะช่วยเขาเคลียร์อีกที    พอถึงคลอดแกนนำจะออกติดตามเยี่ยมทุกสัปดาห์ โดยใช้ “บัตรสะสมแต้ม..นมแม่ดีที่หนึ่ง”แผ่นนี้นี่ๆ ” พี่อุ๋ยกุลีกุจอแจกแผ่นบัตรสะสมแต้มขนาดเล็กขนาดกว้างและยาวประมาณ 6 คูณ 20 เซนติเมตรที่ทำด้วยกระดาษชาร์ทสีให้สมาชิกในวงได้ชมและศึกษารายละเอียด

“กระดาษแผ่นนี้จะมอบหญิงหลังคลอด และแจ้ง อสม.แกนนำออกเยี่ยมดูแลเฝ้าระวังติดตามการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หากยังเลี้ยงด้วยนมแม่อย่างเดียวครบหนึ่งสัปดาห์แกนนำก็จะนำบัตรสะสมแต้มมา ประทับตราของ รพสต. และจะตามต่อไปหากครบสี่สัปดาห์ ถ้าใครครบพี่ก็จะออกไปถ่ายภาพเด็กมาติดไว้ที่บอร์ดแสตมป์นมแม่ซึ่งเป็นบอร์ดขนาดใหญ่ที่ติดไว้หน้า รพ.สต.ใครมารับบริการก็เห็นได้ชื่นชมกัน แล้วติดตามต่อไปเรื่อยๆจนครบหกเดือน”  พี่อุ๋ยหยุดพักสักครู่...เพื่อสังเกตดูเพื่อนๆร่วมวงซึ่งให้ความ สนใจกับนวัตกรรมแสตมป์นมแม่ของตนเองด้วยรอยยิ้มที่เป็นสุข...

 “ความพยายามไม่เหนื่อยเปล่า รู้ไหม..จากอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวที่ต่ำมากก่อนหน้านี้  เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละห้าสิบแปดเลยทีเดียว ซึ่งพวกเราทีมงานไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่หรืออสม.แกนนำนมแม่ ต่างก็รู้สึกภูมิใจและเป็นสุข และยิ่งเป็นสุขมากยิ่งขึ้นเมื่อได้เห็นภาพเด็กๆในพื้นที่ ที่เราเฝ้าดูแลต่างก็โตวันโตคืนด้วยน้ำนมของแม่ โดยเฉพาะเวลาเราไปยืนดูภาพที่แสตมป์นมแม่ขนาดใหญ่ซึ่งรวมภาพเด็กๆเอาไว้  จะเห็นหน้าเด็กเหล่านั้นเบ่งบานหน้าใหญ่ขึ้นเรื่อยๆปานดอกเห็ด มีโชว์อยู่ด้านล่างนะบางคนก็เห็นแล้ว ส่วนคนที่ยังไม่เห็นเดี๋ยวเราจะลงไปดูด้วยกัน”...พี่อุ๋ยเล่าไปพร้อมชี้มือลงไปที่ชั้นล่างด้วยสีหน้าอิ่มเอมอย่างเห็นได้ชัด..

“...และแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมตนเองอย่างเดียวครบหกเดือนเราก็จะมอบใบประกาศเกียรติคุณให้   โดยมีท่านนายอำเภอเป็นผู้ลงนามพร้อมกับเป็นผู้มอบให้ด้วยในวันแม่ 12 สิงหาคม ซึ่งคุณแม่ทั้งหลายที่ได้รับต่างก็ยิ้มแย้มแจ่มใสและเป็นสุขที่มีคนเห็นคุณค่าของพวกเขา และที่ลืมไม่ได้จริงๆคือกลุ่มแกนนำนมแม่หรือ อสม.ผู้มีจิตอาสาของเรานี่แหละ แกนนำคนไหนที่สามารถดูแลให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้อย่างเดียวครบหกเดือนเขาก็จะได้รับเกียรติบัตรประกาศยกย่องคุณงามความดีเป็น..อสม.ดีเด่นที่ช่วยสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่..ด้วย”

 “แล้วสี่สิบสองเปอร์เซ็นต์ที่กินนมแม่ไม่ครบหกเดือนนั่นล่ะมีสาเหตุอะไรบ้างค่ะ” เพื่อนร่วมวงยกมือและถามด้วยความสงสัย

“อ้อ! กำลังจะเล่าให้ฟังอยู่พอดี คือมันมีหลายอย่างนะ บางคนก็เป็นแม่ครั้งแรก แม้เราจะสอนท่าอุ้มลูกให้แต่ก็ยังอุ้มไม่เป็น ท่าให้นมก็ไม่ถูกก็เป็นปัญหาแล้วก็ไม่อยากให้ลูกดูดนมเพราะดูดแล้วเจ็บ  การแก้ปัญหา เราต้องไปสอนท่าทางต่างๆที่ถูกให้ สอนสามี สอนยายให้คอยช่วยดูแลด้วย  บางคนก็มีย่า มียายที่ค่อนข้างมีความเชื่อแบบเดิมเมื่อสมัยที่ท่านยังสาวๆ ตอนที่ท่านเป็นแม่หลังคลอดท่านก็จะถูกย่าหรือยายสอนไว้ว่าถ้าไม่ไห้ลูกกินข้าวไว ลูกก็จะไม่อิ่มเขาก็จะไม่เติบโต หรือ ร้องกวนกินนมบ่อยๆแม่ก็ไม่ต้องทำการทำงานกันล่ะ การแก้ตรงนี้ก็ต้องใช้เวลาสร้างสัมพันธ์ที่ดีไปเยี่ยมดูแลสม่ำเสมอ  และพี่ได้เห็นปัญหาน้ำนมไม่พอก็สำคัญ แม่หลังคลอดที่มีลูกสาวกับลูกชายจะแตกต่างกันนะ แตกต่างกันจริงๆ” พี่อุ๋ยย้ำถึงปัญหาข้อนี้พร้อมกับยืนยันด้วยประสบการณ์ที่ดูแลเรื่องนมแม่มานานว่า

“คนที่มีลูกชายจะมีปัญหามากกว่า เพราะเขากินนมเยอะมากจนนมแม่ไม่พอ วิธีแก้ปัญหาของเขาคือเขาจะหานมผสมมาให้กินเสริม บางคนก็จะป้อนข้าว  การแก้ปัญหานี้เราต้องไปทำความเข้าใจและร่วมค้นหาสเหตุจริงๆซึ่งส่วนใหญ่ที่พบก็คือเรื่องอาหารของแม่  เราจึงต้องแนะนำเรื่องอาหารบำรุงน้ำนมให้แม่ อาหารพื้นบ้านหาได้ง่าย..แกงหัวปลีใส่ปลาก็ได้ใส่ไก่ก็ดีได้ผลมากๆทีเดียวล่ะ”...พี่อุ๋ยเล่าพร้อมกับยกนิ้วโป้งขวาและมีสีหน้าขึงขังเป็นการการันตีสรรพคุณอาหารบำรุงน้ำนมสูตรเด็ดของแก แล้วตั้งหน้าตั้งตาเล่าต่อ...                                                                                                                                                                                                                                                                                     

“ไม่เพียงแค่อาหารนะ หากจะให้ดีเราต้องให้วิตามินไปกินเสริมด้วย หรือหากกินแล้วยังมีน้ำนมไม่พอพี่ก็จะฉีดยาบำรุงให้เลยนะ คือ ดูแลทั้งกายทั้งใจ..เพราะชาวบ้านเขาเชื่อว่าหากได้ฉีดยาบำรุงแล้วน้ำนมจะมาดี..แต่ไม่ได้ฉีดทุกคนนะ..เฉพาะผู้ที่มีปัญหาจริงๆ”  ในขณะที่เสียงเล่าของพี่อุ๋ยเริ่มลดระดับลง เพื่อนร่วมวงคนหนึ่งยกมือขึ้นถามทันที

“พี่คะ..พื้นที่หนูมีปัญหาหนักคือการอพยพแรงงานคลอดปุ๊บไม่เกินหนึ่งหรือสองเดือนแม่จะไปแล้วกรุงเทพบ้าง ชลบุรีบ้าง ที่นี่มีปัญหาบ้างไหมแล้วพี่แก้ไขอย่างไรคะ”

“มีสิ! เป็นปัญหาเหมือนกัน เรื่องปากท้องนะคะสำคัญมาก แม้เราจะพูดหรือให้เหตุผลกับเขายังไง แต่ด้วยว่ามันเป็นปัญหาเรื่องเศรษฐกิจของครอบครัวของเขาที่ไม่ส่งผลถึงแค่แม่ไม่มีจะกินแล้วลูกของเขาจะไม่เจริญเติบโต ไม่มีเงินทุนไว้สำหรับให้ลูกเขาได้เรียนหรอกนะ แต่มันยังเกี่ยวโยงถึงทุกๆชีวิตที่มีในครอบครัวเขา  เมื่อพี่พยายามถึงที่สุดแล้วก็ยังทำไม่ได้พี่ก็จะตัดปัญหานี้ออกไปเพราะมันไกลเกินกว่าที่พวกเราจะแก้ได้ ”  พี่อุ๋ย..ยิ้มและสบตากับเพื่อนร่วมวงที่ถามแล้วเล่าต่อถึงแผนการแก้ปัญหาว่า

“สำหรับกลุ่มที่มีปัญหาน้ำนมไม่พอในปีงบห้าสี่นี้ พี่จะเสริมเรื่องหมอนสมุนไพรนวดเต้านมเพื่อกระตุ้นน้ำนมให้มามากเพิ่มขึ้น คนที่มีหัวนมสั้นหรือบุ๋มพี่ก็เตรียมไว้แล้วว่า จะใช้นวัตกรรมไซริงค์ดึงงพี่คยไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้มาจากการประชุมวิชาการที่กรุงเทพเมื่อปีที่แล้ว...นี่ๆแบบนี้” พี่อุ๋ย..ยกนวัตกรรมขึ้นให้เพื่อนๆดู และเล่าต่อ...

“ที่สำคัญนะงานนี้สำเร็จลงได้ เพราะตัวพี่หรือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบต้องมีความมุ่งมั่นอดทน และต้องเป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์สถานการณ์เป็นด้วย..ที่ขาดไม่ได้คือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยเฉพาะ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นผู้ถือเงินงบประมาณไว้ เราต้องคืนข้อมูลให้เขาและเขียนโครงการเสนอขอรับงบประมาณจากเขา  คนสำคัญที่อยู่รายรอบแม่หลังคลอดโดยเฉพาะปู่ย่าตายายสามีของเขาเราก็ต้องให้ข้อมูล ให้แนวทางที่ถูกต้องกับเขาเพราะเขามีส่วนสำคัญจริงๆ ถ้ากลุ่มนี้เป็นฝ่ายเรารับรองว่าสำเร็จ  ส่วนทีมเจ้าหน้าที่ของเราเองก็ต้องร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นในหน่วยบริการหรือโรงพยาบาลก็ต้องประสานให้เกิดการสนับสนุนกิจกรรมของเรา และที่ขาดไม่ได้ คือ อสม.ของเรานี่แหละเพราะเป็นบุคลากรสาธารณสุขที่อยู่ใกล้ชิดประชาชน...และพี่ว่า...คราวหน้าเราน่าจะมีเวที แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับนมแม่ อาจะเป็นเรื่องหัวนมบอด บุ๋ม น้ำนมไม่พอก็จะดีนะ..”

      เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันนั้น จบลงด้วยเสียงปรบมือและเสียงขอบคุณของเพื่อนสมาชิก ที่ต่างก็เป็นนักปฏิบัติในเรื่องเดียวกัน ก่อนจากกันหลายคนต่างก็สวมกอดและสัมผัสมือกับพี่อุ๋ย หลายคน สัญญาว่าจะดำเนินงานต่อเพราะมีทุนเดิมอยู่แล้ว และเมื่อนำแนวทางของพี่อุ๋ยไปเติมต่ออีกเล็กน้อยก็จะสำเร็จได้ตามเป้าหมาย  ผู้เขียนก็ได้แต่หวังว่าเรื่องเล่าดีดีที่เป็นความสำเร็จเล็กๆไม่แตกต่างกับแสงหิ่งห้อยตัวน้อยที่อยู่ในกลางป่า  แต่กลับมีค่ายิ่งใหญ่ที่สามารถส่องประกายและเป็นแรงบันดาลใจ    ให้ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยบริการระดับรากหญ้า สามารถมองเห็นช่องทางที่เขาจะสรรค์สร้างการทำงานดีดีต่อไปด้วยหัวใจที่เป็นสุข....

 หิ่งห้อยกลางป่า..