การประยุกต์ทฤษฎีความพึงพอใจใช้ในองค์กร

 

ทั้งนี้ เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า  การบริหารงานในองค์การ ไม่ว่าจะเป็นองค์การภาครัฐหรือเอกชนก็ตาม จะประสบผลสำเร็จได้นั้นผู้บริหารจะต้องสามารถที่จะนำปัจจัยต่าง ๆ ที่เป็นปัจจัยทางการบริหาร มาช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้บุคลากรในองค์การเกิดความพึงพอใจและปฏิบัติงานให้ประสบความสำเร็จตามที่กำหนดไว้  นอกจากนี้ผู้บริหารขององค์การจะต้องมีความคิดริเริ่มในการวางแผนจัดองค์การ  การบริหารภายในองค์การอย่างหลากหลาย   ตลอดทั้งแสวงหาปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ  ที่จะทำให้องค์การได้พัฒนาตามเป้าหมายที่วางไว้  โดยภาระหน้าที่ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง  คือ  การพยายามชักชวนโน้มน้าวจิตใจให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาทุกคนเต็มใจ  และร่วมมือร่วมใจกันที่จะปฏิบัติหน้าที่จึงจะทำให้งานต่างๆ  ในองค์การประสบผลสำเร็จ  ปัจจัยแวดล้อมในการสร้างบรรยากาศการปฏิบัติงาน ดังกล่าวส่วนหนึ่งก็คือ  ความพึงพอใจ

โดยแยกในประเด็นได้ดังนี้

1. เสริมสร้างบรรยากาศและความตั้งใจในการปฎิบัติงาน : การที่พนักงานมีความพึงพอใจย่อมส่งผลให้พนักงานมีความตั้งใจทำงาน จึงเป็นการเสริมสร้างบรรยากาศในการทำงานให้ดีขึ้นลอการขาดงาน การลางาน

2. เสริมสร้างความเป็นอิสระในการทำงาน : ความพึงพอใจมีความสำคัญ และมีความสัมพันธ์ต่อความรับผิดชอบ ความอิสระเป็นอย่างมาก ซึ่งก็แสดงว่าเมื่อพนักงานเกิดความพึงพอใจพนักงานจะทำงานด้วยความเป็นตัวเอง ไม่จำเป็นต้องมีพันธนาการต่าง ๆ มาควบคุม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือ อุปกรณ์ หรือเจ้าหน้าที่ ที่จะต้องจ้างหรือซื้อมากำกับดูแลการปฎิบัติงานของพนักงาน ซึ่งย่อมเป็นการสิ้นเปลืองไม่น้อย

3. ส่งเสริมการบริหารแบบประชาธิปไตย : เมื่อพนักงานเกิดความพึงพอใจ ย่อมมีผลให้พนักงานบริหารงานเป็นแบบเปิดโอกาสความเป็นอิสระ แสดงความคิดเห็น หรือแสดงความรับผิดชอบอย่างกว้างขวาง ฉะนั้น ความพึงพอใจในการทำงาน ย่อมส่งเสริมและมีผลให้การบริหารเป็นไปอย่างประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น

4. ส่งเสริมประสิทธิภาพในการปฎิบัติงาน : เมื่อพนักงานมีความพอใจในการปฎิบัติงานย่อมส่งเสริมให้การทำงานมีประสิทธิภาพ มีการเพิ่มผลผลิต ส่งผลให้องค์กรบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้