ขาดทุนกำไร

                                              

                                        ขาดทุนกำไร...   

                 ทุกครั้งที่ไปส่งบุตรสาวที่จังหวัดเชียงใหม่หรือไปเชียงใหม่  ผู้เขียนและครอบครัว  ชอบไปทานข้าวมันไก่เจ้าอร่อย ชื่อ แดนข้าวมันไก่  อร่อยจริงๆๆ ใครไม่เชื่อไปลองทานดู  ร้านตั้งอยู่ที่ตลาดสี่แยกสันทราย  นอกจากมีข้าวมันไก่มีชื่อแสนอร่อยแล้ว ยังมีกาแฟลุงส้มรสอร่อยขนาด(มาก) อีกร้าน  ที่ผู้เขียนการันตีว่าใครกินแล้วต้องไปกินอีกทุกครั้งไป   แต่ที่ผู้เขียนอยากเล่าคือร้านข้าวมันไก่แดน  ข้าวหุงได้กำลังดีไม่มันมาก นุ่ม  ที่ชอบคือเนื้อไก่ ไม่ขี้เหนียว สับเนื้ออกเป็นเนื้ออก  ไม่ใช่เอาเนื้อไก่มาตีแปะๆให้มันแผ่กว้าง จะได้ดูเยอะเหมือนร้านทั่วไป  แต่วางเนื้ออกแล้วสับเลย  ไม่มีทุบหรือตีให้เนื้อกระจาย  มีหลายราคา ธรรมดา  พิเศษ  บิ๊ก วันหนึ่งขายข้าวมันไก่ได้หลายร้อยจาน   มีอยู่ครั้งล่าสุดประมาณเดือนธันวาที่ผ่านมาเจ้าของบ่นบอกของ(ไก่) ขึ้นราคาอีกแล้ว  แต่ผมก็ยังขายราคาเดิม  เรียกว่าขาดทุนกำไร  แหมเขาเข้าใจใช้ภาษาดีนะ  ที่จริงก็ไม่ได้ใช่ขาดทุนอะไร   เพียงแต่มีกำไรน้อยลง ยกตัวอย่าง เช่น เคยขายได้กำไรวันละ  500ตอนนี้ไก่ขึ้นราคา ข้าวสารขึ้นราคา กำไรลดลงเหลือวันละ 400 บาท  แบบนี้  ผู้เขียนยังนึกชอบใจว่าเออ...ดีนะ  หากมีคนค้าขายคิดแบบนี้ คนกินก็ได้รับประทานอาหารอร่อยที่ราคาเท่าเดิม

               พอปีใหม่ปีนี้ ผู้เขียนมีกิจการค้าขายเสริมเล็กๆน้อยๆ (ขายเค้ก)เฉพาะช่วงก่อนสิ้นปีเก่าจนถึงปีใหม่ประมาณ หนึ่งสัปดาห์   บอกได้เลยว่าปีนี้ซื้อของพวกแป้ง เนย  ไข่ เครื่องประกอบทุกอย่างขึ้นราคาเกือบทุกรายการ  ผู้เขียนมานั่งคำนวณแล้วว่า  หากขายราคาเดิมก็พอยังมีกำไรบ้าง  ร้านค้าอื่นๆต่างก็ขึ้นราคาเค้กกันเป็นแถว  แต่เค้กของ    ผู้เขียนประกาศขายราคาเดิมเพื่อให้ลูกค้าได้กินเค้กอร่อยราคาไม่แพง   แต่ก็ได้แต่บอกลูกค้าไปว่า  ขายปีนี้ปีหน้าถ้าของขึ้นก็จะหยุดทำแล้วนะ  ลูกค้าต่างบอกกันว่า ถ้าอาจารย์ไม่ขายฉันก็ไม่ได้กินเค้กอาจารย์อีกซิ  อาจารย์ขยับขึ้นราคาก็ได้  ไม่มีใครว่าหรอก  เนี่ย..ดูซิ เออน้ำใจลูกค้า เรียกว่าถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน  เราก็โอเค.. ปีนี้ขาดทุนกำไร ก็ไม่เป็นไร..ขายราคาเดิม  ลูกค้ากลับแนะนำให้ขึ้นราคาเพื่อจะได้มีของกินอร่อย ราคาไม่แพงไว้กินอีก เลยทำให้นึกถึงพ่อค้าข้าวมันไก่เรื่องขาดทุนกำไร

              จะว่าไปแล้วหากมีพ่อค้าลูกค้าที่คิดแบบนี้สังคมเราก็คงอยู่กันยืด เพราะทุกวันนี้อาหารการกินราคาสูงขึ้นตามสินค้าดิบที่นำมาประกอบเป็นอาหาร  น้ำมันพืชต้องไปจับสลากเข้าคิวซื้อกัน  ดูเอาซิ  ไข่ก็นำมาชั่งกิโล เฮ้อ...เป็นไปได้  แล้วจะมีอะไรอีกเนี่ย..แต่ที่รู้ๆน้ำมันเติมรถให้วิ่งได้ก็ขึ้นราคาแข่งกับน้ำมันพืชเลยนะ  เงินร้อยเดี๋ยวนี้เหมือนเงินสักสิบบาท เงินหมื่นเหมือนเงินพัน  เงินแสนเหมือนเงินหมื่น  มีเงินติดตัวใช้ซื้อของได้ไม่กี่อย่างเอง เห็นทีต้องใช้ระบบเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกพืชผักกินเองเสียแล้วปีใหม่สากลก็ผ่านไปแล้ว  ปีใหม่จีน(ตรุษจีน)ก็ผ่านไปแล้ว  เหลือปีใหม่ไทย(ตรุษไทย)อีกไม่กี่วัน เวลาเดินเร็วจริงๆนะ  ก็ขออวยพรให้ทุกคนมีความสุขกับชีวิตที่เหลือจะสุขๆดิบๆบ้างก็ไม่เป็นไรขอให้ใช้ชีวิตให้คุ้มกับการเกิดมาชาติหนึ่ง  ทำประโยชน์อะไรไว้บ้างลูกหลานจะได้สรรเสริญ   เฮงๆๆตลอดไป