เมื่อวานนี้มีน้องชายและภรรยาเดินทางมาจากภาคอิสาน  ได้แวะที่ร้านข้างทางเพื่อดูว่ามีสิ่งใดน่าซื้อหาบ้าง  บังเอิญภรรยาอยากจะทาน "มะปรางไข่" จึงถามราคาดู  แม่ค้าบอกว่าราคากิโลกรัมละ ๒๐๐  บาท  ตอนแรกก็ไม่คิดจะซื้อแต่เมื่อมองหน้าคนขายแล้วก็นึกสงสารและกลัวเขาด่าว่าจอดถามแล้วไม่ซื้อ  จึงตัดสินใจช่วยซื้อ ๑ กิโลกรัม 

           ก่อนหยิบถุงมะปรางส่งให้แม่ค้าทำเป็นเลือกถุงนั้นทีถุงนี้ที  เมื่อถามว่าทำไมไม่หยิบจากกองให้  แม่ค้าตอบว่า "เพิ่งจุถุงใหม่ ๆ และทำทีชั่งให้ดู"  ก็เห็นว่าตรง ๑ กิโลกรัมพอดี  จึงจ่ายตังค์ไปครบจำนวน เนื่องจากภรรยาของน้องชายอุ้มลูกซึ่งกำลังหลับอยู่ในรถ  ไม่สะดวกที่จะลงไปเลือกมะปรางจากแม่ค้า 

           เมื่อกลับมาถึงบ้านจะนำมะปรางไข่ไปล้าง  ก็พบว่าเป็นลูกเน่าเสีย บิดเบี้ยว รอยกระดำกระด่าง  ฉันจึงลองเอาไปชั่งดูมีน้ำหนักเพียง ๘ ขีดเท่านั้นเอง 

          ความจริงแล้วมะปรางไข่จริง ๆ ราคากิโลกรัมละ ๒๐๐  จะเป็นลูกโตน่าทาน  น้ำหนัก ๑ กิโลกรัมจะมีไม่เกิน ๖ หรือ ๗ ลูกเท่านั้น  แต่ถุงนี้มี ๑๑ ลูกแต่มีน้ำหนักเพียง ๘ ขีด  เพราะมีลูกเล็กปนมาด้วย  

          ลองเลือกดูไม่ปรากฏลูกไหนจะน่าทาน  เพราะมีรอยไหม้ ช้ำเขียว เหมือนแมลงเจาะ  จึงได้แต่มองดูและบอกว่า "เศร้าใจจริง"

          สอบถามได้ความว่าร้านนี้อยู่เลยโค้งแรกจากบ้านวังดินสอ อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก  และเป็นแม่ค้ากลุ่มแรกที่ตั้งอยู่  ก่อนที่จะถึงค่ายสฤษดิ์เสนาประมาณครึ่งกิโลเมตร  และเป็นร้านที่ ๒ ด้านขวามือ  เมื่อเดินทางจากพิษณุโลก  หากเดินทางมาจากหล่มสักร้านนี้จะอยู่ซ้ายมือฝั่งเดียวกับค่ายทหาร แม่ค้ากลุ่มนี้จะมาจากบ้านวังดินสอ

         บนถนนมิตรภาพสายพิษณุโลก หล่มสัก  หากใครเดินทางบนทางหลวงสายนี้  จะพบร้านขายผลไม้ทุกฤดูกาลอยู่สองฝั่งถนน  ระยะนี้เป็นฤดูของมะปราง  และมะปรางไข่จะถูกนำมาวางขายมองแล้วน่าทานยิ่งนัก

          การสูญเสียเงินเพียง ๒๐๐ บาทมันไม่ใช่เรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่  หากแต่มันสูญเสียเพราะเล่ห์เหลี่ยมกลลวง  และนี่พวกเราเป็นคนจังหวัดพิษณุโลกเดียวกันยังถูกต้มตุ๋น หลอกลวงกันถึงขนาดนี้ 

        ฉันเชื่อว่าคงมีผู้คนไม่น้อยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาบ้างแล้ว  มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรปล่อยละเลย  หรือให้อภัยกันง่าย ๆ ไม่สมควรที่จะต้องมาเห็นอกเห็นใจคนที่ไร้คุณธรรมไม่ว่าจะยากจนกันแค่ไหน  เพราะถือว่าเป็นภัยต่อสังคม

         วันนี้ได้โทรศัพท์ไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านวังดินสอให้ทราบว่า "ครั้งนี้ไม่เอาเรื่องแต่ขอให้ชี้แจงตักเตือนเพื่อเป็นการป้องกัน  เพราะมันเสียหายต่อชื่อเสียงของชาวจังหวัดพิษณุโลก"

         ท่านที่เดินทางบนถนนมิตรภาพพิษณุโลก หล่มสัก โปรดระมัดระวังค่ะ  อาจจะเกิดกรณีเช่นนี้ได้อีก