เมื่อเราเปลี่ยน คนข้างเราก็จะเปลี่ยนด้วย

 

 

หลวงพ่อจรัล ท่านสอนอยู่เสมอๆว่า อย่าคิดไปเปลี่ยนใครเลย ให้เปลี่ยนตัวเราเองก่อน

เมื่อตัวเราเองดีแล้ว คนรอบกายเราเขาจะเปลี่ยนเอง

เรื่องนี้เกิดขึ้นกับภรรยาผมเองครับ หลังจากการที่ผมถือศิลแปดตลอดพรรษาเมื่อปีที่แล้ว

น้ำหนักลดลงเจ็ดกิโล  ภรรยาเห็นเราไม่กินข้าวเย็น บางวันก็เลยไม่กินด้วย หรือกินก็น้อยลง เพราะไม่รู้ว่าจะทำให้ใครกิน พอออกพรรษาน้ำหนักเธอลดลงห้ากิโล ได้รับอานิสงส์ของศิลแปดตามสามีด้วย

รุ่นน้องเธอบอกว่า

เนื่องจากภรรยาอนุญาติให้ถือศิลแปด ภรรยาได้บุญมากโดยไม่ต้องทำอะไร

เพียงแต่อนุญาตและมีจิตยินดีอนุโมทนาตามเท่านั้น

 

เธอบอกว่าการเก็บเกี่ยวบุญเป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้ที่รู้และเข้าใจ

พอผมบอกว่าจะไปปฏิบัติกรรมฐานกับท่านโชติกะ  เธอก็ขอตามไปด้วย เนื่องจากเธอก็เหมือนคนไทยทั่วๆไป  ชอบทำบุญทำทาน แต่ไม่เคยเข้าปฏิบัติภาวนา เธอเลยไปเป็นคนสุดท้ายที่เข้าปฏิบัติกรรมฐานมหาสติปัฏฐานสี่ ผมและลูกๆเข้าปฏิบัติธรรมก่อน (เชิญอ่าน ฤๅ..จะปล่อยประโยชน์มหาศาลให้ห่างไกล,เมื่อเด็กไทยจากต่างแดน มาปฎิบัติกรรมฐานที่เมืองไทย, อัศจรรย์จริงหนอ)

หลังจากการปฏิบัติเมื่อปีที่แล้ว เธอเปลี่ยนไปมาก ถึงกลับชวนผมไปปฏิบัติธรรมกับท่านอาจารย์โชติกะทุกเย็นวันศุกร์กับวันอาทิตย์  หนังสือธรรมะที่ไม่เคยอ่านและไม่สนใจจะอ่าน อ่านแต่ตำราทำกับข้าวอย่างเดียว ตอนนี้เริ่มอ่านหนังสือธรรมแล้ว แถมชอบเสียด้วย  เคยฝากให้ซิ้อหนังสือธรรมของอาจารย์ ดร. สนอง วรอุไร มาจากเมืองไทย ก็ไม่เคยแม้แต่จะแล  ตอนนี้เอาไปให้อ่าน  อ่านแล้วบอกว่าดี เธอบอกว่าอาจจะเคยได้เห็นอาจารย์ ดร. สนอง ตอนเรียนที่เชียงใหม่ เพราะตอนนั้นมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพิ่งเปิดท่านอาจารย์สอนที่คณะวิทยาศาสตร์  แถมตอนนี้ยังแอบฟังซีดีธรรมของหลวงพ่อปราโมชย์ที่ผมเอาไว้ฟังในรถ ฟังแล้วก็ชอบอีก  บอกว่าเดียวนี้ทำไมไม่เปิดฟังเหมือนเมื่อก่อน

มีวันหนึ่งหลังจากการปฏิบัติธรรมจากวัด  ตอนเปิดประตูจะเข้าบ้าน เธอพูดขึ้นมาลอยๆว่า

รู้อย่างนี้ ปฏิบัติตั้งนานแล้ว