แนวคิดในการจัดการสารสนเทศและนวัตกรรม
โรงเรียน หรือส่วนราชการมีหน้าที่พัฒนาความรู้ในส่วนราชการ เพื่อให้มีลักษณะเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ โดยต้องรับรู้ข้อมูลข่าวสารและสามารถประมวลผลความรู้ในด้านต่างๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วและเหมาะสมกับสถานการณ์ รวมทั้งต้องส่งเสริมและพัฒนาความรู้ความสามารถ สร้างวิสัยทัศน์และปรับเปลี่ยนทัศนคติของข้าราชการในสังกัดให้เป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพและมีการเรียนรู้ร่วมกัน
1. การจัดการสารสนเทศ
การจัดการสารสนเทศ หมายถึง การจัดการกับสารสนเทศอย่างเป็นขั้นตอนเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับสารสนเทศที่มีคุณภาพและตรงกับความต้องการมากที่สุด โดยเริ่มตั้งแต่การจัดหาและรวบรวมสารสนเทศ การวิเคราะห์และสังเคราะห์สารสนเทศ การจัดเก็บสารสนเทศ การพัฒนาเครื่องมือและการเข้าถึงสารสนเทศ และสุดท้ายคือการบริการและเผยแพร่สารสนเทศ
1. การจัดหาและรวบรวมสารสนเทศ เป็นขั้นตอนแรกของการจัดการสารสนเทศ เป็นการสรรหาจากแหล่งต่างๆ เช่น การซื้อหนังสือ การขอรับบริจาคหนังสือ การสมัครสมาชิกวารสารและหนังสือพิมพ์ การถ่ายเอกสารจากแหล่งอื่น เป็นต้น การจัดหาและรวบรวมสารสนเทศต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้เป็นหลัก
2. การวิเคราะห์และสังเคราะห์สารสนเทศ เมื่อได้รับสารสนเทศจากการจัดหาแล้ว ก็ต้องทำการวิเคราะห์ว่าสารสนเทศนั้นมีเนื้อหาอย่างไร อยู่ในกลุ่มหรือหมวดหมู่ใด
3. การจัดเก็บสารสนเทศ เมื่อวิเคราะห์หมวดหมู่ได้แล้ว จะต้องนำสารสนเทศมาจัดเก็บเพื่อให้บริการ วิธีในการจัดเก็บนั้นต้องอาศัยทฤษฎีการจัดหมวดหมู่ (classification theory) เข้ามาช่วยเพื่อให้ผู้ใช้ค้นหาทรัพยากรสารสนเทศได้ง่ายขึ้น ซึ่งมีระบบการจัดหมวดหมู่ที่เป็นที่นิยมอยู่ 2 ระบบ ได้แก่ ระบบทศนิยมดิวอี้ และระบบหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน
4. การพัฒนาเครื่องมือและการเข้าถึงสารสนเทศ แหล่งให้บริการสารสนเทศส่วนใหญ่จะมีทรัพยากรสารสนเทศจำนวนมากเกินกว่าที่ผู้เข้าใช้จะค้นพบในเวลาอันสั้น ดังนั้นการพัฒนาเครื่องมือจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเหลือผู้ใช้ให้ค้นหาทรัพยากรสารสนเทศได้รวดเร็วขึ้น ช่วยอำนวยความสะดวกให้ทั้งกับผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ
5.การบริการและเป็นแพร่สารสนเทศ เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่สารสนเทศถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว พร้อมสำหรับการใช้งานและเผยแพร่ ขั้นตอนนี้จัดว่าเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญมาก เนื่องจากผู้ให้บริการต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้บริการ ดังนั้นผู้ให้บริการควรจะให้บริการด้วยความเป็นมิตร เอาใจใส่และให้ความสำคัญต่อผู้ใช้ เพื่อความพึงพอใจของผู้ใช้ในการใช้สารสนเทศ
2. การจัดการนวัตกรรม
การจัดการนวัตกรรม คือ ศาสตร์ของการต่อยอดและขยายผลการจัดการเทคโนโลยี ให้ครบวงจร โดยการรวมศาสตร์ในแขนงต่าง ๆ เช่น วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ การออกแบบและการตลาด ทฤษฏีทางธุรกิจ และ เศรษฐกิจ เป็นต้น เพื่อให้ได้มาซึ่ง การรักษาศักยภาพในการแข่งขันและสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์ ความรู้ แนวปฏิบัติ และกระบวนการใหม่ให้ดีขึ้น เมื่อการจัดการนวัตกรรมเป็นศาสตร์ที่นำมาซึ่งศักยภาพในการแข่งขันที่ยั่งยืนแล้ว สิ่งที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกับการจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยีได้แก่ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสร้างองค์ความรู้ เช่น มีความเป็นสหวิทยาการ (Multidisciplinary) มากกว่าการสร้างองค์ความรู้แบบเฉพาะสาขาอย่างในรูปแบบเดิม เป็นต้น และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดการองค์กร เช่น การเน้นให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) มากกว่าเป็นองค์กรที่เน้นในกฎระเบียบ เป็นต้น
การจัดการนวัตกรรม คือ นวัตกรรมไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อเป็นเพียงการสร้างความเป็นกิจวัตรหรือแบบแผน ประจำให้กับองค์กรเพื่อก่อให้เกิดการเรียนรู้ตามมาเท่านั้น แต่ต้องสามารถลบล้างหรือเปลี่ยนแปลงความเป็นแบบแผนเหล่านั้นได้อย่างเหมาะสม ซึ่งก็คือรูปแบบของนวัตกรรมที่ไม่ต่อเนื่องนั่นเอง (Discontinuous Innovation) เพื่อเปิดโอกาสให้แนวคิด แนวปฏิบัติใหม่ๆเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
การจัดการนวัตกรรม คือ กิจกรรมที่เกิดขึ้นอย่างเป็นขั้นตอนต่อเนื่องกัน เริ่มตั้งแต่ความคิดริเริ่มที่เกิดจากการวิจัย อันจะนำไปสู่รูปแบบของผลิตภัณฑ์ และออกสู่ตลาดในท้ายที่สุด หรืออีกนัยหนึ่งว่า “การผลักดันจากเทคโนโลยีในขณะเดียวกันก็ สามารถเกิดได้จากสัญญาณของความต้องการของตลาดเอง
ดังนั้นสามารถสรุปได้ว่า การจัดการนวัตกรรม (Innovation Management) คือ นวัตกรรมไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อเป็นเพียงการสร้างความเป็นกิจวัตรหรือแบบแผน ประจำให้กับองค์กรเพื่อก่อให้เกิดการเรียนรู้ตามมาเท่านั้น แต่ต้องสามารถลบล้างหรือเปลี่ยนแปลงความเป็นแบบแผนเหล่านั้นได้อย่างเหมาะสม ซึ่งก็คือรูปแบบของนวัตกรรมที่ไม่ต่อเนื่องนั่นเอง (Discontinuous Innovation) เพื่อเปิดโอกาสให้แนวคิด แนวปฏิบัติใหม่ๆเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา สิ่งที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกับการจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยี ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสร้างองค์ความรู้ เช่น มีความเป็นสหวิทยาการ (Multidisciplinary) มากกว่าการสร้างองค์ความรู้แบบเฉพาะสาขาอย่างในรูปแบบเดิม เป็นต้น และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดการองค์กร เช่น การเน้นให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) มากกว่าเป็นองค์กรที่เน้นในกฎระเบียบ เป็นต้น
เรียน คุณสุมาลี ผมแวะมาเยี่ยมชม ผมน้องใหม่เพิ่งนำเสนอแนวคิดผ่าน เว็บ
http://www.nature-dhama.ob.tc ฝากข้อคิดเห็นให้ผมบ้าง หากสมัครเป็นผู้สนับสนุน ยินดีมากครับ