Reward Loop คำนี้ผมได้ยินครั้งแรกจาก "หมอกอล์ฟ" อาจารย์จิตวิทยาของมหิดล ซึ่งรู้จักกันในงาน UKM 19 ที่ตรัง ซึ่งอธิบายพฤติกรรมการเรียนรู้ของผม ซึ่งเมื่อผมเรียนรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว ปกติจะเรียนกันเป็นแท่งๆ แต่ผมก็จะนำความรู้แต่ละแท่งไปเชื่อมโยงกัน เกิดเป็นระบบการคิดแบบ Systematic thinking หรือการคิดเชิงระบบ
จากนั้นนำไปสู่การปฏิบัติ เมื่อปฏิบัติแล้วก็เกิด "ความสุข" ที่ได้ปฏิบัติ
ตาม Social Cognitive Theory ของแบนดูรา (Bandura, 1986) ถือว่าพฤติกรรมส่วนใหญ่ของปัจเจกบุคคลเกิดจากการเรียนรู้ ซึ่งการเรียนรู้ของปัจเจกบุคคลมีอยู่ 2 ส่วนด้วยกัน คือ
- การเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของตนเอง
- การเรียนรู้จากการสังเกตพฤติกรรมของคนอื่น หรือเป็นการเรียนรู้จากตัวแบบ (Modeling)
Reward loop นั้นเป็นการเรียนรู้จากพฤติกรรมของตนเอง แล้วมาผ่านกระบวนการคิดเชื่องโยงแล้วนำมาปฏิบัติ แล้วเกิดความสุข (ปิติ) จากการปฎิบัติ
ส่วนวิธีการของผมนั้น จะเป็นความสุข 2 ชั้น
- ชั้นที่ 1 เมื่อผมปฏิบัติแล้วก็เกิดความสุข
- ชั้นที่ 2 ผมนำความรู้นั้นไปถ่ายทอดให้นิสิต ทำนองเป็นเรื่องเล่า แล้วนิสิตจะ Reflection เขียนลงในสมุด Journal สกัดสิ่งที่ผมสอนออกมา บางครั้งก็เรียบเรียงเป็นคำคมต่างๆ เมื่อไปอ่านก็จะเกิดความสุขอีกครั้งหนึ่ง ว่าสิ่งที่ผมสอนนั้น นิสิตสื่อได้ เข้าใจได้ และนำไปปฏิบัติได้ด้วย
ตัวอย่างวันนี้ ผมจำเป็นจะต้องโทรศัพท์ไปเครือข่าย AIS ซึ่งผมมีเบอร์โทรอยู่ 1 เบอร์ เบอร์นี้ปกติโทรนาทีละ ๒ บาท...ผมจะคิดก่อนใช้
- ผมมีธุระที่จะโทรจริงๆ เพียง 1 หมายเลข และคงโทรประมาณ 10 นาที ผมจะต้องจ่ายเงินค่าโทร ๒๐ บาท ซึ่งมากไป
- ผมทราบว่า ถ้าสมัคร *500*10#แล้วโทรออก จะสมัคร Package เหมาโทรทั้งวัน24 ชั่วโมง ตั้งแต่หลังเที่ยงคืน ถึงเที่ยงคืนของวันนั้น เว้นช่วงเวลา 17.00-22.00 น. ในเครือข่าย AIS จะเหมาจ่ายเพียง 9 บาทต่อวัน
- ถ้าสมมุติว่าค่าใช้จ่ายต่ำสุดของการโทรคือ 25 สตางค์ต่อนาที ผมควรโทรได้ 36 นาที ต่อวัน ก็จะคุ้มค่าการโทร 9 บาท
- ถ้าคนคิดโปรโมชั่น ก็คิดว่า ปรกติคนๆ หนึ่งโทรวันหนึ่งได้ 4 ชั่วโมงก็คงจะเพียงพอแล้ว
- แต่ผมจะสามารถโทรได้เกิน 4 ชั่วโมงแน่ แค่ใช้การประชุมสาย 30 นาที โทรรวมกัน 6 สาย ใช้เวลารวมกันทั้งหมด เท่ากับ ๒ ชั่วโมงครึ่งแล้ว (ผมคิดและปฏิบัติชนิดที่คนออกโปรโมชั่นคาดไม่ถึง ซึ่งคนที่คิดแบบผมคงมีแค่ 0.5 เปอร์เซนต์ ไม่อย่างนั้นบริษัทโทรศัพท์มือถือคงขาดทุนเป็นแน่)
ปกติผมจะมีสมุดจด มี List หมายเลขโทรศัพท์ ตระกูล AIS อยู่ประมาณ 50 เลขหมายเลข ผมก็จะเลือกโทรไปตามเบอร์เหล่านั้น เวลาโทรรวมน่าจะอยู่ประมาณ ๓-๔ ชั่วโมง
มาลองติดตามดูว่า วันนี้ผมโทรไปไหนได้ความรู้อะไรบ้าง
- โทรไปหาผู้วิจัย เรื่องความก้าวหน้าของการวิจัย UKM
- โทรไปหานายอนุชา ภวายน ซึ่งเป็นศิษย์เก่าพร้อมพรรณ สัมภาษณ์การงานของเขา และเชื่อมโยงกับครูยงยุทธ แสงดานุช
- โทรไปหานายต๋อง ซึ่งทำงานอยู่ม.มหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์ สัมภาษณ์เพื่อเรียนรู้เรื่องการทำงานชุมชนของเขา
- โทรไปหาเพื่อนเก่า อิสระ อินตนัย ซึ่งอยู่ มอ.ปัตตานี ซึ่งมีญาติอยู่ที่อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อถามผลกระทบเมื่อหลายวันก่อนที่ผ่านมา
- โทรไปหาอาจารย์รุจิเรศ ที่ม.มหิดล เพื่อเล่าเรื่องราวการทำละคร ผ่านรายวิชา "การจัดการดำเนินชีวิต" ซึ่งเป็นรายวิชาหนึ่งใน General education ซึ่งอาจารย์ท่านนี้ ผมได้โทรไปเรียนปรึกษาเรื่องการออกแบบกระบวนการสอน หัวข้อ "จิตตปัญญาศึกษา" และ "พุทธปัญญา" ผมจึงนำเรื่องละคร ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้
- สิ่งที่ไม่ได้คาดหวังมาก่อน คือ ได้โทรไปมูลนิธิสคส ที่บ้านใหม่แถวเซ็นทรัลลาดพร้าว (แต่อยู่ซอยตรงกันข้าม) ผมได้ยินเสียงน้องใหม่ (พูดเร็วมากรู้สึกว่าจะเป็นน้องกิ๊ฟ) และได้ต่อสายให้คุยกับ "คุณอ้อ" และ "คุณธวัช"
กับ "คุณธวัช" ได้เล่าเรื่อง การสอนผ่านสมุด Journal ให้ฟัง ซึ่งคุณธวัชก็ให้ความสนใจมาก
ผมยังได้ขอความรู้จากคุณธวัชช่วงการเปลี่ยนถ่าย สคส จากการสนับสนุนของสกว มาเป็นมูลนิธิ ซึ่งได้ความรู้เชิงกระบวนการที่น่าสนใจ...
เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ มากมาย เป็นความรู้ปฏิบัติของคนอื่นๆ ด้วยการเสียเงินเพียง 9 บาท ได้ความสุข จาก Reward Loop (เน้นตรงที่เสียเงินเพียง 9 บาท แทนที่จะเสียเป็นร้อยๆ บาท..อิอิ)
สวัสดีค่ะ อาจารย์สมลักษณ์
อาจารย์สบายดีนะคะ ได้เห็นบันทึกของอาจารย์อีกครั้ง ไม่ทันคลิกลิงก์ก็นึกในใจว่าต้องได้เรียนรู้อะไรที่น่าสนใจแน่ๆ ^_^
มาอ่านบันทึกนี้ได้เรียนรู้แนวคิดและแนวปฏิบัติของอาจารย์ เป็นแนวทางที่น่าสนใจมากๆ เลยนะคะ
วิธีคิดก่อนใช้นี่ ได้ผลที่น่าสนใจมากๆ ค่ะ เราสามารถลดต้นทุนได้เยอะเลยทีเดียว แถมยังได้รับประโยชน์ที่คุ้มค่าและฝึกนิสัยการประเมินและคิดก่อนใช้ได้ดีจริงๆ
ขอบคุณมากๆ ค่ะ ^_^