เมื่อ พระห่า.........ช่วยโยม

                    วันนี้ได้ฟังเรื่องราวของพระภิกษุรูปหนึ่ง ที่ท่านได้ประสบมาด้วยตนเอง แม้เหตุการณ์จะผ่านมาหลายเดือนแล้ว แต่อยากจะนำสิ่งที่พระภิกษุรูปนี้ประสบนั้นมาเผยแพร่เพื่อให้ข้อคิดบางอย่างแก่สังคม

          เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สำหรับพระภิกษุเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ เนื่องจากเป็นเทศกาลเข้าพรรษา มีพุทธานุญาติกำหนดไว้ว่า ภิกษุจะไม่เดินทางไปค้างแรมที่ไหน ถ้ามีเหตุจำเป็นพระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้เดินทางไปได้เพียง๗ วัน โดยทำสัตตาหะ

          เนื่องจากโยมของพระอาจารย์ที่ท่านนับถือเสียชีวิตทำให้พระภิกษุรูปนี้จึงต้องเดินทางจากกรุงเทพฯไปร่วมงานศพที่จังหวัดสุรินทร์ ด้วยความเร่งรีบทำให้ท่านไม่กราบลาท่านเจ้าอาวาสและทำสัตตาหะตามพุทธานุญาติ

          หลังจากเสร็จพิธีสวดอภิธรรม ท่านจึงรีบตีตั๋วรถทัวร์จากจังหวัดสุรินทร์เข้ากรุงเทพฯทันที ด้วยความหวังว่า จะถึงวัดก่อนรุ่งสาง เนื่องจากเป็นเทศกาลเข้าพรรษาจึงมีท่านที่เป็นพระภิกษุเพียงรูปเดียวเดินทางในค่ำคืนนี้

          “พระห่า..........อะไรว๊ะ เข้าพรรษา ไม่รู้จักอยู่วัดอยู่วา ยังเดินทางกลางค่ำกลาง ไม่รู้เรื่องอะไรเล๊ย..................(พร้อมด้วยคำพูดที่หยาบคายอีกหลายคำ)เสียงบ่นพรึมพำของเด็กรถและการสนทนาของโซเฟอร์ที่ร่วมสนทนาด้วยอย่างสนุกสนาน

        พระห่ารูปนี้ไม่รู้อะไร จริงแน่เลย ท่านอุตสาห์เรียนจนจบนักธรรมเอก เปรียญธรรม ๗ ประโยค  อภิธรรมบัณฑิต พุทธศาสตรบัณฑิต และจบปริญญาเอก ด้านปรัชญาจากต่างประเทศ  แถมท่านเป็นพระนักแผยแพร่ธรรม แต่ท่านกลับไม่รู้อะไรเลยในสายตาของเด็กรถ(ทัวร์คนนี้)

          ขณะที่โยมพูดกันอย่างสนุกปากนั้น พระไม่รู้ตอบโต้ อย่างไร เนื่องจากท่านมีความรู้น้อย จึงแกล้งหลับ ปล่อยให้โยมทั้งสองพูดกันต่อไปในที่สุดเสียงการสนทนาก็เงียบเนื่องจากดึกแล้ว

        เทศกาลเข้าพรรษา เป็นฤดูฝน ค่ำคืนนี้ก็เช่นกัน ฝนได้ตกปรอยๆตลอดทั้งคืน 

          ฝนตกทำให้ถนนลื่นและโซเฟอร์ต้องขับรถมาตลอดทั้งคืน ทำให้มีอาการง่วง เมื่อรถวิ่งรังสิต รถวิ่งส่ายไปส่ายมาเนื่องจากถนนลื่น จนเฉียวชนกับขอบถนน และไถล เกือบทำให้รถทัวร์เกือบคว่ำ จนทำให้ผู้โดยสารทุกคนตื่นขึ้น ร้องด้วยความตกใจ

          ขณะที่ผู้โดยสารส่วนใหญ่ร้องด้วยความตกใจนั้น พระรูปนี้ได้ก้มตัวลงมอบกับเก้าอี้เพื่อความปลอดภัยและสวดมนต์ แต่ด้วยความชำนาญของโซเฟอร์ ที่สามารถบังคับและประคองรถ ทำให้ไม่เกิดอุบัติเหตุ

          ในที่สุดรถทัวร์นำผู้โดยสารทั้งหมดสู้หมอชิตอย่างปลอดภัย

        “โชคดี ที่คืนนี้มีหลวงพ่อ นั่งรถของผมมาด้วย จึงไม่เกิดอุบติเหตุ” โซเฟอร์และเด็กรถ คนเดิมพูดกับพระพร้อมกับยกมือไหว้

          ผู้โดยสารเกือบทั้งคันรถยกมือไหว้พระ พร้อมกับกล่าวขอบคุณพระด้วยความหลังจากประสบกับเหตุการณ์หวาดเสียว“กราบขอบคุณ หลวงพ่อมากครับ/ค่ะ ที่ช่วยให้พวกเราปลอดภัย จากอุบัติเหตุ นี่โชคดี ที่มีหลวงพ่อนั่งรถมาด้วย ถ้าไม่มีหลวงพ่อมาด้วยไม่รู้ว่า พวกเราจะเป็นอย่างไรบ้าง”

           ท่านเล่าจบพร้อมกับหัวเราะ

   "ดีเหมือนกันน่ะโยม อาจารย์ดร. ที่พระถูกโยมด่าเสียบ้าง จะได้รู้อะไรบ้าง"