ในยุคปัจจุบันปรัชญาการศึกษาแนวไหนเหมาะกับการศึกษาไทย
ตามทัศนของผู้เขียนเห็นว่าเยาวชนไทยถดถอยลงในเรื่องคุณธรรม พฤติกรรมที
แสดงออก ค่อนข้างก้าวร้าวเกินวัย ลืมคิดไปว่าสังคมไทยยังมีขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม อย่างเช่นยังถือกันในเรื่องความอาวุโสหรือคุณธรรมต่างๆที่สถาบันครอบครัวคอยปลูกฝังกันมา นอกจากนั้นสถาบันการศึกษายังช่วยสานต่อในขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามให้กับลูกหลานเยาวชนไทยของเรา ผู้ใหญ่ควรหันกลับไปพิจารณาใหม่หรือไม่ในเรื่องการจัดการศึกษาให้เยาวชนไทย การศึกษาไทยดั้งเดิมสอนให้ลูกหลานมีคุณธรรมได้มากกว่าที่เป็นอยู่ไหม...น่าคิด ถึงแม้ในปัจจุบันหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานจะถูกปรับปรุงหลายครั้ง เมื่อนำมาจัดการศึกษาในสถานศึกษา ก็ยังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเยาชนลูกหลานไทยได้ไม่เต็มที่ ซึ่งต่างกับการจัดการศึกษาของไทยสมัยก่อนมาก ดังนั้นในฐานะที่ผู้เขียนเป็นแม่พิมพ์คนหนึ่งเห็นว่าแนวคิดปรัชญาการศึกษาที่ควรนำมาประยุกต์ใช้กับการจัดการศึกษาของไทยในยุคปัจจุบันที่น่าสนใจ คือ แนวคิดแบบสารัตถะ ซึ่งมาช่วยกันพิจารณาดูหน่อยว่าพอที่จะนำมาจัดการกับพฤติกรรมของเยาวชนไทยในยุคนี้ได้ไหม
สารัตถะ (Essence) หมายถึง สาระหรือเนื้อหาที่เป็นหลักธรรมหรือเป็น
แก่นสำคัญ
ลักษณะเด่นของปรัชญานี้ จึงยึดเนื้อหา (Subject Matter) เป็นหลักสำคัญของการศึกษา นักปรัชญากลุ่มนี้มีความเชื่อว่าในแต่ละสังคมจะมีมรดกทางวัฒนธรรม คือ ความรู้ ทักษะ เจตคติ ความเชื่อ และอุดมการณ์ที่เป็นแกนกลางอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนจำเป็นต้องรู้ ระบบการศึกษาจึงควรจะถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ให้แก่เยาวชนอย่างมีระเบียบ
ความมุ่งหมายในการจัดการศึกษา การศึกษาเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดวัฒนธรรมให้แก่คนในชาติ เพื่อให้สังคมดำเนินไปด้วยความสงบสุข
หลักสูตร จะเน้นเนื้อหา (Subjcet Matter) เป็นหลักสำคัญ ได้แก่
- ความรู้พื้นฐาน (Basic Knowledge) เช่น ภาษา คณิตศาสตร์ ประวัติศาสตร์
- เนื้อหาทางด้านศิลปะ ค่านิยม และวัฒนธรรมของสังคม
ความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และธรรมชาติ
บทบาทของสถานศึกษา สถานศึกษาทำหน้าที่อบรม ปลูกฝัง และถ่ายทอดสรรพความรู้ และวัฒนธรรมที่ดีงามที่ปรากฏในหลักสูตรให้กับผู้เรียน สถานศึกษาจึงเป็นแบบอย่างของการจำลองสังคมที่ดีมาให้ผู้เรียนได้สัมผัส ได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบต่าง ๆ ภายในสถานศึกษา
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ประสบการณ์การเรียนรู้ที่จัดให้ผู้เรียน มุ่งให้ผู้เรียนจดจำทำความเข้าใจ และซาบซึ้งในสรรพความรู้ทั้งหลายที่บรรจุในหลักสูตร วิธีสอนจึงนิยมใช้การบรรยาย อภิปรายซักถาม ควบคู่กับการอบรมจิตใจผู้เรียนให้มีระเบียบวินัย ปรัชญานี้มีความเชื่อว่าถ้าผู้เรียนได้ทำงานหนัก ทุ่มเทให้กับการเรียนอย่างเต็มที่แล้วจะเรียนได้ดี ดังนั้นการทำความเข้าใจ การทำการบ้านระเบียบวินัย ความอดทน การฝึกฝน ล้วนเป็นคุณลักษณะสำคัญของการเรียนการสอนตามแนวปรัชญานี้ การจัดชั้นเรียนจะแบ่งตามระดับสติปัญญาของผู้เรียน
บทบาทของผู้สอน ผู้สอนเป็นศูนย์กลางของการเรียนการสอน เป็นผู้กำหนดวัตถุประสงค์เนื้อหา วิธีสอน และการประเมินผล ผู้สอนจึงเป็นผู้นำทางความรู้และเป็นแบบฉบับของคนดีที่ผู้เรียนจะต้องยึดถือลอกเลียนแบบและปฏิบัติตาม
บทบาทของผู้เรียน ผู้เรียน คือ ผู้รับ ผู้ฟัง และผู้ปฏิบัติตาม ในสิ่งที่ผู้สอนถ่ายทอดให้เพราะต่อไปผู้เรียนจะต้องถ่ายทอดสรรพความรู้และวัฒนธรรมให้กับคนรุ่นต่อไป จึงต้องซึมซับความรู้และการปฏิบัติตัวจากผู้สอนให้มากที่สุดเพื่อจะได้เป็นแบบอย่างที่ดีต่อไป
ใช้แนวคิดนี้ประยุกต์ใช้กับความเป็นสังคมยุค ICT จะดีต่อการศึกษาไทยไหม...น่าคิด