เค้าเรื่องจากทางชีวิต ส.ร.
อยากรู้นักหรือว่า ทำไมฉันจึงมาเป็นเมียเช่า ก็ได้ ฉันจะเล่าเรื่องเช่าเมียคนหนึ่งให้ฟัง แล้วคุณจะเชื่อหรือไม่ หรือจะคิดว่าจริงไม่จริงยังไง หรือจะคิดว่ามีเหตุผลสมควรหรือไม่สมควรยังไงจึงเป็นเมียเช่า ก็แล้วแต่คุณ เอาหละเริ่มเรื่องกันเลยนะ
มีครอบครัวหนึ่ง มีพ่อมีแม่มีลูกสี่คนเป็นชายสองหญิงสอง ความจริงมีห้าคน คือเป็นชายหัวปี คนกลางกับคนสุดท้อง แต่คนสุดท้องถูกหมากัดตาย เสียชีวิตตั้งแต่เล็ก พ่อแม่จึงเหลือลูกเพียงสี่คน
ครอบครัวนี้ยากจนมาก มีนาเพียงห้าไร่เท่านั้น ซ้ำเป็นนาดอนด้วย จึงทำนาไม่ค่อยได้ผล เพราะขาดน้ำ บ่อน้ำที่ขุดนั้นแม้จะลึกมาก มองลงไปเห็นแต่ความมืดกับเงากระเพื่อมของน้ำ แต่ก็มีน้ำน้อย ตักน้ำขึ้นมากินมาใช้เกือบไม่พอ มีเหลือสำหรับตักไปรดข้าวรดผักได้ไม่เท่าไร แต่ครอบครัวนี้ก็ทนอยู่เพราะไม่รู้จะไปที่ไหน ไม่รู้จะไปทำมาหากินอะไร และพ่อแม่ก็เคยอยู่ที่นี่
ครอบครัวนี้เจียมกายเจียมใจมาก เวลาไปวัดในวันพระ ซึ่งครอบครัวนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมากที่ต้องไปทำบุญตักบาตรทุกวันพระ เวลาไปก็ชอบไปนั่งแอบอยู่ตามมุมศาลาในกลุ่มคนจนด้วยกัน ไม่กล้าเสนอหน้าเข้าไปในกลุ่มคนมีเงิน การแต่งตัวของลูกๆก็สู้เขาไม่ได้ การสังคมก็แคบ จะไปเที่ยวเตร่ที่ไหนบ้างก็ไม่เคยไป เพราะไม่มีเงิน การกินก็อด ๆ อยาก ๆ รูปร่างหน้าตาก็สู้เขาไม่ได้ พ่อแม่ดูแลสุขภาพลูก ๆ ด้วยความหดหู่ใจ บางครั้งแม่แอบร้องไห้ด้วยความสงสารลูก ลูกทั้งสี่คนนั้นได้เรียนหนังสือจบเพียงชั้น ป.๔ จบแล้วก็ยังอ่านหนังสือไม่คล่องเขียนไม่ถูก แต่ทุกคนแข็งแรง อยู่ในโอวาทของพ่อแม่ เพราะพ่อคอยดูแลตักเตือนสอนให้รู้จักฐานะของตนเอง เช่นสอนว่า
“...พ่อสงสารลูกที่ไม่มีอะไร ๆ ไม่เท่าเทียมเขา แต่เราจน ก็ต้องอยู่อย่างคนจน ไม่มีพ่อที่ไหนที่ไม่อยากให้ลูกอยู่ดีกินดี แต่งตัวดี มีความรู้ดี แต่จนใจจริง ๆ ที่เราจน แม้จนอย่างนี้ เราก็ไม่ลักขโมยกิน ไม่เอาเปรียบใคร...”