นวัตกรรมกับความยั่งยืน
นับวันนวัตกรรมยิ่งมีความสัมพันธ์กับความยั่งยืนขององค์กรมากขึ้นเพราะ
- โลกร้อนขึ้นและภาวะอากาศแปรปรวน
- สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ทำให้เกิดความกดดันในการผลิตสินค้าและบริการที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
- ประชากรโลกที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาความแออัดของคนในเมือง
- การขาดแคลนพลังงาน ทำให้มีความพยายามในการหาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกอื่นๆ
- มีการหันมาใส่ใจในเรื่องสุขภาพอนามัยกันมากขึ้น
กระบวนการทางนวัตกรรมมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ รวมทั้งปรับปรุงสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้น นับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งในการเชื่อมโยงการพัฒนาทางนวัตกรรมกับความยั่งยืนของมนุษย์เพิ่มมากขึ้น เช่น
- สินค้าหรือบริการใหม่ๆ ที่ก่อให้เกิดความยั่งยืน เช่นเซลล์เชื้อเพลิง เซลล์แสงอาทิตย์ อาหารปลอดสารพิษ เป็นต้น
- กระบวนการใหม่ๆ เช่น กระบวนการที่ใช้ลดการใช้พลังงาน หรือการทำธุรกรรมผ่านทางอิเล็คทรอนิคส์แทนที่วิธีการดั้งเดิม เป็นต้น
- ตลาดใหม่ที่เกิดจากการใช้ประโยชน์จากเรื่องความยั่งยืน เช่น อาหารสะอาดสีเขียว การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นต้น
- ธุรกิจรูปแบบใหม่ที่มุ่งเน้นที่ความอยู่รอดที่ยั่งยืน เช่น การผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น Body Shop
นอกจากนี้ ยังมีแรงผลักดันที่ทำให้เกิดนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนอีก นั่นคือความสามารถในการสร้างสภาวะที่เปลี่ยนสภาพโดยสิ้นเชิง (Discontinuous condition) การเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันเป็นภัยคุกคามต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง และยังเปิดช่องทางให้มีคู่แข่งหน้าใหม่เพิ่มเข้ามาในธุรกิจ แนวโน้มที่ว่าสามารถสร้างขึ้นได้โดยจะต้องเปลี่ยนทัศนคติของสังคมหรือทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ เช่น การสูบบุหรี่ที่เคยคิดกันว่าสูบเพื่อการผ่อนคลายหรือแก้เครียด แต่ตอนนี้ความคิดดังกล่าวได้เปลี่ยนไปแล้ว ทุกวันนี้ทุกคนตระหนักว่าบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ รวมถึงเรื่องอาหารจานด่วนก็เช่นกัน ที่เชื่อกันว่าเป็นสาเหตุให้เกิดโรคอ้วนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทำให้บริษัทฯ ต่างๆ หันมาพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพสินค้าและคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่อง
กฎเกณฑ์ต่างๆ เป็นอีกแรงผลักดันที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขัน เช่นข้อบังคับเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเคมี การถลุงแร่หรือการขนส่งต่างๆ ทั้งในเรื่องของผลิตภัณฑ์และกระบวนการ กลุ่มสหภาพยุโรป ได้มีการออกกฎควบคุมเรื่องการปล่อยของเสีย และระบบการบำบัดของเสียอย่างเข้มงวด ทำให้ธุรกิจต่างๆ ต้องหันมาคิดนวัตกรรมในเรื่องผลิตภัณฑ์และกระบวนการรวมถึงรูปแบบการจัดการต่างๆ เพื่อตอบสนองต่อกฎเกณฑ์ดังกล่าว
การเปลี่ยนสภาพโดยสิ้นเชิง (Discontinuities) เป็นสิ่งที่ท้าทายต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างมากและนวัตกรรมกับความยั่งยืนเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อนที่ต้องการการบริหารจัดการแบบองค์รวม แต่ละนวัตกรรมเกิดขึ้นจากความสนใจและความใส่ใจที่จะแก้ปัญหานั้นๆ ต้องการปรับปรุงสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้น ในทำนองเดียวกัน การพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมนั้นจะต้องสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคด้วย โดยจะต้องรู้ปัญหาที่แท้จริงแล้วพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น