...นักเรียนของเราก็เป็นช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ได้...

        ก่อนจะเข้าสู่เรื่องเล่า  ขอแนะนำตัวเองก่อนนะครับ  ผู้บันทึกเป็นครูสอนคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา  ทำงานมาได้ 3 ปี ขอเล่าย้อนจากวันนี้กลับไปประมาณ 2 ปีกว่า ๆ จากความคาดหวังของการได้เป็นครูใหม่ในโรงเรียนที่ถือว่าเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่และอยู่ใกล้จังหวัด คงจะได้ทำงานอย่างเต็มที่หลังจากรอคอยที่จะเป็นครูมานาน  หวังว่าคงจะได้ใช้ความรู้ที่มีอยู่ถ่ายทอดให้นักเรียนได้อย่างเต็มที่ในห้องปฏิบัติการที่สมบูรณ์แบบ  แต่เมื่อมาพบกับสถานที่จริงแล้วไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง....

        สิ่งได้มาพบในวันแรกของการทำงานไม่ใช่บรรยากาศการเรียนการสอนที่เป็นเราคาดหวังเอาไว้อย่างสวยหรู  แต่สิ่งที่เจอคือการปรับปรุงห้องปฏิบัติการ  เครื่องคอมพิวเตอร์เก่า ๆ ที่กองอยู่ในห้องคล้ายกับห้องเก็บของที่เต็มไปด้วยฝุ่น  จึงเริ่มต้นด้วยการเร่งทำให้สิ่งที่ไม่น่าดูกลายเป็นห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่น่าเรียนเพื่อที่ผู้บันทึกจะได้สอนนักเรียนสักที  แต่เมื่อจัดห้องเรียบร้อยแล้วพบว่า  เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดประมาณ  120 เครื่อง  ใช้งานได้จริง ๆ ไม่ถึงครึ่ง  นั่นคือมากกว่า 60 เครื่องนั้นใช้งานไม่ได้  และมีอาการเสียที่แตกต่างกันออกไป  แล้วเราจะทำอย่างไรดีกับคอมพิวเตอร์เหล่านั้น...

       จึงเริ่มหาข้อมูลว่าเมื่อคอมพิวเตอร์ใช้การไม่ได้ที่โรงเรียนเขาดำเนินการอย่างไร  ข้อมูลที่ได้ก็คือส่งร้านเพื่อซ่อม  เราก็คิดคำนวณคร่าว ๆ เครื่องละไม่ต่ำกว่า 300 บาท  โอ้โห...ต้องเสียเงินจำนวนเป็นหมื่นสองหมื่นเพื่อซ่อมคอมพิวเตอร์ แล้วถ้าส่งร้านซ่อมเมื่อไรจะซ่อมเสร็จ  เมื่อไรนักเรียนจะได้เรียนกันสักที  จึงคิดว่าเราต้องลงมือเอง...

      เมื่อพร้อมแล้วจึงลงมือซ่อมเครื่องที่ใช้งานไม่ได้วันละ 1 เครื่อง  2 เครื่อง หรือ 3 เครื่องแล้วแต่เวลาจะอำนวย  แต่ดูเหมือนว่ายิ่งทำก็ยิ่งท้อ  เพราะภาระงานของครูใหม่มันไม่ได้การเริ่มต้นเรียนรู้งานทีละน้อย  แต่มันเป็นการถูกทับด้วยสารพัดงานที่เราไม่กล้าปฏิเสธความงามรับผิดชอบ  เราจึงจำเป็นต้องหาตัวช่วย  จึงเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องเล่านี้

     เริ่มด้วยการปรึกษาท่านรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการเกี่ยวกับการเปิดชุมนุมในช่วงกลางเทอมว่าจะทำได้หรือไม่  แต่ก็ได้รับอนุญาตและพยายามหานักเรียนที่มีความสนใจจะซ่อมคอมมาร่วมชุมนุมซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ม. 4 ทั้งหมด และ ได้ก่อตั้งเป็นชุมนุม  "ช่างคอมพ์น้อย"  ขึ้นมา

     ต่อไปเป็นการจัดการกับกองคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานไม่ได้  โดยพานักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม ตามอาการที่เสีย  แล้วพานักเรียนซ่อมตามกลุ่มต่าง ๆ เรื่อย ๆ จากที่ซ่อมคนเดียวได้วันละ  1-2 เครื่อง  แต่พอได้พลังมดมาช่วยก็เพิ่มขึ้นถึงวันละ 5-10 เครื่องเลยทีเดียว  อืม...มันก็ไม่เลวนะ

    ในการซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงแม่จะเป็นงานที่ค่อนข้างหนักและเหนื่อย  แต่ด้วยความสนใจของนักเรียนและความมุมานะของนักเรียน  ในฐานะที่เราเป็นครูเป็นผู้ถ่ายทอด  ความเหนื่อยนั้นกลับกลายเป็นความภูมิใจและเต็มใจที่ได้ทำ

     จากเริ่มแรกเป็นการพานักเรียนทำ  นักเรียนทำตามคำที่ครูบอก  แต่จากวันนั้นนักเรียนที่เป็นพลังมดเหล่านี้ได้มีความรู้ในการซ่อมคอมพิวเตอร์ในเบื้องต้น  บางครั้งสามารถทำเองได้โดยที่ครูไม่ต้องบอก  และบางครั้งเก่งกว่าครูไปเลยก็มี

    เกือบ 3 ปีแล้วที่นักเรียนกลุ่มนั้นได้ศึกษาและพยายามซ่อมคอมพิวเตอร์มาอย่างต่อเนื่อง  ในวันนี้เขากลายเป็นครูตัวน้อยที่ทำหน้าที่บอกและสอนรุ่นน้องให้สามารถซ่อมคอมพิวเตอร์ได้  สามารถให้บริการดูแลอุปกรณ์ทางด้านคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ภายในโรงเรียนได้  และได้รับความไว้วางใจจากครูในโรงเรียนให้ช่วยดูแลคอมพิวเตอร์ให้เมื่อมีปัญหา และยังได้ค่าขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วย  ซึ่งทำให้นักเรียนภาคภูมิใจในสิ่งที่ทำ  และตัวผู้บันทึกเองก็ภูมิใจเช่นเดียวกัน