ในยุคเดิม ครูสอนเด็กเพื่อให้สอบผ่าน   แนวคิดนั้นเป็นของศตวรรษที่ ๒๐ หรือ ๑๙ ด้วยซ้ำ   เป้าหมายของการเรียนในศตวรรษที่ ๒๑ คือปูพื้นฐานความรู้และทักษะเอาไว้สำหรับการมีชีวิตที่ดีในภายหน้า   ลักษณะของการเรียนรู้จึงเป็นสมดุลระหว่างคุณลักษณะซีกซ้ายและซีกขวา ๑๕ ประการ ดังต่อไปนี้

 

          ย้ำว่าไม่ใช่คอลัมน์ซ้ายผิด คอลัมน์ขวาถูก   แต่ครูเพื่อศิษย์ต้องใช้ทั้งแนวทางฝั่งขวาและฝั่งซ้ายอย่างสมดุล   คือต้องยึดถือแนวทาง both - and ไม่ใช่ either - or   ซึ่งเป็นแนวทางของระบบที่ซับซ้อนและปรับตัว

          ยิ่งนับวันสมดุลนี้จะให้น้ำหนักซีกขวามากขึ้น   เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงไป และสมองเด็กก็เปลี่ยนด้วย   ดังนั้นครูต้องเรียนรู้ทดลองวิธีปฏิบัติหน้าที่อยู่ตลอดเวลา โดยมีตัวช่วยคือ     ชร.คศ.   ที่ช่วยให้ครูเพื่อศิษย์ไม่เดียวดาย แต่มีเพื่อนร่วมทาง ร่วมอุดมการณ์ ร่วมเรียนรู้และบากบั่น  

          พลังการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑ ได้แก่ งานที่เน้นความรู้  เครื่องมือดิจิตัล  วิถีชีวิต  ผลการวิจัยด้านการเรียนรู้  และความต้องการทักษะในการดำรงชีวิตสมัยใหม่ ได้แก่ การแก้ปัญหา ความสร้างสรรค์ และสร้างนวัตกรรม การสื่อสาร การร่วมมือ ความยืดหยุ่น และอื่นๆ   พลังเหล่านี้เรียกร้องให้การเรียนรู้ในโรงเรียนต้องให้น้ำหนักซีกขวามากขึ้นเรื่อยๆ

          โดยครูเพื่อศิษย์ต้องมีสติระลึกรู้อยู่ตลอดเวลาว่า การเรียนการสอนต้องไม่ใช่เรื่องความรู้ของตน แต่เป็นเรื่องการคิดและทักษะของศิษย์   จุดเน้นต้องเปลี่ยนจากการสอนของครู ไปสู่การเรียนรู้ของศิษย์

          นั่นคือ มองเชิงเป้าหมายหรือเชิงกระบวนทัศน์ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง   ครูต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ในวิชาชีพการเป็นครู   ที่การเรียนรู้ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการทำงาน   ทักษะหลายอย่างเรียนรู้ได้น้อยระหว่างศึกษาในมหาวิทยาลัย   เพราะอาจารย์ในมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ ตำราส่วนใหญ่  และหลักสูตรต่างๆ ก็ยังอยู่ในกระบวนทัศน์เก่า   จึงเป็นความท้าทายว่า ชร.คศ. (ชุมชนเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์) จะเป็นเครื่องมือเปลี่ยนทั้งทักษะของครู เปลี่ยนวิธีจัดการเรียนรู้ของศิษย์   และเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของการศึกษาภาพใหญ่ในระบบการศึกษาไทยด้วย ได้อย่างไร

          เป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่เราต้องร่วมกันรับความท้าทายนี้   เพื่อบ้านเมืองของเรา และเพื่อศิษย์

 

วิจารณ์ พานิช
๕ ธ.ค. ๕๓
วันเฉลิมพระชนม์พรรษา