แผนการเรียนรู้    สัมผัสดี สัมผัสไม่ดี

สาระสำคัญ         

การสัมผัสร่างกายอาจเกิดขึ้นจากเจตนาหลายแบบ วัยรุ่นจึงควรเรียนรู้ว่าการสัมผัสแบบใดเป็นสิ่งที่กระทำได้ และแบบใดควรหลีกเลี่ยง

จุดประสงค์          

1. แยกแยะได้ว่าสัมผัสแบบใดเป็นการจงใจล่วงละเมิดทางเพศ และแบบใดคือสัมผัสธรรมดาที่ไม่มีเจตนาแอบแฝง

2. บอกวิธีจัดการหากเจอการกระทำที่ส่อเจตนาล่วงละเมิดทางเพศ

3. บอกวิธีป้องกันสถานการณ์ ที่อาจนำไปสู่การล่วงละเมิดทางเพศ

อุปกรณ์และสื่อ  

1. บัตรคำ27 ใบ

2. กระดาษฟลิบชาร์ท

3. ปากาเคมี 

4. กระดาษกาว

ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม                                                                                                                                                             1. ผู้ดำเนินกิจกรรมชี้แจงวัตถุประสงค์กิจกรรมวันนี้ว่าเป็นการเรียนรู้เพื่อแยกแยะสัมผัสที่แสดงถึงความห่วงใยและสัมผัสที่มีเจตนาล่วงเกินทางเพศ

2. แบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็นกลุ่มย่อยกลุ่มละไม่เกิน 7 คน แจกกระดาษฟลิบชาร์ทและปากกาเคมี กลุ่มละ 1 ชุด

3. ให้แต่ละช่วยกันอ่านบัตรคำที่ติดบนกระดาน และลงความเห็นในกลุ่มว่าบัตรใดอยู่ในหมวดใด ระหว่าง ทั่วไป ผิดปกติ ไม่แน่ใจ แล้วเขียนคำนั้นใส่กระดาษฟลิบชาร์ท ให้เวลา 10 นาที

4. เมื่อหมดเวลา ผู้ดำเนินการ อ่านบัตรคำทีละใบ และขอความคิดเห็นของแต่ละกลุ่มว่าวางไว้ในหมดใดบ้าง หากคำตอบขากแต่ละกลุ่มต่างกัน ให้ยกตัวอย่างหรือให้เหตุผลว่าเหตุใดจึงวางบัตรนั้นไว้ในหมวดนั้นๆ

ทั่วไป

ผิดปกติ

ไม่แน่ใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

               

5. เมื่อครบทุกบัตรแล้ว ผู้ดำเนินกิจกรรมชวนดูบัตรคำที่จัดหมวดหมู่บนกระดาน และชวนคุยโดยเน้นบัตรคำที่แต่ละกลุ่มจัดไว้ในหมวดที่แตกต่างกัน โดยใช้แนวคำถาม ดังนี้

 คำถามชวนคิด

  • เราใช้อะไรเป็นตัวตัดสินว่าสัมผัสใดเป็นสัมผัสแบบธรรมดาและแบบใดผิดปกติ
  • บริเวณใดของร่างกายบ้างที่เราคิดว่า คนอื่นไม่ควรสัมผัส โดยที่เราไม่ได้ยินยอมพร้อมใจ เพราะอะไร
  • บางสัมผัสที่เราไม่แน่ใจนั้น คิดว่าเป็นเพราะอะไร หากจะจัดให้อยู่ในหมวดทั่วไปหรือผิดปกติ จะต้องดูองค์ประกอบอะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง
  • หากเกิดเหตุการณ์ที่เป็นสัมผัสแบบผิดปกติกับเรา เราจะรู้สึกอย่างไร และจะจัดการอย่างไร คิดว่าจะบอกให้ใครรู้หรือไม่ เพราะอะไร
  • หากมีเพื่อนมาปรึกษาว่าพบเจอเหตุการณ์ที่เป็นสัมผัสแบบผิดปกติ เราจะให้คำแนะนำและช่วยเหลือเพื่อนอย่างไรบ้าง
  • ถ้าไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์สัมผัสแบบผิดปกติกับเราและเพื่อนๆ มีวิธีป้องกันอย่างไรบ้าง

 6. ผู้ดำเนินกิจกรรมสรุปประเด็นสำคัญดังนี้

  • การตัดสินว่าสัมผัสแบบใดส่อเจตนาอย่างไร เป็นการล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งสถานะของผู้กระทำว่ามีความสัมพันธ์กับเราแบบใด เวลา สถานที่ และสภาพแวดล้อมที่กระทำ รวมทั้งการสัมผัสนั้นเป็นที่ยินยอมพร้อมใจของทั้ง 2 ฝ่ายจริงหรือไม่
  • ทุกคนต่างมีสิทธ์ในเนื้อตัวร่างกายของตนที่จะเลือกได้ว่าต้องการให้ตนได้รับการปฏิบัติในรูปแบบไหน หากเราอึดอัดลำบากใจ ไม่ชอบการปฏิบัติของผู้อื่น ที่ปฏิบัติต่อร่างกายเรา หรือแม้เพียงแค่สับสน ไม่แน่ใจกับการกระทำที่เกิดขึ้น เราควรบอกปฏิเสธ หรือแสดงออกให้ชัดเจนว่า เราไม่ชอบ และไม่ต้องการให้เกิดขึ้น
  • เมื่อเกิดความไม่สบายใจจากการถูกสัมผัส ควรปรึกษาผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ และคิดหาทางป้องกันล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำเดิมอีก
  • ในทางกลับกัน เมื่อเรารู้ว่าการปฏิบัติแบบใดที่เราไม่ชอบ เราก็ไม่ควรปฏิบัติแบบนั้นกับคนอื่น หากมีเพื่อนบอกเราว่าไม่ชอบ เราก็ควรรับฟังและเคารพสิ่งที่เพื่อนบอก และไม่ถือวิสาสะในการสัมผัสหรือแสดงออกเพียงเพราะสนิทกัน                                                                                                 

7. ผู้ดำเนินการเพิ่มเติมข้อมูลในเรื่องแหล่งบริการช่วยเหลือที่อยู่ในชุมชน หรือสายด่วนสำหรับผู้ที่ต้องการคำปรึกษา

การวัดและประเมินผล       สังเกตการมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่ม และอภิปรายแลกเปลี่ยน