ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาไทยตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 47 ประกอบด้วย 2 ระบบคือ 1.ระบบการประกันคุณภาพภายในและ 2. ระบบการประกันคุณภาพภายนอก
          กศน.อำเภอพระนครศรีอยุธยา  ได้ผ่านการประกันคุณภาพภายนอกโดย สมศ.ในปี 2551  และในปี 2554 ได้เข้ารับการประกันคุณภาพอย่างต่อเนื่องโดยรับการประกันคุณภายในโดยต้นสังกัด ในวันที่ 8 – 10 มีนาคม 2554

          การเข้ารับการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาสังกัดสำนักงาน กศน.  ต้องเข้ารับการประเมินตามมาตรฐาน 6  มาตรฐาน  27 ตัวบ่งชี้  ดังนี้
มาตรฐานที่ 1  ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย วัตถุประสงค์ กลยุทธ์และแผนพัฒนา           คุณภาพการศึกษา
มาตรฐานที่ 2 การจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
มาตรฐานที่ 3 การจัดการศึกษา นอกระบบประเภทการศึกษาต่อเนื่อง   
มาตรฐานที่ 4 การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย
มาตรฐานที่ 5 การบริหารจัดการ
มาตรฐานที่ 6 การทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย

          สำหรับการประเมินในมาตรฐานที่ 2  การจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน  มี 7ตัวบ่งชี้  หัวหน้างานการศึกษาพื้นฐานเป็นผู้ดูแล  มีทีมงานรวบรวมหลักฐานและดูแลตัวบ่งชี้ดังนี้

ตัวบ่งชี้ที่ 2.1  การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา  อ.พงศกร  เลิศวนิชกาญจน์

ตัวบ่งชี้ที่ 2.2  การพัฒนาสื่อและแหล่งการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน  อ.ศิริรักษ์  ท่าสระ

ตัวบ่งชี้ที่ 2.3  การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  อ.กิติคุณ  พานแก้ว และ อ.บุญตา  สังข์เงิน

ตัวบ่งชี้ที่ 2.4  ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความสามารถในการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักการจัดการศึกษานอกระบบ  อ.มันทิรา  ดีบุก

ตัวบ่งชี้ที่ 2.5  คุณภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษา  อ.น้ำฝน  อรรถโสภา

ตัวบ่งชี้ที่ 2.6  คุณภาพของพนักงานราชการ ครูอัตราจ้างและครูสอนเสริม  อ.รุ่งรวี  ธนะบุญ

ตัวบ่งชี้ที่ 2.7  คุณภาพของผู้เรียน/ผู้สำเร็จการศึกษานอกระบบ  อ.เมตตา  ชิงช่วง

                                                                                     
          ทีมงานได้รวบรวมเอกสารหลักฐานตามตัวบ่งชี้โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจาก  ครู และบุคลากรทางการศึกษา อันได้แก่ พนักงานราชการ  ครู ศรช.  ครู ปวช.  ครูสอนเสริม 
          การประเมินคุณภาพการศึกษาจากต้นสังกัดครั้งนี้  มีอาจารย์ราณี  น้อยสกุล  เป็นผู้ประเมิน  ได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานร่องรอยการปฏิบัติและการพัฒนางาน  มีคำแนะนำ  ข้อเสนอแนะในการจัดทำเอกสารเพื่อความสมบูรณ์  การเพิ่มเติมแบบรายงานข้อมูล ดังนี้ 
1.  การแต่งตั้งกรรมการบริหารหลักสูตร  ควรจะแต่งตั้งคณะกรรมการสถานศึกษาและภาคีเครือข่ายร่วมด้วย 
2.  เอกสารหลักสูตรรายวิชาบังคับและวิชาเลือก ควรกำกับลำดับหมายเลขเอกสารไว้ 
3.  หลักสูตรสถานศึกษาควรแสดงผลการวิเคราะห์ SWOT  เพื่อนำไปสู่การจัดการหลักสูตร การกำหนดรายวิชาสำหรับกลุ่มเป้าหมาย 
4.  การพัฒนาสื่อควรแต่งตั้งกรรมการบริหารและจัดการสื่อ  โดยมีบุคลากรของสถานศึกษา กรรมการสถานศึกษา และภาคีเครือข่าย  เป็นคณะกรรมการ 
5.  แบบสำรวจความต้องการสื่อ  แบบสำรวจความพึงพอใจในการใช้สื่อ  ให้ชี้แจงว่าเก็บข้อมูลเมื่อไร และให้แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลแยกระดับการศึกษา  ประถม ม.ต้น ม.ปลาย  เพื่อประโยชน์ในการอภิปรายผล  
6.  สื่อควรได้รับการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง 
7.  ครูควรมีแบบสำรวจข้อมูลนักศึกษารายบุคคล  เพื่อประโยชน์ต่อการวิเคราะห์ศักยภาพผู้เรียน  การจัดกลุ่มการเรียน  การแก้ปัญหาการเรียน 
8.  ครูสอนเสริมนอกจากจะจัดทำแผนการสอนแล้วต้องจัดทำสรุปผลการสอนในแต่ละภาคเรียน 
9.  ครูผู้สอนเมื่อเข้ารับการอบรมเพื่อพัฒนาตน หรือเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับการจัดกระบวนการเรียนรู้  ต้องรายงานผลการอบรมให้หัวหน้าสถานศึกษาทราบ  และจัดทำบันทึกการสอนว่าได้นำความรู้ที่ได้รับมาพัฒนาการจัดการเรียนรู้อย่างไร 
10.  การแนะแนว แนะนำ ให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียน  ทั้งก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียน ควรกำหนดเป็นแบบฟอร์มไว้เพื่อสะดวกในการจดบันทึก  และควรจดบันทึกเป็นนักศึกษารายบุคคล 
          จากข้อเสนอแนะข้างต้น  งานการศึกษาพื้นฐานจะได้ชี้แจงผู้เกี่ยวข้องเพื่อความเข้าใจ  นำไปสู่การแก้ไขปรับปรุงพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง  ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้รับบริการ  ชุมชน  สังคม  ต่อไป