28 ก.พ.54 เรื่อง “งานวันคล้ายวันสถาปนา กศน. 2554”, 7 มี.ค.54 เรื่อง “ภารกิจวิทยาลัยในวัง”, 14 มี.ค.54 เรื่อง “กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน กศน.จังหวัดสมุทรปราการ”, 21 มี.ค.54 เรื่อง “โครงการส่งเสริมการอ่าน กศน.อำเภอธัญบุรี”

รายการสายใย กศน. วันที่  21  มีนาคม  2554


 

         เรื่อง “โครงการส่งเสริมการอ่าน กศน.อำเภอธัญบุรี”

         นายอิทธิเดช  สุพงษ์  ดำเนินรายการ

         วิทยากรโดย
         - นายปรีชา  ชื่นชนกพิบูล  ผอ. กศน. อำเภอธัญบุรี


         หลังจากที่รับนโยบายการส่งเสริมการอ่าน เมื่อปลายปี 2552   กศน.อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้จัดกิจกรรม “ส่งเสริมการอ่านเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต” 10 ครั้งแล้ว  โดยการจัดกิจกรรม 10 ครั้งนี้  เป็นการปูพื้นให้สนใจอ่านหนังสือ  เป็นกิจกรรมเชิงลุกลงสู่พื้นที่   จัดกิจกรรมแต่ละครั้งแตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละแห่ง  ซึ่ง อ.ธัญบุรี มีทั้งพื้นที่ที่เป็นเขตเมือง  เขตกึ่งเมืองกึ่งชนบท และ เขตชนบท ( คลอง 8 ขึ้นไป )   เช่นถ้าจัดกิจกรรมในเขตชนบทจะเน้นด้านการเกษตร ( ปลูกข้าว, ปุ๋ยชีวภาพ )

         ครั้งที่ 1  จัดในเดือน ม.ค.53  เน้นสาระเศรษฐกิจพอเพียง และกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ มีการให้ลงนามถวายพระพรคล้ายที่โรงพยาบาลศิริราช และรวบรวมส่งสำนักงานจังหวัด ผ่าน สนง.ส่งเสริม กศน.จังหวัด

         ครั้งที่ 2  จัดในเดือน ก.พ.53  ในวัด เน้นประเพณีพื้นบ้านทางพระพุทธศาสนา
         ครั้งที่ 3  จัดเมื่อวันที่ 13 มี.ค.53  เน้นเรื่องประวัติศาสตร์ 108 ปี เมืองธัญบุรี  มีวิชาชีพการทำลอดช่องไทย-เทียนอบ, ขนมครกโบราณ
         ครั้งที่ 4  จัดในเดือน เม.ย.53 จำนวน 3 วัน  ในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี คลองหก ต.รังสิต ( จัดร่วมกับบิ๊กซี และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี )

         ( เดือน พ.ค.53 ไม่ได้จัด เพราะติดภาระเปิดเรียนสายสามัญ )
         ครั้งที่ 5  จัด 7 วัน ตอนปลายเดือน มิ.ย. ถึงต้นเดือน ก.ค.53  จัดในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ระหว่างเวลา 10:00 - 22:00 น.

         จากการประเมินการจัดกิจกรรมครึ่งปีแรก พบว่าผู้ร่วมกิจกรรมมีความพึงพอใจในระดับค่อนข้างดี

         ในช่วงนี้มีการจัดตั้งห้องสมุดสาขาของห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” ( คลอง 2 ) ใน กศน.ตำบล ครบทุกคลอง  แต่ละแห่งเริ่มที่มีหนังสือ 50 เล่ม

 

         ครั้งที่ 6  จัดเมื่อวันที่ 2 ก.ค.53  ร่วมมือกับท้องถิ่น ( เทศบาลเคลื่อนที่ )  จัดในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี  โดย กศน.อ.ธัญบุรี ออกบูธนิทรรศการการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน และ 108 อาชีพ, การอ่านกลอน  ใน 3 เต้นท์ ยาว 36 เมตร  ระหว่างเวลา 09:00 - 24:00 น.  มีผู้เข้าบูธ 3 พันคน

         ครั้งที่ 7  จัดเมื่อวันที่ 9 พ.ย.53  ที่บ้านเด็กอ่อนรังสิต ต.รังสิต  เน้นการอบรมผู้ดูแลเด็กเล็ก ให้อ่านหนังสือให้เด็กฟัง

         ครั้งที่ 8  จัดเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.53  บริเวณหน้า กศน.อ.ธัญบุรี ต.บึงยี่โถ  เน้นเรื่องพัดยศ ( เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นชั้นเทพ )

         ครั้งที่ 9  จัดเมื่อวันที่ 13 ม.ค.54  ในโรงเรียนธัญรัตน์ ต.รังสิต  เน้นกิจกรรมวัยรุ่น เรื่องการแต่งตัว, เทคโนโลยี ( แชท BB ในเรื่องที่เป็นประโยชน์ ), และโครงการพระราชดำริ

         ครั้งที่ 10  จัดเมื่อวันที่ 16-17 ม.ค.54  จัดที่ เทสโก้โลตัสสาขาเมืองปทุมธานี  เน้นเรื่องวันครู ( กระแสพระราชดำรัสเกี่ยวกับครู )

 

         เมื่อวันที่ 14-20 ก.พ.54  ได้จัดอบรมการทำและการเชิดหุ้นนิ้วมือ ให้บุคลากร  ซึ่งการจัดกิจกรรมครั้งต่อ ๆ ไป จะลดการจัดนิทรรศการ แต่จะเน้นการเชิดหุ่นนิ้วมือในการอ่าน เป็นเรื่อง เช่นเรื่อง การสวมหมวกกันน็อค, สคบ. ( คุ้มครองผู้บริโภค : การซื้อรถยนต์-บ้าน, การใช้โทรศัพท์มือถือ ) มีแผ่นพับ, การขับรถจักรยานยนต์ย้อนศร
         โดยการจัดกิจกรรมในปีที่ 2 นี้ จะเน้นเพิ่มปริมาณการอ่านหนังสือ  ให้บันทึกลงในสมุดบันทึกการอ่านหนังสือของสมเด็จพระเทพฯ

 

         จากประสบการณ์การจัดกิจกรรมที่ผ่านมา พบว่า
         1. ต้องแยกกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน เช่น กลุ่มเดินห้าง-เดินตลาด, กลุ่มคนสวน, กลุ่มผู้สูงอายุที่อยู่กับบ้าน  ให้เขาเลือกหนังสือที่สนใจอ่านเอง
         2. บุคลากรต้องเต็มที่ บางครั้งต้องจัดกิจกรรมถึง 24:00 น. หรือ 20:00 น. เช่นกิจกรรมถนนคนเดิน

         3. ต้องสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ และรางวัล ให้พร้อม

 

         กิจกรรมที่กำลังดำเนินการคือ การจัดมุมที่อ่าน ของเอกชนเช่นในร้านกาแฟสดริมถนน และของราชการ ( ที่ว่าการอำเภอ )   สร้างนิทรรศการก๊วยเตี๊ยวเรือรังสิต

         เป้าหมาคือ “คนธัญบุรีอ่านหนังสือเดือนละ 1 เล่ม”

         ( เคยไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับโครงการ “การบริหารงานห้องสมุดโดยใช้กลยุทธ์การตลาด” ของ กศน.อ.พระนครศรีอยุธยา )

         อยากเห็นคนไทยมีวัฒนธรรมการอ่านเหมือนคนญี่ปุ่น ( อ่านทุกที่ )

 

 


รายการสายใย กศน. วันที่  14  มีนาคม  2554


 

         เรื่อง “กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน กศน.จังหวัดสมุทรปราการ”

         นายอิทธิเดช  สุพงษ์  ดำเนินรายการ

         วิทยากรโดย
         - นายนิธิพงศ์  ดวงมุสิก  ผอ. สำนักงาน กศน. จ.สมุทรปราการ


         หลังจากที่ สำนักงาน กศน. จ.สมุทรปราการ รับนโยบาย “ทศวรรษแห่งการอ่าน” ( พ.ศ.2552-2561 ) จากท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 ก.ย.52 แล้ว ได้จัดพิมพ์ “สมุดบันทึกการอ่าน” ขึ้น  ให้นักศึกษา กศน.ขั้นพื้นฐาน บันทึกว่า แต่ละวันอ่านหนังสืออะไร ผู้แต่งคือใคร เป็นหนังสือประเภทไหน ทั้งหมดมีกี่หน้า อ่านได้กี่หน้า  มีเนื้อหาสำคัญอย่างไร   เริ่มตั้งแต่ 1 ม.ค.53  โดยเก็บสมุดบันทึกคืนเดือนละครั้ง  มีคะแนนเก็บให้  ใครไม่ส่งครูจะติดตาม  ไม่จำกัดประเภทหนังสือที่อ่าน  เมื่ออ่านบ่อย ๆ จะเสพติดเป็นนิสัยที่ดี  ครูทุกคนให้นักศึกษาทุกคน ทุกอำเภอ ทั้งจังหวัดดำเนินการ  เป็นการฝึกการอ่านจับใจความ และย่อความ ที่คนรุ่นใหม่มีปัญหาด้วย  ให้บันทึกด้วยลายมือเพื่อฝึกการเขียนด้วย ( โครงงานต่าง ๆ ก็ให้เขียนด้วยลายมือ )
         - ทุกเดือนครูจะประกาศเกียรติคุณยอดนักอ่าน
         - ทุก 3 เดือน กศน.อำเภอจะประกาศเกียรติคุณยอดนักอ่านระดับอำเภอ
         - จังหวัดก็จะประกาศเกียรติคุณยอดนักอ่านระดับจังหวัด
         อาจารย์นิเทศของจังหวัด ออกไปนิเทศติดตามให้ทุกอำเภอรวบรวมสมุดบันทึกการอ่านส่ง
         ในเดือนแรก ( ม.ค.53 ) รวมการอ่านได้ 700,917 หน้า   ปัจจุบันอ่านได้ 6,297,014 หน้า

 

         กิจกรรมส่งเสริมการอ่านทั่วไป เช่น ห้องสมุดคอนโด ( อาสาสมัคร กศน. นำหนังสือใส่ตะกร้าหรือกระเป๋าไปส่งที่คอนโดฯ )   ในห้องสมุดมีมุมอ่านสบายสไตล์ กศน. ( มีอินเตอร์เน็ต กาแฟ  ดูตัวอย่างได้ที่ กศน.อ.เมืองฯ )   ศรช.เด่น คือ ศรช.ที่ อบต.แพรกกระสาใหม่ ได้รับการสนับสนุนจากท้องถิ่น มีหนังสือทุกหมวดหมู่  
         ขณะนี้ได้รับงบประมาณส่งเสริมการอ่านจากส่วนกลางอำเภอละ 100,000 บาท จะจัดกิจกรรมโครงการต่าง ๆ   และกำลังจะทำที่อ่านหนังสือประจำโรงงาน สถานที่ราชการต่าง ๆ ป้ายรถเมล์ เพื่อประชาชนทั่วไป แต่ยังขาดอาสาสมัครและสื่อ ( หนังสือ )

 

         กลยุทธ์สู่ความสำเร็จของการสงเสริมการอ่าน
         1) ให้ผู้อ่านกำหนดตัวเองว่าจะอ่านให้ได้วันละ 1 เล่ม หรือกี่หน้า
         2) เลือกอ่านหนังสือตามความต้องการ
         3) อ่านมากหรือน้อยไม่บังคับ   แต่ถ้าอ่านมากรู้มาก
         4) จัดกิจกรรมส่งเสริมให้อ่าน
         5) อ่านแล้วให้บันทึก
         6) กระตุ้นด้วยรางวัลเกียรติยศ ( ยอดนักอ่าน, คะแนน )

 

         ปัจจัยสู่ความสำเร็จ
         1) นักศึกษา ( หลักสูตร กศ.ขั้นพื้นฐาน )

         2) ผู้ประสานงาน ( ครู ศรช., ครูประจำกลุ่ม, อาสาสมัคร กศน. )
         3) เครื่องมือบริหาร ( สมุดบันทึกการอ่าน )
         4) จิตสำนึกในการอ่าน

 

         ปัจจัยเพื่อการบริหาร
         1) บุคลากรต้องเห็นความสำคัญก่อน

         2) บุคลากรและนักศึกษามีส่วนร่วม
         3) ติดตามอย่างใกล้ชิดสม่ำเสมอด้วยความเอาใจใส่ของผู้บริหารทุกระดับ

 


 

รายการสายใย กศน.  วันที่  7  มีนาคม  2554


 

         เรื่อง “ภารกิจวิทยาลัยในวัง”
         ดำเนินรายการโดย นายอิทธิเดช  สุพงษ์
         วิทยากร คือ
         - สุวรรณี  รัตนรอด  รอง ผอ.รักษาการ ผอ.ศูนย์ กศน.กาญจนาภิเษก ( วิทยาลัยในวัง )
         - เสาวณี  รักคง  หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ
         - เยาวรักษ์  บุญจันทร์  หัวหน้ากลุ่มพัฒนาวิชาการ

         ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก ( วิทยาลัยในวัง ) สังกัด กศน. เป็นสถานศึกษาด้านศิลปวัฒนธรรมไทย ( วิชาชีพช่างสิบหมู่ และ วิชาชีพระยะสั้นเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมไทยตามวิถีชีวิตของคนไทยในอดีต ในเชิงอนุรักษ์และประกอบอาชีพได้ )   เดิมอยู่ในสำนักพระราชวัง เมื่อมีนักศึกษามากขึ้น สมเด็จพระเทพฯทรงพระกรุณาพระราชทานที่ทรัพย์สินส่วนพระองค์  เลขที่ 301 ม.5 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ สร้างเป็นศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก ( วิทยาลัยในวัง )  ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539  มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประสานและส่งเสริมสนับสนุน ตลอดจนอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาชีพศิลปะช่างสิบหมู่ให้กับเยาวชนและประชาชนทั่วไป  เพื่อร่วมกับสืบทอดอนุรักษ์งานช่างศิลป์ไทยให้ยั่งยืนตลอดไป    มีการจัดการเรียนการสอนร่วมกับเครือข่าย ภายนอกสถานศึกษาด้วย เช่น เรือนจำ, สถานพินิจ ( ผู้ถูกคุมประพฤติ ), พนักงานธนาคารไทยพาณิชย์, มุสลิมสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

         เริ่มแรกเป็นการจัดสอนช่างสิบหมู่ ต่อมาเพิ่มหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นอื่น ๆ ( 40, 60 ชั่วโมง ) เกี่ยวกับวิถีชีวิตของหญิงไทยในอดีต เช่น การร้อยมาลัยชาววัง, บายศรีใบตอง บายศรีผ้า, อาหารคาวหวาน อาหารชาววัง ( วิชาอาหารชาววังเป็นวิชาที่โดดเด่นมีผู้สนใจเรียนมาแย่งกันสมัครตั้งแต่ 05:00 น. แต่รับได้ครั้งละ 1 ห้องเรียน 20-30 คน )
         การจัดการศึกษา 2 รูปแบบ
         1. ศิลปะไทยโบราณ ช่างสิบหมู่ ( มีมากกว่า 10 ช่าง ) เช่น ช่างเขียน ( เป็นพื้นฐานของช่างอื่น ๆ ), ช่างรัก ช่างหุ่นหัวโขน ช่างกลึง ช่างบุ ช่างสลัก ช่างปั้น    กลุ่มเป้าหมายมีหลากหลายอายุ หลากหลายชาติพันธุ์ ( ในไทย ) พระภิกษุก็เรียนได้   คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ที่จะเรียนคือ ใจรัก + ขยัน  อายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี  เรียนฟรีทุกคน  หลักสูตร 800 ชั่วโมง ( 8 เดือน )  จบแล้วจะได้เข้าเฝ้ารับพระราชทานประกาศนียบัตรจากพระองค์ท่าน ซึ่งในวันนั้นจะมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานของนักศึกษาให้ทอดพระเนตร

         2. วิชาชีพหลักสูตรระยะสั้น ศิลปวัฒนธรรมไทย หลักสูตร 40 ชั่วโมง ( 8 วัน ) หรือ 5 ชั่วโมง ( 09:00-15:00 น. ) เช่น วิชาบรรจุภัณฑ์, อาหาร ( อาหารว่าง, อาหารคาว, ขนมไทย ), ศิลปะการผูกผ้า, เครื่องแขวน, ตกแต่งผลิตภัณฑ์, จัดดอกไม้สด, พับผ้าเช็ดหน้า, ผ้าด้นมือ, ดอกไม้ดินไทยดินญี่ปุ่น

         รวมนักศึกษาเรียนจบไปแล้วประมาณ 12,700 คน

         ผู้สนใจจะเรียน สืบค้นข้อมูลได้จากเว็บไซต์ของวิทยาลัยในวัง ที่ www.nfe.go.th/0415/   หรือทางโทรศัพท์ 02-4313623-4

 


 

รายการสายใย กศน. วันที่  28  กุมภาพันธ์  2554


 

         เรื่อง “งานวันคล้ายวันสถาปนา กศน. 2554”

         นายอิทธิเดช  สุพงษ์  ดำเนินรายการ

         วิทยากรโดย
         - นายอภิชาต  จีระวุฒิ  เลขาธิการ กศน.


         งานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เป็นงานที่กว้างขวาง กลุ่มเป้าหมายคือคนที่อยู่นอกระบบโรงเรียนทุกคน  ต้องจัดการศึกษาทั้งสายสามัญสายอาชีพและการศึกษาตามอัธยาศัยไปพร้อม ๆ กัน  รัฐบาลมอบหมายให้จัดการศึกษาอีก 3 กลุ่ม คือ
         - เด็กออกจากโรงเรียนกลางคัน
         - เด็กเร่ร่อน เด็กพิการ ที่ไม่เข้าในระบบ
         - เด็กในวัยเรียนบนพื้นที่สูง 3-4 จังหวัดในภาคเหนือ ที่โรงเรียนในระบบและโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทำไม่ได้  ( สอนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาภาคบังคับ )


         ประเทศไทยเริ่มงานการศึกษาผู้ใหญ่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2490 กว่า  ถึงวันที่ 22 มี.ค.2522 จึงเป็นกรมการศึกษานอกโรงเรียน  ต่อมาเปลี่ยนเป็นสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน  จนถึงวันที่ 4 มี.ค.2551 ปรับฐานะเป็นสำนักงาน กศน.  ( ยังไม่มีฐานะเป็นกรม แต่เลขาธิการมีฐานะเป็นอธิบดี )   ขณะนี้กำลังจะเสนอกฎหมายยกฐานะขึ้นเป็นกรมเหมือนเมื่อ 22 มี.ค.2522 แต่สังกัด สนง.ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จะเข้าที่ประชุม ครม. หลัง พรบ.เงินเดือนผ่านสภา  ( ตอนนี้กำลังจะมีรองเลขาธิการ 4 คน )


         วันที่ 4 มี.ค. เป็นวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงาน กศน.ยุคปัจจุบัน  ขณะนี้ผ่านมา 3 ปี  จะจัดงานเฉลิมฉลองขึ้นในวันที่ 4 มี.ค.54  ท่าน รมว.ให้ความสำคัญกับงานนี้ ช่วงเช้าจะมอบโล่-เกียรติบัตร 156 ท่าน ที่หอประชุมคุรุสภา,  และเวลา 10:30 น. ทำบุญที่ สนง.กศน.,  เวลา 17:00 น. รับประทานอาหารสังสรรค์กิจกรรมครอบครัว กศน. ที่หน้ากระทรวงฯ

         3 ปีที่ผ่านมา คน กศน. ทุ่มเทการทำงานเกิดประสิทธิผลมาก เกินการลงทุน ได้ผลงานเกินเป้าหมายทุกปี ได้รับการชมเชยจาก ก.พ.ร. และสำนักงบประมาณ  แต่อ่อนด้อยการประชาสัมพันธ์ ในหนังสือพิมพ์มีข่าวประชาสัมพันธ์น้อย  ปีหนึ่งมี 52 สัปดาห์ ควรมี 40 ข่าว/ชิ้น  แต่ปีแรกมี 29 ข่าว ปีที่ 2 มี 30 กว่าข่าว  ปีที่ 3 ลดลง เพราะ รมว.ให้ข่าว กศน.เอง    ข่าวศูนย์วิทย์ฯเป็นรูปธรรมมากกว่า  ข่าว ศฝช.อ่อนด้อยกว่า,   กศน.อ. มีข่าวน้อย   ขอชมเชย กศน.เขตบางกอกน้อยและเขตดุสิต มีข่าวเรื่อย ๆ โดยทำกิจกรรมจริง

         บางหน่วยงาน ข้อมูลในเว็บไซต์ไม่อัพเดท ( กำลังรอดูผลงานนักวิชาการคอมพิวเตอร์ที่บรรจุใหม่ )


         ช่วงต่อไปนี้ ข้าราชการ กศน. จะเกษียณอายุกันมาก   ในวันที่ 1 ต.ค.2560 จะเหลือ 20 % ( อาจเหลือไม่ถึง 1,000 คน )  ต้องสรรหาคนมาเพิ่ม  ( ตอนนี้มีอัตราข้าราชการพลเรือนสามัญว่าง 36 อัตรา จะรับโอนย้ายคนภายใน 12 อัตรา และรับสมัครสรรหา 24 อัตรา )    คนใน กศน. ถูกลดอัตรากำลังมาโดยตลอด เช่นศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษาเหลือ 10 กว่าคน   ท่าน รมว. จึงให้ กศน. ทำแผนเพิ่มอัตรากำลังข้าราชการครู+ข้าราชการพลเรือนสามัญ หนึ่งหมื่นอัตรา ใน 3 ปี  กำลังจะนำแผนฯเข้า ครม.  โดยในปี 2555 จะเพิ่ม 7 พันอัตรา ( บรรจุใหม่ รับสมัครจากพนักงานราชการ กศน. ) ใช้งบประมาณ 1,750 ล้านบาท  เพื่อให้ทำงานที่ได้รับมอบหมายมากต่อไปได้  เช่นงาน กศน.ตำบล 7,409 แห่ง  ซึ่งระยะแรกเป็นอัตราพนักงานราชการ  ถ้าตำบลละ 3 คนจึงจะทำงานได้ดี
         และปีนี้ กศน. ทำโครงการสร้างศูนย์ดาราศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงมีพระชนมายุครบ 84 พรรษา  จำนวน 4 แห่งใน 4 ภูมิภาค   ภาคใต้ที่นครศรีธรรมราช ภาคเหนือที่ลำปาง  ภาคอิสานที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา  ภาคกลางที่อยุธยา กำลังเลือกระหว่าง อ.อุทัย กับ อ.พระนครศรีอยุธยา  ( ควรอยู่ใกล้ศูนย์วิทย์ฯ เพราะศูนย์วิทย์ฯเป็นผู้ดูแลบริหาร )  โดยจะมีเครื่องฉายดาว ( ปัจจุบันมีที่ เอกมัย รังสิต และกำลังจะสร้างที่ร้อยเอ็ด   ยังไม่พอบริการ )   ซึ่งก็ต้องใช้อัตรากำลังคน
         การรับสมัครสอบเป็นครูผู้ช่วย มีผู้สมัครรอบแรก 5,800 คน  ขยายเวลารับสมัครในวันที่ 14 โดย กศน.จะทำความตกลงกับ ก.ค.ศ. ให้โอกาสผู้ที่ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู แต่มีใบรับรองสิทธิ์ สมัครได้  ( ก.ค.ศ.กำหนดว่า การรับเฉพาะคนภายใน ไม่มีการขึ้นบัญชี )
         นอกจากนี้กำลังมีการสอบคัดเลือก ศน.ส่วนกลาง ประมาณ 10 อัตรา,  ผอ.กศน.อ. ว่าง 94 ตำแหน่ง มีผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบ 100 กว่าคน   และ กศน.จ. กำลังจะได้อัตราข้าราชการพลเรือนอีก  จะรับจากคนภายในตลอด นอกจากสาขาที่คนของเราไม่มี
         สายนายช่าง วุฒิ ปวส. กำลังจะปรับจากนายช่างชำนาญการ เปลี่ยนเป็นนายช่างอาวุโส ( ต้องยุบอัตราบางอัตรา )   ลูกจ้างในส่วนกลางควรไปสมัครสอบที่ต่างจังหวัดให้ได้ก่อน แล้วมาบอก
         ได้รับโทรศัพท์จากครู กศน. ทั่วประเทศ มากกว่ารับจากผู้บริหาร


         ในส่วนของกิจกรรม กศน.  การศึกษาสายสามัญจะยังไม่เปลี่ยนหลักสูตร แต่จะพัฒนาโดย
         1. ประเมินผลโรงเรียนผู้ใหญ่ ( จังหวัดละ 1 แห่ง ) เมื่อนักศึกษาเรียนจบ ( 2 ปี )
         2. การสอบเทียบความรู้หน้าจอ  ใครพร้อมก็สอบได้เลย  ( พัฒนาไปแล้ว 50 % )
         3. บริษัทเอกชนส่งแบบเรียนให้ตรวจและมีจำหน่ายในท้องตลาดแล้ว 30 บริษัท  ประกอบกับ รมว. ให้ส่วนกลางเป็นผู้กำหนดราคากลาง  ฉะนั้นราคาจะถูกลง  จะใช้วิธีซื้อจากเอกชน หรือจ้างพิมพ์จากแบบเรียนของ กศน. ก็ได้

         4. เพิ่มจุดเทียบระดับความรู้  ถ้าจังหวัดใหญ่เช่น เชียงใหม่ นครราชสีมา จะเพิ่มเป็น 3 จุด ( อาจเป็น ฝาง สีคิ้ว บัวใหญ่ ) เพื่อให้กรรมการไปดูถึงสถานที่ประกอบอาชีพของผู้ที่ขอเทียบระดับได้ ไม่ใช่ดูจากเปเปอร์อย่างเดียว  ( มีการทุจริต ซึ่งผิดทั้งวินัยและอาญา )


         หน่วยงานยังมีการประสานงานในแนวราบน้อย
         งาน Tutor channel คนติดแล้ว ลดการประชาสัมพันธ์ลงได้  ขอบคุณ Tutor ทุกคน และคุณศิริบูรณ์  ณัฐพันธ์ ที่เป็นพิธีกรอย่างเป็นกันเองกับเด็กและเข้ากับท่าน รมว.ได้ดี  ขอบคุณทีมงานศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา
         คาราวานศูนย์วิทย์ฯ ที่สัญจรไปยังที่ต่าง ๆ ได้รับคสามสนใจมาก คุ้ม
         ศฝช. ให้จัดการศึกษาเกษตรธรรมชาติเป็นงานแกนหลัก แบ่งเขตการทำงานกับ กศน.อำเภอ ให้ชัดเจน


         โครงการพิเศษใหม่ สมเด็จพระเทพฯให้ กศน. เข้าไปช่วย ร่วมจัดการศึกษากับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศ

         3 ปีที่ผ่านมา ประชาชนพึงพอใจ กศน. มาก  แต่ยังไม่เพียงพอ โดยรัฐบาลให้ดำเนินการ 30 ล้านคน ภายใน 3 ปี   ครู กศน.ตำบลต้องเดินสำรวจอยู่ในหมู่บ้าน ไม่นั่งรออยู่ใน กศน.ตำบล   ผอ.กศน.อำเภอ ต้องออกนิเทศ กศน.ตำบลมากขึ้น   ปีนี้ได้งบก่อสร้าง กศน.ตำบล 700 แห่ง แต่เริ่มก่อสร้างได้แค่ 100 แห่ง   ปีหน้า รมว.ให้ตั้งงบประมาณก่อสร้างให้ครบทุกตำบล
        

         ช่วงนี้เลขาธิการฯจะไปพบผู้บริหาร (ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัด ผอ.สถานศึกษาขึ้นตรง รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัด และ ผอ.กศน.อำเภอ) ในภูมิภาคต่าง ๆ วันที่ 26-27 ก.พ.54 ที่ ภาคเหนือ (โรงแรมอัมรินทร์ลากูน จังหวัดพิษณุโลก ),  วันที่ 5-6 มี.ค.54 ภาคกลางภาคตะวันออก ที่กรุงเทพฯ   สัปดาห์ต่อ ๆ ไป คือภาคใต้ที่สุราษฎร์ธานี และภาคอิสานที่ขอนแก่น

         ที่ผ่านมา เลขาธิการ กศน. พูดตามความรู้สึก บางครั้งพูดไม่เพราะ ต้องขอโทษ  หลังวันที่ 4 มี.ค.54 เป็นการทำงานแบบใหม่ ขอ 2 เรื่อง
         1. ความเสียสละ ทำงานเต็มเวลา อย่างน้อย 08:30 - 16:30 น.
         2. ความเต็มใจทุ่มเททำงานราชการ กศน.

         ขอขอบคุณพวกเราทุกคนที่อุทิศเวลา อุทิศกำลังกาย กำลังใจ