" ปวดไหล่...ปวดบ่า.. "
คิดว่าเป็นอาการที่หลายๆท่านคงเคยประสบด้วยตัวเอง (รวมทั้งตัวผู้เขียนก็เช่นกัน..^^)
แต่อาการที่เกิดขึ้นในละคนนั้นคงไม่เหมือนกันไปหมดทุกอย่าง
ผู้เขียนเลยขอนำประสบการณ์ ความรู้ใหม่ และคำแนะนำที่ผู้เขียนได้รับจากการทำงาน มาแบ่งปันและแลกเปลี่ยนกันนะค่ะ
อาการหลักๆคงหนีไม่พ้นที่บริเวณบ่า/ไหล่ เป็นสำคัญ
ในทางการแพทย์แผนไทย อาการปวดบริเวณบ่าไหล่นั้นสามารถแยกออกได้เป็นหลายโรคด้วยกัน
โดยดูจากอาการ สาเหตุ และระยะเวลาที่ปวดเป็นสำคัญ
จากประสบการณที่ผู้เขียนได้พบเจอผู้ป่วยที่มาด้วยอาการปวดบ่า หรือไหล่ สาเหตุส่วนใหญ่มักมาจาก " อิริยาบทที่ไม่ถูกต้อง "
เช่น ลักษณะการนั่งทำงานเป็นเวลานาน โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำงานนั่งโต๊ะ จะมีอาการปวดเรื้อรัง ไม่หายขาด
เมื่อปล่อยไว้นานวัน ไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่มีการบริหารหรือออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ
ก็ทำให้มีอาการรุนแรงขึ้น
จากปวดตึงธรรมดา ผู้ป่วยจะเริ่มปวดล้า ปวดร้าวลงตามแขน บ้างครั้งถึงกับอ่อนแรงหรือมีอาการชาปลายมือเป็นครั้งคราว
(อาจมีอาการหายใจได้ไม่เต็มที่ หรือขัดยอกในอกในบางราย)ลักษณะอาการดังกล่าวในทางการแพทย์แผนไทย
เรียกว่า --> " โรคลมปลายปัตคาต สัญญาณ 4 หลัง "
บ้างคนเริ่มจากปวดบ่า แล้วปวดร้าวขึ้นท้ายทอย ต้นคอ เวียนศีรษะ ปวดศีษะ ปวกขมับและกระบอกตา
ในทางการแพทย์แผนไทย เรียกว่า --> " โรคลมปลายปัตคาต สัญญาณ 5 หลัง "
ส่วนผู้ป่วยที่มีสาเหตุของอาการปวดแบบเฉียบพลัน หรือมีสาเหตุมาจากโรคประจำตัวนั้นพบเป็นส่วนน้อย เช่น
ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว คือ " ไมเกรน " ทางการแพทย์แผนไทย เรียกว่า --> " โรคลมปะกัง "
อาการจะใกล้เคียงกับ โรคลมปลายปัตคาต สัญญาณ 5 หลัง แต่จะมีอาการเด่น คือ มักจะปวดศีรษะข้างเดียว ตาพร่า ตาลาย
เห็นแสงระยิบระยับ ปวดศีรษะตุ๊บๆเป็นจังหวะเดียวกับชีพจร มี 2 ประเภท คือ แบบอาเจียน และไม่อาเจียน
ส่วนในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการปวดแบบเฉียบพลัน ก็พบได้น้อยเช่นกัน เช่น " ผู้ป่วยที่นอนตกหมอน "
ซึ่งจะมีอาการปวดตึงบริเวณบ่า แต้นคอ เช่นเดียวกัน แต่มีลักษณะเด่นคือ ผู้ป่วยจะหันหน้าไม่ได้ ต้องหันไปทั้งตัว และกดเจ็บ
บริเวณโค้งคอมาก
จากที่ได้ตรวจร่างกายและซักประวัติผู้ป่วยที่มีอาการปวดบ่า ไหล่ ต้นคอซ้ำๆกันหลายๆเคส
ทำให้ผู้เขียนตระหนักถึงความสำคัญของ การดูแล คอยระมัดระวัง และรู้จักบริหารร่างกายของตนเองเป็นประจำ โดยเฉพาะในคนวัยทำงาน
เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้มีอาการเจ็บปวดเรื้อรังเมื่อมีอายุมากขึ้น
แนวคิด สายวิชา มณีเวช เผยแพร่ โดยปรมาจารย์ผู้วายชนม์ อ.ประสิทธิ์ จิระมณีประการ สอนผป.และศิษย์ อริยาบทบำบัด และ การใช้อวัยวะแขนขา ที่เหมาะสม
http://www.spt-th.com/index.php?option=com_content&view=article&id=2329:2010-10-03-01-19-54&catid=18:2009-08-25-14-01-26&Itemid=6
ปัจจุบันมีศิษย์รุ่นหลังๆ ทำหนังสือ และ ไฟล์เผยแพร่ ตามเวบ ผู้สนใจ ลองติดตามศึกษา และปฏิบัติ จนชำนาญ จะช่วยให้เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ เป็นปกติ จากการดำรงชีวิตประจำวัน