วันมาฆบูชาปีนี้ตรงกับวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ สื่อทุกประเภทได้รณรงค์ให้ชาวไทยเห็นความสำคัญและความเป็นมาของวันมาฆบูชา รวมทั้ง GotoKnow มีผู้เขียนถึงความหมายและการปฏิบัติของชาวพุทธในวันนี้จำนวนมาก
ฉันได้ปฏิบัติตามวัฒนธรรมและประเพณีของชาวพุทธ โดยต้ังใจและเตรียมการอย่างไม่ให้บกพร่อง ตั้งแต่เตรียมสิ่งของถวายพระ เตรียมภาชนะและสิ่งจำเป็น ก่อนนอนได้กำหนดว่าจะตื่นตี ๕ แต่ความจริงตื่นก่อนตี ๕ เพียง ๕ นาที อาบน้ำสระผมให้ร่างกายสะอาด เพราะคุณยายได้สอนไว้ตั้งแต่เด็กว่า "การไปเข้าวัดต้องล้างตัวให้สะอาดก่อนที่จะไปล้างใจเพราะเป็นความบริสุทธิ์" ตอนเป็นเด็กได้แต่ฟังเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาและเถียงในใจเพราะไม่เข้าใจ
หม้อหุงข้าว ข้าวสาร ต้องล้างให้สะอาด ภาชนะที่ตักก็ต้องแห้งและสะอาดเป็นพิเศษ ฉันจึงมีความจำเป็นนำของใหม่มาใช้ในโอกาสนี้ และวันนี้จึงมีโอกาสได้ใช้ "ตะกร้าและขันเงินขนาดใหญ่" เป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษรุ่นไหนไม่ทราบได้ แต่ฉันได้รับมาจากคุณแม่ ได้แต่นึกในใจว่า "หากดวงวิญญาณของปู่ ย่า ตา ยาย คุณพ่อ คุณแม่ได้ล่วงรู้ ก็คงจะเป็นสุขในสรวงสวรรค์ที่มรดกตกทอดของท่านได้สร้างไว้ให้ถูกนำมาใช้ในการทำบุญทำกุศล"
คำสอนของพ่อแม่และปู่ย่าตายาย ที่ดูเหมือนผ่านหูมาครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อถึงภาวะจำเป็นหรือคราวคับขัน จะถูกนำออกมาใช้ เพราะหวนระลึกได้ ทำให้ฉันมีความเชื่อว่า "การอบรมสั่งสอนเป็นเรื่องดีเสมอ เมื่อถึงเวลาจะถูกนำออกมาใช้ได้เอง" ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์รอบตัวหรือเมื่อมีปัญหา
ฉันขับรถไปถึงลานวัดที่เต็มไปด้วยร้านค้า เพราะอยู่ระหว่างงานประจำปี ๑๐ คืน ๑๐ วัน จึงย้ายจากศาลาวัดไปทำบุญกันที่ศาลาอเนกประสงค์ หลวงพ่อได้ประกาศให้ความรู้เกี่ยวกับความหมายและความสำคัญของวันมาฆบูชา เพื่อให้ผู้คนเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับ "ความรักต่อการพึ่งพา เอื้ออาทร ไม่แก่งแย่งหรือเบียดเบียนกัน เพื่อความสงบสุขร่มเย็น และรักที่จะช่วยกันจรรโลงศาสนา"
คงเป็นปกติของชาวพุทธที่มีความศรัทธาต่อศาสนาที่ตนเองนับถือ เมื่อเข้าไปในวัดครั้งใด ก็จะรู้สึกเบาตัวและสบายใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อขึ้นไปบนศาลาจัดอาหารแล้วจึงมีผู้คนเริ่มทะยอยมาจนเต็มบริเวณ มีแม่ขาว พ่อขาว คนวัยกลางคนผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเหมือนที่หลายกลุ่มได้แสดงความคิดเห็นไว้หลายแห่ง คนรุ่นหนุ่มสาวก็มีบ้างแต่น้อยมาก แต่ที่น่าชื่นชมคือมีหลายครอบครัวไปทำบุญพร้อมหน้ากันทั้งลูกหลานวัยเด็กและวัยรุ่น
ฉันเห็นเด็ก ๆ และผู้คนที่ไปทำบุญในวันนี้กราบพระยังไม่ถูกนัก คนส่วนมากจะไม่กราบลงที่พื้น แต่ทำเหมือนไหว้บุคคลทั่วไปเพียงแต่ก้มหัวลงมาจรดที่มือเท่านั้น ทำให้"ย้อนนึกไปถึงคำสอนของหลวงพ่อชาคโรภิกขุ พระฝรั่งที่กล่าวว่าคนไทยโชคดีมีโอกาสได้เกิดมาในดินแดนที่มีพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ แต่คนไทยให้ความใส่ใจกับศาสนาของตนเองน้อยมาก" ซึ่งฉันได้อ่านคำสอนนี้มานานเกินกว่า ๓๐ ปีมาแล้วเห็นจะได้ เพราะตอนนั้นยังเรียนหนังสืออยู่
การไปทำบุญของฉันเพื่อต้องการขจัดความตระหนี่ถี่เหนียว และเพื่อชำระกิเลสที่อยู่ในจิตใจของตัวเองให้เบาบางลง การคิดเห็นต่อสถานการณ์เช่นนี้ฉันได้ใคร่ครวญแล้วว่าไม่ใช่การจับถูกหรือจับผิดให้จิตใจมัวหมอง แต่ในฐานะที่ถูกฝึกกราบฝึกไหว้มาแล้ว จึงอยากจะเห็นคนไทยได้ปฏิบัติให้สมกับเป็นชาวพุทธที่แท้จริง
มัคทายกกล่าวย้ำเตือนอยู่หลายครั้งว่า "ญาติโยมโปรดหยุดคุยกันก่อน ตั้งใจถวายภัตตาหาร ตั้งใจรับพร ตั้งใจกรวดน้ำ อย่าเพิ่งคุยกันพระจะสำลักอาหาร" ตอนนี้ก็ทำให้ย้อนนึกไปถึงผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษาธิการท่านหนึ่ง ได้กล่าว (ชม) ตำหนิข้าราชการในที่ประชุมแห่งหนึ่งว่า "ผมไม่เคยเห็นข้าราชการที่ไหนคุยเก่งเหมือนที่นี่ ผมนั่งคุยกันอยู่ใกล้ ๆ ยังแทบไม่ได้ยินเพราะเสียงของพวกคุณกลบแก้วหูผมทั้งสองหู" และอีกท่านหนึ่งคือ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ กล่าวทำนองตลกขบขันว่า "เพราะมีแต่โรงเรียนฝึกพูดแต่ไม่มีโรงเรียนฝึกฟัง" คงจะไปแก้ไขกับผู้คนเหล่านี้ได้ นอกจากคนรุ่นเยาว์เท่านั้น
ฉันได้เก็บโจทย์กลับมาจากสถานการณ์เหล่านี้ โดยตั้งใจว่า "จะนำเด็ก ๆ ในซอยมาฝึกกราบพระให้ได้ ส่วนการฝึกไหว้นั้นใช้ได้แล้ว" ไม่มีเด็กคนไหนในซอยบ้านของฉันไหว้ไม่สวยเลยแม้แต่คนเดียว เพราะถูกจับฝึกมาตั้งแต่รู้ความ บางคนแค่เดินผ่านหน้าบ้านก็เรียกหาเพื่อจะ "ไหว้" เท่านั้นเอง
ตอนเย็นจึงไม่ได้ไปเวียนเทียน เพราะมีกัลยาณมิตรจากร้อยเอ็ดและครอบครัวมาเยี่ยม และได้กลับมาระลึกกตัญญุตาที่บ้าน ฝึกความสงบ นั่งนิ่ง ทบทวนคุณความดีของคนอื่นและสังคม และต้ังใจจะกตัญญูต่อการนับถือศาสนาพุทธด้วยใจอันบริสุทธิ์ หลังจากนั้นได้โทรศัพท์ไปหาผู้มีพระคุณที่เคยเลี้ยงดูในวัยเด็กปัจจุบันท่านยังมีชีวิตอยู่อายุเจ็ดสิบกว่าปีอยู่ที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่คนหนึ่ง และอีกคนอยู่กับครอบครัวที่น่าน ตอนเย็นได้ส่งเงินให้ท่านทั้งสองสำหรับใช้จ่ายในการบุญและการกุศล ท่านทั้งสองดีใจ กล่าวให้พรแก่ฉันมากมาย
อาจารย์วรภัทร์ ภู่เจริญที่ได้สอนไว้ในหนังสือ "สุขได้อีกเยอะเล้ย ว่า ถ้าได้เข้าใกล้คนที่มีความสุขจริง ๆ คนที่เป็นบัณฑิตจริง ๆ ก็จะมีเรื่องเล่าเร้าพลังเรา โดยเปิดคำพูดที่เป็นแรงบันดาลใจให้แก่เรา"
ขอขอบพระคุณอาจารย์วรภัทร์ ฯ และทุกท่านที่ได้มีส่วนร่วมในการเร้าพลังใจให้ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ในวันนี้
อาหารเกลี้ยงทุกชาม ทุกจาน
สวัสดีครับคุณครูคิม
พระจันทร์ที่อเมริกา วันมาฆบูชา ปี ๒๕๕๔
เพิ่งกลับจากการปฏิบัติธรรมประจำวันศุกร์กับภรรยา
เอาบุญมาฝาก ส่วนอนุโมทนาด้วยครับ
สวัสดีครับ คุณยายคิม
มิน่า ผมมีความสุขตลอด และขอเกาะตัวเหนียวแน่นเป็นแฟนคลับ
ของยายคิมทุกบันทึก
เพราะยายคิม ...เป็นคนที่มีความสุขจริง ๆ และเป็นคนที่เป็นบัณฑิตจริง ๆ
ทำให้ผมมีเรื่องเล่าเร้าพลังจนถึงทุกวันนี้
ยกความดีความชอบให้คุณยายคิมด้วยนะครับ
ขอบพระคุณครับ
โยมพี่คิม
อิ่มบุญ อิ่มใจ...คนอ่านพลอยมีสุขตามด้วย
เชิญชวนพี่คิม ร่วมโหวตเป็นกำลังใจ โรงเรียนร่องคำ โครงการ เจ็ดสีปันรักให้โลก ที่
http://saveworld.ch7.com/year3/ClipVDO-star-show.aspx?CatId=120&PostId=24661&ItemId=111538
ขอบคุณมากๆค่ะ
โชคดีมีความสุขมากๆค่ะ
สวัสดีค่ะพี่คิม...
มาฆบูชา ปีนี้...ได้ทำบุญ เวียเทียน สงบจิต สงบใจ ได้ท่องบทสวด...รู้สึกดีจังคะ
ขอบคุณค่ะพี่คิม...สาธุ...อนุโมทนาคะ...^_^
สะดุดใจนิดหน่อยนะครับว่า
"หยุดคุยกันก่อน ตั้งใจถวายภัตตาหาร ตั้งใจรับพร ตั้งใจกรวดน้ำ อย่าเพิ่งคุยกันพระจะสำลักอาหาร"
แสดงว่าชวนพระสนทนาธรรมหรืออย่างไรครับ
อิอิ
สวัสดีคะ
แม่ต้อยมาอ่านด้วยความสุขใจมากคะ
ขออนุโมทนาบุญด้วยนะคะ
มีชีวิตที่เอกเขนกจริงๆคะ
รักเสมอคะ
สวัสดีค่ะสันติสุข สันติศาสนสุข
สวัสดีค่ะคุณยาย
สวัสดีค่ะอาจารย์คนบ้านไกล
สวัสดีค่ะทิมดาบ
สวัสดีค่ะSila Phu-Chaya
นมัสการพระคุณเจ้าธรรมหรรษา
สวัสดีค่ะmena
สวัสดีค่ะเทียนน้อย
สวัสดีค่ะอาจารย์โสภณ เปียสนิท
สวัสดีค่ะแม่ต้อย