13 คุณประโยชน์ของมะรุม ![]()
จาก "มะรุม ต้นไม้มหัศจรรย์เพื่อชีวิต โดยคุณวิไลวรรณ อนุสารสุนทร จากหนังสือ นาฬิกาชีวิต ตอน ๒" ทางเว็บไซต์ขอความกรุณาคัดลอกบทความจากหนังสือดังกล่าว นำมาเผยแพร่ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อบุคคลทั่วไป รายละเอียดของหนังสือมีดังต่อไปนี้ :
ข้อมูลต่อไปนี้ได้มาจากวารสารการค้นคว้าและวิจัยของแพทย์หลายแขนงที่ประสบผลสำเร็จและจากประสบการณ์จริงในการใช้ส่วนต่าง ๆ ของต้นมะรุมในการรักษาสุขภาพทุก ๆ ท่านที่เอ่ยถึงยังมีชีวิตอยู่ บางท่านขอสงวนนาม บางท่านอนุญาตให้เปิดเผยนามได้ ประโยชน์ทั้งหลายที่พอจะรวบรวมได้ มีดังต่อไปนี้...
๑. ใช้รักษาโรคขาดอาหารในเด็กแรกเกิดจนถึง ๑๐ ขวบ ลดสถิติการเสียชีวิตพิการและตาบอดจากการขาดสารอาหารได้เป็นอย่างดีในกรณีเด็กแรกเกิด การให้สารมะรุม ทำได้ดีที่สุดโดยผ่านทางน้ำนมมารดา เมื่อทารกดื่มน้ำนมมารดาที่รับประทานใบมะรุมอย่างสมำเสมอสารอาหารสำคัญ ๆ จะผ่านสู่ทารกโดยง่าย อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มภูมิต้านทานและเพิ่มแคลเซียมเ ข้าไปเสริมกระดูกให้มารดาเป็นอย่างดี ผลที่ได้ ๑๐๐ %มีตัวอย่างจากวารสารลอสแอนเจลิสไทม์ ฉบับลงวันที่ ๒๐ มีนาคม ค.ศ.๒๐๐๐ เป็นบทความชื่อ " มะรุม ต้นไม้ มหัศจรรย์ " โดยมาริค พิส บรรยายถึงด.ช.ชาวเอธิโอเปียอายุ ๕ เดือน ซึ่งแพทย์หมดหวังที่จะให้การรักษาเพราะขาดสารอาหารอย่างรุนแรงต่อมาเมื่อมารดาได้รับการแนะนำ โดยนายแพทย์ซึ่งเป็นหมอสอนศาสนาจากกลุ่มองค์กรการกุศล " ต้นไม้เพื่อชีวิต " ให้รู้จักการใช้ใบมะรุมแห้งบดละเอียดนำมาทำอาหาร ขณะนี้เด็กชายผู้นั้นมีอายุ ๖ ขวบ สุขภาพสมบูรณ์และแข็งแรง พ้นจากภาวะตามืดบอดได้อย่างหวุดหวิด
๒. ช่วยผู้ปวยโรคเบาหวานให้อยู่ในภาวะควบคุมได้ สามารถลดการใช้ยาลงโดยความเห็นชอบและการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้ทำการรักษา จากการตรวจวัดด้วยลูกดิ่ง ท่านอาจารย์สุทธิวัสส์ คำภา ได้บรรยาย ณ วัดป่าธรรมชาติว่า ถ้ารับประทานใบมะรุมอย่างสม่ำเสมอย่อมมีโอกาสที่จะหายจากโรคเบาหวานได้ คณะแพทย์และนักวิจัยทั่วโลกกำลังให้ความสนใจเป็นอย่างสูง โดยหาดูรายละเอียดได้เว็บไซต์ทั่ว ๆ ไป
๓. ใช้ควบคุมความดันโลหิตสูงให้อยู่ในภาวะควบคุมได้ แต่ทั้งนี้จะต้องช่วยตัวเองด้วยการควบคุมอาหาร การบริหารร่างกายแบบง่าย ๆเช่น เดิน รำมวยไท้ชี่ เป็นต้น มิฉะนั้นแล้ว การบำบัดด้านนี้จะไม่ได้ผลเท่าที่ควร
๔. ช่วยเพิ่มและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ถ้ารับประทานผลิตผลจากมะรุมในระหว่างตั้งครรภ์ นอกจากจะทำให้มารดามีสุขภาพสมบูรณ์และแข็งแรงแล้ว ทารกที่เกิดมาก็จะมีสุขภาพสมบูรณ์และโอกาสที่ทารกจะติดเชื้อ hiv ย่อมลดน้อยลงด้วยมะรุมจะช่วยเพิ่มแคลเซียมให้แก่มารดาในระยะตั้งครรภ์ ได้เป็นอย่างดี คนทั่ว ๆ ไปสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองได้ถ้ารับประทานใบ มะรุมอย่างน้อยอาทิตย์ละ ๓ ครั้ง
๕. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานที่ต่ำลงของผู้ป่วยโรคเอดส์ ให้อยู่ในภาวะควบคุมได้ และสามารถมีชีวิตอยู่อย่างคนปรกติทั่วไปในสังคมการรักษาโรคเอดส์ประสบผลสำเร็จ อย่างกว้างขวางจากประเทศในกลุ่มทวีปแอฟริกา และได้รับความสำเร็จเป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม ค.ศ.๒๐๐๕ จากการค้นคว้าและทดลองของวัดแอฟริกาอินแลนด์ ประเทศทานซาเนีย โดยนายแพทย์เฟลิซิ และพยาบาลชาวเยอรมันชื่อไมค์กี้ เอตลิ่ง สำหรับท่านที่สนใจต้องการจะนำไปทดลองใช้ วิธีการรักษาจะอยู่ในบทความตอนท้ายของหนังสือเล่มนี้ โดยละเอียด
๖.ถ้ารับประทานสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันมะเร็งและถ้าหาก เป็นอยู่ก็จะช่วยให้การรักษาพยาบาลง่ายขึ้น ในบางกรณีสามารถหยุดการเจริญเติบโตของโรคร้ายได้ ถ้าใช้ควบคู่กับยาแพทย์แผนปัจจุบัน หากผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็ง ได้รับการรักษาด้วยรังสีการ ดื่มน้ำมะรุมจะช่วยลดการแพ้รังสีช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น และมีร่างกายแข็งแรง ขณะนี้สถาบันค้นคว้า โรคมะเร็งของมหาวิทยาลัยการแพทย์จอนฮอพกินส์ ตลอดจนหน่วยงานการวิจัยหลายสถาบัน กำลังเร่งทำหารค้นคว้าด้านนี้อย่างจริงจังท่านสามารถดูรายละเอียดได้จากเว็ปไซต์ WWW.PUBMED.GOV โดยพิมพ์คำว่า MORINGA ท่านจะได้ข้อมูลการวิจัยอย่างมากมาย
๗. ช่วยบรรเทาอาการปวดบวมของโรคเก๊าท์ โรคข้อและกระดูกอักเสบโรคมะเร็งในกระดูก โรครูมาติซั่ม มีรายละเอียดบางส่วนจากการค้นคว้าด้านนี้ ในบันทึก ของ Dr.Lowell J. Fuglie และในเว็บไซต์ของหมอชาวบ้าน สำหรับกรณีของโรคเก๊าท์ และโรคไขข้ออักเสบผู้เขียนและเพื่อน ๆ ชาวต่างชาติมีประสบการณ์โดยตรง ส่วนโรคมะเร็งในกระดูกนั้นมารดาอายุ 65 ปี ของเพื่อนร่วมงานชาวพม่าเมื่อ เริ่มทานใบมะรุม ได้ 1 ปี ก็พบว่ามีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สุขภาพอยู่ในขั้นดี ไม่มีอาการทรุดโทรมเช่น ผู้ป่วยมะเร็งรายอื่น ๆ
๘. ช่วยรักษาโรคตาเกือบทุกชนิด เช่น โรคตามืดตามัวเพราะขาดสารอาหารที่จำเป็น โรคตาต้อ เป็นต้น ถ้ารับประทานสม่ำเสมอจะทำให้สายตาดีขึ้นบุตรชายของผู้เขียนรับประทานใบมะรุมนานประมาณ 1 ปีครึ่ง ก็ปรากฏว่า อาการสายตาสั้นที่เป็นอยู่ดีขึ้นกว่าเดิมจนสังเกตได้ตัวผู้เขียนองเป็นโรคตา “กลูโคม่า” อย่างรุนแรง มีอาการน่าวิตก หลังรับประทานมะรุมอย่างต่อเนื่องปีนี้เป็นปีที่ 4 ผลปรากฏว่าดีขึ้นอย่างมาก จนแพทย์ ผู้ทำการรักษาประหลาดใจและงุนงงเมื่อทราบว่าเป็นผลมาจากการทานใบมะรุมที่ท่า นปฏิเสธที่จะให้การสนับสนุนนั่นเอง
๙. รักษาโรคลำไส้อักเสบ โรคเกี่ยวกับท้อง โรคพยาธิในลำไส้ เป็นต้น ในปี 2003 ผู้เขียนป่วยหนักด้วยโรคลำไส้อักเสบอย่างรุนแรง แพทย์ลงความเห็นว่าควร ตัดส่วนที่เป็นปัญหาทิ้งเพื่อกันการลุกลามจนอาจถึงเป็นมะเร็งได้ แต่เนื่องจากสุขภาพในขณะนั้นไม่อำนวยให้ทำการผ่าตัด ประกอบกับลำไส้ ยังอักเสบอยู่หลังจากออกจากโรงพยาบาล แพทย์ให้รับประทานยาปฏิชีวนะจนหมด และนัดให้กลับไปตรวจใหม่ แต่ด้วยความกลัวประกอบกับมารดาผู้เขียนเสียชีวิตด้วยโรคเดียวกัน หลังผ่าตัดเพียง 4 วัน ผู้เขียนจึงตัดสินใจไม่กลับไปหาหมออีก ระหว่างนั้นก็รับประทานใบมะรุมทั้งสดและแห้งรวมทั้งใบบัวบกด้วยอาการ เจ็บปวดอย่างรุนแรงก็หายไป หนึ่งปีต่อมาทางโรงพยาบาลยื่นคำขาดว่า ถ้าไม่กลับไปตรวจลำไส้อีก และถ้าหากมีการอักเสบซ้ำซ้อน ทางบริษัทประกันสุขภาพจะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ผู้เขียนจึงตัดสินใจเข้ารับการรักษาผลปรากฏว่าโรคลำไส้หายเป็นปรกติ ไมมีอาการแทรกซ้อนใด ๆ ทั้งสิ้น
๑๐. รักษาปอดให้แข็งแรงและช่วยรักษาโรคปอดอักเสบ จากการค้นคว้าของแพทย์หลาย ๆ ท่านและจากประสบการณ์โดยตรงของผู้เขียนที่เคยเป็นโรคปอดมาก่อน เมื่อรับประทานใบมะรุมอย่างสม่ำเสมอ รู้สึกได้ว่าสุขภาพปอดดีขึ้น
๑๑. รักษาโรคทางเดินหายใจอักเสบ โรคโพรงจมูกอักเสบ หอบหืด และโรคภูมิแพ้ ทุกคนในครอบครัวผู้เขียนได้รับผลน่าพอใจอย่างยิ่งจากการใช้มะรุมผง โดยเฉพาะโรคภูมิแพ้ อาการภูมิแพ้ของผู้เขยลดลงจนเกือบจะหายดี หอบหืดหายไป หายใจสะดวกขึ้นจนคนใกล้ชิดสังเกตเห็นได้ในระยะแรก ๆ ของการรับประทานใบมะรุม ผู้เขียนมีอาการไอมากพอสมควร แต่เพื่อนชาวจีนได้ให้ข้อสังเกตว่า นี่คืออาการขับพิษของมะรุมเมื่อขับพิษหมด อาการไอจะหายไปเอง ในขณะเดียวกันชาวต่างชาติผู้ขายผงมะรุม ได้นำเม็ดมะรุมมาให้ทดลองรับประทานดู ปรากฏว่าอาการไอหายไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันนี้แทบจะไม่มีอาการไออีกเลย นอกจากเวลาที่อากาศเปลี่ยนแปลงมาก ๆ จะไอบ้างเล็กน้อยแต่ไม่รุนแรงนัก
๑๒. ช่วยเชื่อมต่อกระดูกที่หักได้ผลรวดเร็ว มีหลายกรณีที่เป็นหลักฐานพิสูจน์ได้ ก่อนที่ผู้เขียนจักเริ่มรับประทานมะรุม ขณะนั้นสุขภาพทรุดโทรมมากและหก ล้มเป็นประจำเพราะเข่า อ่อน มีครั้งหนึ่งหกล้มนิ้วเท้าหักแพทย์ผู้ทำการรักษาประเ มินผลการรักษาว่าจะหายได้ในระยะเวลา 7 – 8 เดือนเป็นอย่างน้อย โชคดีที่ผู้เขียนเริ่มรับประทานมะรุมแคปซูลอย่างสม่ำเสมอ ปรากฏว่าอาการดีขึ้น เริ่มใส่รองเท้าได้ภายใน 3 อาทิตย์ และสามารถเดินได้เป็นปรกติในระยะเวลาแค่ 3 เดือน ผู้สูงอายุหลายท่านแห่งหมู่บ้านออนท็อปออฟเดอ-เวิลร์ด เมืองโอคาล่า มลรัฐฟลอริดาและชาววัด ป่าธรรมชาติ เมืองลาพวนเต้ หลายท่านก็มีประสบการณ์เกี่ยวกับกระดูกหักและใช้มะรุมช่วยรักษาเช่นเดียวกันสำหรับ ผู้เขียนเองนอกจากจะช่วยเรื่องกระดูกหักแล้ว ยังช่วยโรคกระดูกเสื่อมในผู้สูงวัยอีกด้วยคุณหมอโมนา ได้ตกลงตรวจกระดูกให้ผู้เขียนหลังจากที่ได้ขออนุญาตท่านหยุดทานแคลเซียมเป็นเวลา 8 เดือน และกลับไปเอ็กซเรย์กระดูกใหม่ ผลปรากฏว่าความหนาแน่นของกระดูกเพิ่มขึ้น 1% ถึงแม้จะเป็นอัตราส่วนที่เล็กน้อย แต่คุณโมนากล่าวว่าเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของผู้เขียนและจากผลการตรวจ ท่านได้สั่งหยุดยารักษาโรคทุกชนิดเหลือ แต่ยาความดัน ให้มีติดตัวไว้เสมอเพื่อความไม่ประมาทส่วนยาหยอดตา ผู้เขียนยังคงใช้เป็นประจำ
๑๓. ช่วยรักษาโรคคอหอยพอกชนิดมีพิษ มีผลในเพศหญิงเต็ม 100% ชาย 75% ใบมะรุมผงสามารถรักษาจนผู้เขียนหายขาดจากโรคคอหอยพอก ในอดีต แพทย์ที่ให้การรักษาให้ยาเกินขนาด จนร่างกายผู้เขียนรับไม่ไหวระยะเวลาเพียง 6 เดือนน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 50 ปอนด์ ในที่สุดแพทย์ที่ทำการรักษายอมแพ้ และส่งต่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคดูแลต่อกว่าจะถึงมือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผู้เขียนอาการทรุดลงมากแล้ว โรคเบาหวานเข้าแทรก โรคไขมันในเม็ดเลือด ความดันสูง โรคตับ โรคไต โรคกล้ามเนื้อหัวใจ โรคกระเพาะ พร้อมใจกันคุกคามอย่างหนัก สายตาเสื่อมลง การหายใจผิดปรกติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คุณหมอโรเซ็นเบอร์กถึง กับส่ายหน้าเพราะไม่ทราบจะเริ่มรักษาส่วนใดก่อนดี ในระยะเริ่มแรกที่ทำการรักษา ผู้เขียนเกิดอาการโรคลำไส้แทรกซ้อนแทบเอาชีวิตไม่รอดในตอนนั้นไม่มีใครคิดว่าผู้เขียนจะรอดชีวิตมาได้ ไม่ว่าจะทำอย่างไร ดูจะสุดวิสัยแพทย์จะเยียวยาได้หลังจากออกจากโรงพยาบาล คุณหมอโรเซ็นเบิร์กตัดสินใจจะรักษาโรคคอหอยพอกก่อน ซึ่งขณะนั้นมีให้เลือก 2 ทางคือ
- การผ่าตัด กรณีนี้ผู้เขียนกลัวมากเพราะมารดาเคยได้รับการผ่าตัด แบบเดียวกัน แต่โชคร้ายการผ่าตัดไม่ประสบผลเท่าที่ควรมีโรคแทรกซ้อนจนเกิดอาการทางประสาท และต้องนอนโรงพยาบาลนานถึง 2 ปี
- การใช้รังสีปรมาณู เพื่อนหลายคนของผู้เขียนได้รับการรักษาประเภทนี้ และประสบปัญหายุ่งยากทางสุขภาพ พอดีในขณะนั้นสุขภาพของผู้เขียนไม่อำนวยให้ทั้ง 2 ทางหมอจึงขอเวลา 3 เดือน
และเริ่มต้นหลังปีใหม่ 2004 ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ผู้เขียนออกจากโรงพยาบาล และได้พบเพื่อนสองสามีภรรยาผู้มีใจเมตตาแนะนำให้ลองทานใบมะรุม จึงได้เริ่มทำการค้นคว้าหาข้อมูล และพบว่ามะรุมมีคุณประโยชน์มหาศาล หลังจากรับประทานใบมะรุม 3 เดือนวันที่ 4 มกราคม 2004 ผู้เขียนกลับไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด ก่อนตัดสินใจว่าจะรักษาด้วยวิธีใด เป็นความบังเอิญที่คุณหมอโรเซนเบิร์กต้องย้ายที่ทำงาน จึงได้ส่งมอบการรักษาให้คุณหมอโมนาผู้ซึ่งในเวลาต่อมาต้องได้รับความประหลาด ใจอย่างมาก เมื่อพบว่าโรคคอหอยพอกของผู้เขียนก็มีอาการดีขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับโรคอื่น ๆ อีกหลายโรคผู้เขียนจึงตัดสินใจบอกคุณหมอเรื่อง การใช้ใบมะรุมควบคู่ ไปกับยาที่คุณหมอสั่งแรกทีเดียวท่านไม่เชื่อ แต่ที่ลดยาหลายขนานลงตามอาการของโรค และเลื่อนการพบแพทย์ห่างออกไปในเวลานั้นผู้เขียนไม่แน่ใจว่า มะรุมจะสามารถรับประทานระยะยาวได้ จึงเกิดความกลัวว่าการรับประทานใบมะรุมมาก ๆ อาจจะมีผลแทรกซ้อน จึงลองหยุดรับประทาน 3 เดือนต่อมาเมื่อกลับไปพบหมอโมนาตามนัด ก็พบว่าอาการของโรคชนิดที่เคยเป็นได้กลับมาอีก หมอโมนาจึงสั่งให้หยุดรับประทานมะรุม แต่ผู้เขียนไม่ได้เรียนว่า เพราะหยุดนี่แหละโรคต่าง ๆ จึงกลับมาอีก ท่านสั่งยาต่างๆ เพิ่มเติมและนัดให้กลับไปอีกภายใน 2 เดือน ผู้เขียนเริ่มกลับมารับประทานใบมะรุมอีก ด้วยความกลัวจึงเพิ่มขนาดขึ้นจากวันละ 4 แคปซูล เป็นวันละ 6 แคปซูล เมื่อถึงกำหนดนัด คุณหมอถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกเพราะอาการทุกอย่างกลับเป ็นปรกติอีกครั้ง ครั้งนี้ผู้เขียนจึงสารภาพกับคุณหมอว่าผู้เขี่ยนไม่ไ ด้ใช้ยาที่แพทย์สั่งเลย นอกจากยาลดความดันเพียงอย่างเดียวแต่รับประทานมะรุมทุกวัน แพทย์หญิงโมนาจึงยอมตกลงว่าจะใช้เวลา 2 เดือน ถ้าอาการทรุดลงไปอย่างเดิม จะไม่มีการต่อรองใด ๆ อีกทั้งสิ้น2 เดือนต่อมา ผลที่ออกมายังคงเหมือนเดิม ผู้เขียนจึงต่อรองขอเวลาอีก 1 ปี โดยจะมารับการตรวจทุก ๆ 3 เดือน คุณหมอก็ตกลงตามนั้นในการตรวจร่างกายครบ 1 ปี พบว่านอกจากรักษาโรคแล้ว มะรุมยังรักษา กระดูกด้วย ผู้เขียนจึงขอต่อรองกับคุณหมออีกครั้ง โดยขอหยุดทานแคลเซียมเป็นเวลา 1 ปี ครั้งนี้คุณหมอลังเลใจและบอกว่าเสี่ยงมากเกินไปสำหรับกระดูก จึงตัดสินใจให้เวลาเพียง 8 เดือน โดยเอ็กซ์เรย์ดูความหนาแน่นของกระดูกของผู้เขียนเสื่อมโทรมเพียงใด ท่านยังกำชับอีกว่าถ้า เกิดอาการเจ็บปวดหรือผิดปรกติเมื่อใดให้รีบติดต่อ ท่านทันทีครั้งนี้ ผู้เขียนเพิ่มจำนวนแคปซูลจากวันละ 6 เป็น 8 เมื่อครบกำหนดตามนัดคุณ หมอโมนาเดินเข้ามาในห้องตรวจ พร้อมด้วยผลเอ็กซ์เรย์ครั้งที่ 2 ด้วยใบหน้าที่ยิ้มละไมและโค้งให้ผู้เขียนพร้อมกับกล่าวว่า “ขอเรียกว่า “คุณมะรุม” ได้ไหม?”เราประสบผลสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ร่วมกัน ถึงแม้ว่าเปอร์เซ็นต์ในการเพิ่มความหนาแน่นของกระดูก จะเพียงน้อยนิด แต่ก็ถือเป็นข้อพิสูจน์ได้ว่าเราประสบผลสำเร็จ