จากการเข้าร่วมประชุมในคณะกรรมการปฏิรูประบบเกษตรกร ที่เครือข่ายปราชญ์ได้รับเกียรติ์ให้เสนอแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ได้มีข้อเสนอเพื่อกำหนดแนวทางพิจารณาความสำเร็จของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ไว้ทั้งหมด ๘ ข้อด้วยกัน
โดยอาศัยพิจารณาจาก
ทั้งความทุกข์ยากของเกษตรกรในปัจจุบัน
ที่ด้อยความสามารถในการดำรงชีวิต และการต่อรองหรือต่อสู้กับระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่
ที่คนรู้มากกว่ามีแต่จะคอยเอาเปรียบคนรู้น้อยกว่า
แบบปลาใหญ่กินปลาเล็ก
ที่การพัฒนาประเทศในปัจจุบัน มีแนวโน้มเอาเปรียบภาคเกษตรกรรม และใช้พื้นที่เกษตรและเกษตรกรเป็นฐานและเบี้ยล่างในการพัฒนาตลอดมา
ที่พบว่าทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่อยู่ในภาวะทุกข์ยาก มีคุณภาพชีวิตที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
แม้บางคนจะผันตัวเองไปเป็นกรรมกร และผู้ใช้แรงงานในภาคอุตสาหกรรม ก็ยังถูกเอาเปรียบตลอดเวลา
โดยเฉพาะ เกษตรกร ที่มีข้อมูลน้อย รู้ไม่เท่าทัน
ดังนั้น ในกลุ่มเครือข่ายปราชญ์จึงร่วมกันคิดว่า คุณภาพชีวิตที่ดีนั้น น่าจะมาจากการลดปัจจัยที่เป็นทุกข์ และสร้างปัจจัยที่เป็นสุข ดังนี้
1. หนี้สินลด จนหมดหนี้
โดยถือหลักว่า การมีหนี้ทำให้เกิดทุกข์ จากพุทธสุภาษิต อินา ทานัง ทุกขัง โลเก โดยเฉพาะหนี้ที่พอกพูนจนหาทางออกไม่ได้
การที่หนี้ลด จนกระทั่งไม่มีหนี้ น่าจะทำให้ทุกข์ลดลง
2. งานที่ต้องทำลด จนไม่ต้องทำก็ได้
โดยถือว่าการที่มีสิ่งต้องทำมากขึ้น ทำให้เกิดความเหนื่อยและความเครียด แต่ถ้าไม่ต้องทำก็อยู่ได้ ทำให้มีโอกาสใช้ชีวิตตามสบาย ได้ทดลอง ได้เรียนรู้ พัฒนาชีวิต พัฒนาสุขภาพ พัฒนาสังคม และทำให้มีความสุข สนุก และสบายขึ้น
3. ดินดี ให้ผลผลิตดี จนไม่ต้องการการดูแล หรือใช้ปัจจัยภายนอก
โดยการพัฒนาชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ อยู่กับธรรมชาติ แบบไม่ทำลาย เน้นการสนับสนุนการพึ่งพา ช่วยให้ธรรมชาติดูแลตัวเอง อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้มีความง่าย สะดวกสบาย ต้นทุนต่ำทั้งวันนี้และวันข้างหน้าต่อๆไป
4. ระบบนิเวศมั่นคง หลากหลาย จนกระทั่งมีความสมบูรณ์ในตัวเอง
โดยถือว่าความหลากหลายคือความอุดมสมบูรณ์ที่แท้จริง ทั้งพืช ทั้งที่ดิน น้ำ สัตว์ และทรัพยากรต่างๆในระบบนิเวศ
5. มีตัวช่วยทุกด้าน จนทำให้สิ่งที่ต้องทำลดลง
ที่ทำให้เรามีสิ่งต้องทำน้อยลง ทั้งในระบบสังคม เพื่อนฝูง การช่วยเหลือพึ่งพาตนเอง พึ่งพากันเอง รวมถึงความสัมพันธ์กันในระบบนิเวศ และสิ่งแวดล้อม
6. มีหลักประกันให้กับชีวิตและสิ่งแวดล้อม จนไม่ต้องกังวลกับอนาคต
ที่ทำให้เรามีปัจจัย ๔ อย่างครบถ้วนและต่อเนื่อง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทั้งกับตนเอง ครอบครัว และชุมชน ทั้งวันนี้และวันข้างหน้า
7. ลูกหลานพร้อมหน้า พร้อมรับช่วงและมรดกต่อจากเรา จนไม่ต้องกังวลกับงานที่ยังทำไม่สำเร็จ
ที่ทำให้ระบบชีวิตครอบครัวมั่นคง ยั่งยืน ต่อยอดกันไป ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่อยู่บ่อยๆ
8. แม้ตายไปแล้ว คนรุ่นหลังก็ยังกราบไหว้ได้ ที่ไม่ทำให้คนรุ่นหลัง และลูกหลานลำบากในภายภาคหน้า
เป็นสิ่งที่ทำให้คนคิดถึงการทำความดีที่แท้จริง ไม่ทำร้ายตัวเอง ไม่ทำร้ายผู้อื่น ไม่ทำร้ายทรัพยากร และไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม และทำในสิ่งที่เป็นผลงานที่ยั่งยืนยาวนาน
ที่คาดว่าถ้าเราใช้ตัวชี้วัดนี้แล้วเราจะไม่ผิดพลาดและหลงทางในการพัฒนาในทุกระดับ
เป็นสิ่งที่น่าจะนำไปปรับใช้ได้ทั่วไปครับ
จึงนำมาบันทึกไว้ที่นี่ครับ
สวัสดีครับอาจารย์ ดร.แสวง
ผมคิดว่า ปราชญ์ชาวบ้านทั้งหลายจะพากันสมาทาน ศีล ๘ อย่างที่เราคุ้นเคย เพื่อมุ่งไปสู่ชีวิตที่พอเพียง แล้วอาจพากันนุ่งขาวห่มขาวกันหมด มันไม่น่าจะทำได้ จึงตามอาจารย์มาดู มาถึงบางอ้อตอนได้เห็นศีล ๘ ของเครือข่ายปราชญ์ ที่เป็นเรื่องการลดปัจจัยที่เป็นทุกข์และสร้างปัจจัยที่เป็นสุข
น่าสนใจมากครับ ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้ จะได้นำไปปรับใช้ต่อไปครับ
สวัสดีค่ะ อาจารย์ ดร.แสวง
คนรุ่นก่อนที่มีการศึกษา จัดการอนาคตให้ลูกหลานไว้คิดว่าไม่อยากเห็นลูกหลานลำบาก จึงขายที่นาไปหมดแล้ว หวังว่าลูกหลานคงได้ดีในหน้าที่ราชการ ..แต่ในวันนี้เหตุการณ์พลิกผัน ที่ดินก็ไม่มีทำกินแล้ว ไปข้างหน้าก็ไม่ไหว จะกลับมาข้างหลังก็หมดตัวแล้ว ความคิดของคนไทยสมัยใหม่ที่บอกว่าต้องให้ลูกเรียนสูงๆนั้น สุดท้ายมันอยู่ที่ไหน...กว่าจะรู้ตัวก็สายเสียแล้วค่ะ จะเหลืออีกสักกี่มากน้อยที่สามารถใช้ชีวิตตามอย่างเครือข่ายปราชญ์
ทุกอย่างอยู่ที่ฝันครับ
ฝันอย่างไรก็จะได้อย่างนั้นครับ