เมื่อวัันอาทิตย์ที่ 27 ก.พ. ที่ผ่านมาผมมีโอกาสพานักศึกษา ป.เอกนวัตกรรมการสื่อสารไปเปิดการเรียนรู้นอกห้องเรียน คณะของเราเดินทางไปที่หัวหินโดยช่วงเช้าได้เดินทางไปที่ ม.นานาชาติเเสตมฟอร์ดซึ่งคณะของเราได้รับการตอนรับอย่างดีจาก ดร.สิทธิเดช ผู้อำนวยการหลักสูตร ป.โท จากนั้นยังมีคุณไพเราะวลี ดร.ศรีวรรณ ดร.ถนอมพงษ์ คณะนักศึกษาของทั้งสองสถาบันได้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเรื่อง learning how to learning ทำให้ผมได้เห็นศักยภาพของนักศึกษาที่มีภาวะผู้นำ กล้าเเสดงความคิดเห็น และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆเสมอ เเละในช่วงบ่ายได่้เดินทางไปที่วิกหัวหินเพื่อฟังมุมมองหลายๆเรื่องจากครูเล็ก ภัทราวดี ท่านมีมุมมองในการพัฒนาคนโดยในศิลปวัฒนธรรมที่เน้นการสร้างคนให้มีความคิดสร้างสรรค์ ผมมีภาพในการทำกิจกรรมในครั้งนี้มาให้ชมกัน และท่านสามารถติดตามกิจกรรมต่างๆของ ป.เอก นวัตกรรมการสื่อสารได้ที่ blog pd.d นวัตกรรมการสื่อสาร2 ครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
ขอเอารูปไปลงอวดในเฟสบุ๊กนะครับ
ขอบคุณครับ
ก่อนเจอ = ยังต่อสู้กับแนวคิดเดิมๆของสังคมไทย
หลังเจอ = ได้ประสบการณ์ที่ยังไม่ได้พบและเกิดแรงบันดาลใจ
ทำอะไรต่อ = พัฒนาตัวเองรอบตัวเพื่อพัฒนาผู้อื่นไปได้อย่างมั่นคง
ก่อนเจอ ศ.ดร.จีระ ผมเรียนอย่างง่าย - ยากแต่หลังจากที่ฟังท่านพูดแล้วผมกลับมองว่าต่อไปเวลามาเรียนหรือเวลาจะทำอะไรก็คือการเรียนทั้งนั้น อย่างที่ท่านบอกล่ะครับ ถ้ามีคนปิดทองหลังพระอยู่มากถึงอย่างไรสังคมเราก็จะดีประเทศก็จะดี
1.การเรียนรู้เกิดจากการศึกษาค้นคว้า รับฟังและแลกเปลี่ยน
2.ทำให้มีแรงบันดาลใจในการทำสิ่งต่างๆ อาจารย์ให้แนวคิดเปิดโลกทัศน์ในการเรียนรู้
3.นำสิ่งที่ได้ในวันนี้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับเรามากที่สุด
1.เรียนเพื่อตำแหน่งงานของตนเอง
2.รู้สึกว่าต้องทำตัวให้เป็นคนที่ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆและเปิดใจในความคิดเห็นผู้อื่นทุกวัน
3.นำความรู้ไปพัฒนาชีวิตตนเองและสังคมให้ดีที่สุด
1.มีการเรียนรู้แต่ในห้องเรียนและจากประสบการณ์ของท่านอาจารย์ที่สอนการเรียนรู้ครั้งนี้
2.เมื่อเจอท่านอาจารย์แล้วทำให้คิดว่าไม่ควรหยุดการเรียนรู้ไว้แค่นี้ต่อไปก็ต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา คิดว่าจะเรียนปริญญาเอกต่อ
หลังเจอแล้วรู้สึกว่าตนเองต้องค้นคว้าอีกมากและเปิดจินตนาการให้กว้างไกล
1.ต้องศึกษาทฤษฏีให้ดีพอก่อนนำไปปฏิบัติ
2.การเรียนรู้ไม่หยุดนิ่งสามารถหาความรู้ได้ตลอดเวลาต้องศึกษาหาความรู้ตลอด
3.พัฒนาบ้านเมืองหรือท้องถิ่นให้ได้มากที่สุด
1.ก่อนจะเข้าฟังคิดว่าการเรียนรู้คือ ทฤษฏีในหนังสือที่นำไปใช้ได้ในชีวิตหลังจากฟังแล้วรู้ว่าชีวิตและสิ่งที่อยู่รอบๆตัวคือการเรียนรู้ใหม่ๆที่ไม่รู้จบ
2.แนวคิดที่ได้วันนี้สามารถนำไปใช้กับชีวิตการทำงานและจุดยืนในอนาคตของชีวิต
ก่อนพบ - ธรรมดาไม่น่าสนใจ
เรื่องที่ติดตัวไป - การเรียนรู้ของชีวิตไม่มีวันจบ
สิ่งที่ต้องทำต่อ - นำความรู้ที่ได้รับจากผลการศึกษาไปประเมินข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาตนเอง ,ท้องถิ่น รวมถึงทำนายอนาคต เพื่อรองรับการพัฒนาในอนาคต
1.-เรียน เล่น สนุก ได้ความรู้ ได้ประสบการณ์และได้เพื่อนใหม่
-มีความคิดที่ว่าการเรียนรู้ไม่ใช่แต่อยู่ในห้องเรียน แต่มีอยู่ทุกที่ทุกเวลาอยู่ที่เราจะเก็บเกี่ยวได้มากน้อยเพียงใด
2.พยายามที่จะขวันขวายหาความรู้ให้กับตัวเองให้มากยิ่งขึ้น
ก่อนมาเจอท่านก็คิดว่าจะได้ความรู้ที่ดีและเทคนิคในการเรียนที่ดี หลังจากฟังก็ทำให้ได้ความรู้อย่างที่คิดและได้ประสบการณ์ที่ดี เทคนิคในการเรียนที่ควรมีหาความรู้อยู่ตลอดเวลา หลังจากนี้ก็จะนำไปใช้ในอนาคตให้มากที่สุด
1.วิธีการเรียนการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุดไม่หยุดนิ่งพอเจอบรรยากาศการเรียนนี้รู้สึกว่าดีใจได้ข้อคิดหลายอย่างตัวเองต้องกระตือรือล้น
2.ถ้ามีโอกาสอยากเรียนต่อ ป.เอก
1.รู้เพื่อตนเอง
2.อย่าหยุดการเรียนรู้ค้นหาคุณค่าที่เราจะเป็นหรือเป็นได้มากกว่าที่เราคิด
3.เรียนรู้เพื่อตนเองส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆต่อสร้าง network เริ่มจากส่วนเล็กๆ
1.ก่อนมาเจออาจารย์หนูคิดว่าการเรียนรู้สามารถทำไปได้เรื่อยๆแต่จริงแล้วสมองและปัญญาเราสามารถพัฒนาได้จากการกระตุ้นตนเอง
2.ก็จะพยายามพัฒนาตนเองไปเรื่อยๆจะพยายามไม่หยุดนิ่ง
1.คิดว่าก็คงจะเป็นเหมือนการเข้ารับการบรรยายทั่งไปคือ การฟังแล้วก็ได้รับความรู้ในระดับหนึ่งพอออกจากห้องบรรยายไปก็คงแค่ผ่านการอบรมทั่ไป
2.ฟังแล้วสามารถทำให้มีแรงจูงใจในการคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆรู้สึกว่าตัวเราเองก็เป็น1ในโลกได้
3.สามารถในความรู้จากการบรรยายไปสร้างประโยชน์ให้สังคมโลกได้
1.ตนเองได้แรงบันดาลใจที่จะสู้ต่อไป
2.พัฒนาองค์กรให้มีความรู้ความสามารถจากที่ตนได้รับ
3.จะนำความรู้นี้ไปถ่ายทอดให้บุคคลอื่นได้ทราบ
1.ในเรื่องเองการเรียนรู้ก่อนที่จะได้ฟังคิดว่าเราได้เรียนรู้โดยรับฟังข่าวสารจาก นสพ.หรืออินเตอร์เน็ตก็ถือว่าเป็นความรู้แล้ว
2.แต่หลังจากฟังแล้วทำให้ได้รู้เพิ่มว่าการเรียนรู้จริงๆแล้วไม่ใช่แค่ได้รับฟังหรืออ่านอย่างผิวเผินแต่ต้องวิเคราะห์ให้รู้ลึกรู้จริง
3.จะนำความรู้ที่ได้ไปช่วยเหลือสังคมประเทศไทย
1.ก่อนเจอรู้สึกว่าการเรียนรู้แบบวิชาการเป็นการเรียนรู้ที่เครียดและต้องใช้ความคิดมาก
2.หลังจากได้พบกับวิธีการสอนทางวิชาการเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดว่าเราไม่จำเป็นต้องคิดแต่ในกรอบให้หาความเป็นตัวเองให้เจอ
3.จะต้องทำให้สังคมและตัวเองได้รับประโยชน์ที่สูงสุดและคุ้มค่าที่สุด
ก่อนเข้า class นี้เหตุที่ตัดสินใจเรียน ป.โท เพราะคุณพ่ออยากให้เรียนแต่พอได้เข้า class นี้ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในเรื่องการเรียนที่ไม่มีวันสิ้นสุดทำให้รู้ว่าตนเองยังนิ่งมากเกินไปในการจะค้นคว้าหาความรู้ ต่อนี้ไปคงจะต้องพัฒนามากกว่านี้ในเรื่องการค้นคว้าหาความรู้และต้องหมั่นฝึกฝนตนเองในเรื่องความคิดให้มากกว่านี้และไม่ปิดกั้นจินตนาการ