หันหลังให้เกษตรแผนใหม่
การหันหลังให้เกษตรแผนใหม่ กลับมาทำเกษตรเพื่อการพึ่งตนเองเริ่มก่อตัวขึ้นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เมื่อเกษตรกรจำนวนหนึ่งต่างตระหนักแล้วว่า วิถีการเกษตรแผนใหม่ จะไม่นำมาซึ่งควมร่ำรวย แต่กลับจะนำพาหนี้สินความยากจน และความทุกข์มาให้ จึงเริ่มหันกลับไปทำเกษตรเพื่อการพึ่งตนเอง จนประสบความสำเร็จ สามารถพึ่งพาตนเอง ปลดหนี้สิน และหลายรายสร้างฐานะได้มากกว่าครั้งที่ทำเกษตรแผนใหม่เสียอีก เกษตรเพื่อการพึ่งตนเองที่ได้พัฒนาขึ้นมามีหลายรูปแบบ เช่น เกษตรผสมผสาน เกษตรธรรมชาติ เกษตรกรที่เป็นผู้บุกเบิกและพัฒนารูปแบบการเกษตรแนวทางนี้จนได้รับการยกย่องเป็นปราชญ์ชาวบ้านมีหลายท่าน เช่น พ่อมหาอยู่ สุนทรธัย พ่อเชียง ไทยดี พ่อชาลี มาระแสง พ่อผาย สร้อยสระกลาง พ่อคำเดื่อง ภาษี ผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม เป็นต้น
ปราชญ์ชาวบ้านท่านรู้ชัดถนัดยิ่ง ท่านทำจริงเข้าใจใช่แค่สอน
องค์ความรู้ประสบการณ์ท่านแน่นอน ทำมาก่อนจนสำเร็จเป็นวิชา
รู้คิดได้ ทำได้ ใช่แน่แท้ สู่เปลี่ยนแปรพัฒนาพาศึกษา
มีความรู้สร้างสรรค์ภูมิปัญญา ไม่มีคำนำหน้าว่า "ด๊อก.."ดอกนะเออ
ส่วนใหญ่มักหลงกับดักทางความคิด ที่คิดแบบลอจิกมากเกินไปเช่น
และ
ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นความผิดพลาดของตรรกะ ทางพุทธศาสนาเรียกพวกนี้ว่า พวกเอกังสวาท คือพูดหรือตอบด้านเดียว (รวมถึงคิดด้วย) ซึ่งจะเหมารวมว่าเป็นเหตุเดียวผลเดียวเสมอ
ทำให้พวกที่คิดแบบนี้ดู ถูกภูมิปัญญาท้องถิ่นคิดว่าตนเองดีเพราะเรียนสูง แต่หารู้ไม่ว่า ผู้ที่ใช้ประสบการณ์ในการเรียนรู้ถูกผิด คิดรอบด้าน คิดแบบแยกแยะ คิดหาเหตุหาผล เหล่านี้กลับมีความรู้มากกว่าพวกที่ทะนงตนในเรื่องการศึกษามากนัก
เห็นด้วยกับการพึ่งพาตนเองครับ...