พอดีเคยติดตามเรื่องนี้มานานแล้วและก็ใช้เป็นเครื่องเตือนใจตลอดมา ก็เลยอยากจะนำมาแลกเปลียนเพื่อให้เกิดความไม่ประมาท และก็หาทางป้องกัน ทัดทาน เป็นข้อคิด หรืออะไรอื่นอีกสุดแล้วแต่ เนื้อหาเยอะแต่น่าติดตามนะครับ
พุทธทำนาย 16 ประการ
พระเจ้าปเสนทิโกศล
ทรงสุบินนิมิตเห็นโคล่ำสัน 4 ตัว วิ่งมาจากทิศทั้ง 4
มีลักษณะอาการเกรี้ยวกราด ประดุจจะชนกัน ด้วยความโกรธแค้นกันมานาน พอโคทั้ง 4
วิ่งเข้ามาใกล้กันแล้ว กลับถอยห่างออกจากกันไป ไม่ชนกันเลย
สุบินนิมิตข้อที่ 1 : ภัยธรรมชาติ พระพุทธเจ้าให้คำทำนายว่า อนาคตต่อไปในภายภาคหน้าโน้น จะเกิดภัยธรรมชาติขึ้น
คือ ฟ้าฝนจะไม่ตกต้องตามฤดูกาล จะมีก้อนเมฆขนาดใหญ่ลอยมาจากทิศทั้ง 4
เหมือนกับฟ้าฝนจะตกลงมาในพื้นปฐพีอย่างหนัก เมื่อก้อนเมฆทั้ง 4
ลอยเข้ามาใกล้กันแล้ว ก็ลอยถอยห่างออกจากกันไป ไม่มีฝนตกลงมาในพื้นปฐพีเลย
พระเจ้าปเสนทิโกศล
ทรงสุบินนิมิตเห็นต้นไม้นานาชนิด ยังไม่ใหญ่โตพอที่จะมีดอกมีผล
แต่ต้นไม้นั้นเต็มไปด้วยดอกและผล จนกิ่งก้านสาขาจะรอรับดอกผลนั้นไม่ไหว
สุบินนิมิตข้อที่ 2 : เยาวชนมั่วสุมเสพกาม
พระพุทธเจ้าให้คำทำนายว่า อนาคตต่อไปในภายภาคหน้าโน้น
กุมารีที่มีวัยยังไม่สมควรจะมีสามี แต่กุมารีนั้นอยากแต่งงานให้เป็นครอบครัว
เพราะมีความกระสัน ใฝ่ฝันในราคะตัณหา ใจมีความกำเริบในกามคุณ มีความยินดีใน
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ เป็นอย่างมาก
มีความอยากในกามารมณ์แห่งความรักความใคร่
จึงได้แต่งงานกันเมื่ออายุยังวัยเด็ก ถูกต้องตามประเพณีนิยม บางคนมั่วสุมกัน
ไม่มีความละอาย เยี่ยงสัตว์ดิรัจฉาน เมื่อตั้งครรภ์ขึ้นมา
ก็หาวิธีฆ่าลูกในท้องของตัวเอง จึงเป็นบาปกรรมต่อไปในภายภาคหน้ายิ่งนัก
เด็กบางคน ยังมีพ่อแม่เลี้ยงดูอยู่บ้าง เด็กบางคนพ่อแม่เลี้ยงดูไม่ไหว
จึงได้ปล่อยปละละเลยให้หาขอทานกินตามลำพัง เป็นเด็กเร่ร่อนจรจัด ไม่มีพ่อแม่
ไม่มีตระกูล ไม่มีการศึกษา ไม่มีที่พึ่งพาอาศัยในบ้านเรือน
ค่ำที่ไหนนอนที่นั่น อดบ้าง อิ่มบ้าง น่าเวทนายิ่งนัก เหตุการณ์อย่างนี้
จะมีในภายภาคหน้าโน้นใครได้ไปเกิดในยุคนั้น สมัยนั้น
ก็จะต้องเจอเหตุการณ์อย่างนี้แล
พระเจ้าปเสนทิโกศล ทรงสุบินนิมิต
เห็นฝูงพ่อแม่โคทั้งหลายพากันดูดกิน นมลูกของตัวเอง
สุบินนิมิตข้อที่ 3 : พ่อแม่ต้องเอาใจลูก
พระพุทธเจ้าให้คำทำนายว่า
อนาคตต่อไปในภายภาคหน้าโน้น พ่อแม่ทั้งหลาย
จะได้อาศัยกินหยาดเหงื่อแรงงานของลูก
อาศัยข้าวปลาอาหารเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ ที่ลูกแสวงหามาเลี้ยงดู
พร้อมทั้งเงินทอง ก็ต้องแบ่งปันให้พ่อแม่ได้จับจ่ายใช้สอย ในยุคนั้นสมัยนั้น
พ่อแม่ก็ต้องเอาอกเอาใจลูกยิ่งนัก ต้องประจบประแจงปะเหลาะลูกอยู่เสมอ
ถ้าพูดต่อลูกดีๆ ลูกก็แบ่งปันเงินทองให้ได้ใช้บ้าง ถ้าพ่อแม่พูดไม่ดี
ก็จะไม่ได้รับส่วนแบ่งอะไรจากลูกนี้เลย เหตุการณ์อย่างนี้
จะเกิดมีในภายภาคหน้าโน้น
พระเจ้าปเสนทิโกศล
ทรงสุบินนิมิตเห็นฝูงคนทั้งหลายพากันจับลูกโคตัวเล็กๆ
เข้ามาเทียมแอกเพื่อลากล้อเกวียน เมื่อลากไปไม่ไหว ก็จะพากันเฆี่ยนตี
สุบินนิมิตข้อที่ 4 : ผู้อ่อนประสบการณ์บริหารประเทศ
พระพุทธเจ้าให้คำทำนายว่า อนาคตต่อไปในภายภาคหน้าโน้น
คนทั้งหลายจะพากันนิยมเอาเด็กที่จบปริญญามาใหม่ๆ ไปรับราชการแผ่นดิน
บริหารการพัฒนาประเทศชาติ บ้านเมือง อันเป็นงานที่หนัก
ถึงจะมีความรู้อยู่ก็ตาม แต่เด็กนั้นยังขาดประสบการณ์ ขาดความสามารถ
ขาดความรอบรู้ ขาดความรอบคอบ ในการบริหารเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม
จึงเกิดความผิดพลาด ล่าช้า ไม่ทันต่อเหตุการณ์ ขาดความรับผิดชอบ ขาดดุลการค้า
ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ทำให้ถ่วงความเจริญของประเทศชาติ
ทำให้คนดุด่าว่ากล่าวนานาประการ เหตุการณ์อย่างนี้ จะเกิดมีในภายภาคหน้าโน้น
พระเจ้าปเสนทิโกศล
ทรงสุบินนิมิตเห็นม้าตัวเดียว หัวเดียว มีสองปาก กินหญ้าได้สองทาง
กินเท่าไรก็ไม่มีความอิ่มพอ
สุบินนิมิตข้อที่ 5 : ความไม่เป็นธรรมในการตัดสินความ
พระพุทธเจ้าให้คำทำนายว่า
อนาคตต่อไปในภายภาคหน้าโน้น คนผู้มีหน้าที่ตัดสินคดีความต่างๆ
จะใช้อุบายวิธีอันมีเล่ห์เหลี่ยม เพื่อเอาเงินจากคู่กรณีทั้งสอง
เอาทั้งฝ่ายโจทก์ เอาทั้งฝ่ายจำเลย
เพื่อเป็นค่าจ้างรางวัลในการวินิจฉัยคดีความบ้าง เอาค่านั้นบ้าง
เอาค่านี้บ้าง ถ้าไม่ได้ตามความเรียกร้อง ก็จะไม่รับเรื่องที่มาร้องเรียน
ต้องการเท่าไรก็เรียกร้องตามใจชอบ ถ้าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็เรียกร้องเอาน้อย
ถ้าเป็นเรื่องใหญ่ก็จะเรียกร้องเอาเงินอย่างเต็มที่ แล้วจึงจะมาวินิจฉัยคดี
ตัดสินต่อไป เหตุการณ์อย่างนี้ จะเกิดมีภายภาคหน้าทั่วโลก
พระเจ้าปเสนทิโกศล
ทรงสุบินนิมิตเห็นมีหมู่มนุษย์ ถือถาดทองคำอันมีค่ามหาศาล
ไปวางไว้สุนัขจิ้งจอกถ่ายอุจจาระถ่ายปัสสาวะใส่
สุบินนิมิตข้อที่ 6 : พระธรรมคำสอนถูกเหยียบย่ำ
พระพุทธเจ้าให้คำทำนายว่า
อนาคตต่อไปในภายภาคหน้าโน้น กลุ่มคนที่โง่เขลาปัญญาทราม
จะเอาพระธรรมคำสอนของเราตถาคต ไปให้ลัทธิต่างๆ เหยียบย่ำทำลาย
แล้วถ่ายทอดลัทธิของเขา เอาคำสอนของเขาที่สกปรกโสโครกด้วยกิเลสตัณหา
มากลบเกลื่อนในคำสอนของเรา แล้วดัดแปลงแก้ไขคำสอนของเรา
ให้เข้ากันกับลัทธิของเขา แล้วประกาศว่า คำสอนของเราตถาคต
เป็นส่วนหนึ่งในลัทธิของเขา ให้คนทั้งหลายมีความเข้าใจผิดว่า
คำสอนของเราเข้ากันได้กับของเขา ถือว่าเป็นอันเดียวกัน
ลัทธิเหล่านั้นก็จะไม่รู้คุณค่าของคำสอนของเราตถาคตแต่อย่างใด
มนุษย์อย่างนี้ก็จะมีในเมื่อเราตถาคตนิพพานไปแล้ว และจะมีลัทธิต่างๆ
มาอวดอ้างว่าเป็นศาสนาเป็นจำนวนมาก
พระเจ้าปเสนทิโกศล
ทรงสุบินนิมิตเห็นชายคนหนึ่ง เอาหนังสือมานั่งฟั่นให้เป็นเชือก อยู่บนม้านั่ง
แล้วมีสุนัขจิ้งจอกคอยกัดกินอยู่ เมื่อฟั่นเชือกเสร็จ
สุนัขจิ้งจอกก็กินหมดทันที
สุบินนิมิตข้อที่ 7 : ผู้มีใจต่ำแอบอ้างสถาบันกษัตริย์
พระพุทธเจ้าให้คำทำนายว่า
อนาคตต่อไปในภายภาคหน้าโน้น คนผู้มีจิตใจต่ำ ปัญญาทราม จะได้รับสมมุติ
ยกย่องขึ้นเป็นผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ นั่งทำงานอยู่ในพระราชสำนักระดับสูง
อาศัยอำนาจ พระบารมีของพระมหากษัตริย์
ว่าราชการแผ่นดินแทนพระองค์อยู่เนืองนิตย์ โดยมีความโง่เขลาเบาปัญญา
พูดจาขาดความสำรวม กล่าวเปิดเผยความลับต่างๆ ในพระราชสำนัก
ให้หมู่ประชาชนได้รู้ คนลัทธิต่างๆ
ที่ไม่มีความหวังดีต่อพระมหากษัตริย์อยู่แล้ว ได้ยินเข้า จึงนำเอาไปตีแผ่
โฆษณาให้คนอื่นคลายศรัทธา หมดความเคารพในวงศ์พระมหากษัตริย์
และหมดความเชื่อถือในพระราชวงศ์ต่อไป เหตุการณ์อย่างนี้
จะเกิดมีในภายภาคหน้าโน้นคนที่ไม่มีความหวังดีต่อพระมหากษัตริย์
จะเป็นหนอนบ่อนไส้เสียเอง
พระเจ้าปเสนทิโกศล
ทรงสุบินนิมิตเห็นโอ่งน้ำใหญ่และโอ่งน้ำเล็กตั้งอยู่ในที่แห่งเดียวกัน
แล้วมีคนทั้งหลาย แย่งกันตักน้ำ เทใส่โอ่งน้ำใหญ่ จนล้นเหลือ
ส่วนโอ่งน้ำเล็ก ไม่มีใครตักน้ำใส่เลย
สุบินนิมิตข้อที่ 8 : ทำบุญเลือกหน้า
พระพุทธเจ้าให้คำทำนายว่า
อนาคตต่อไปในภายภาคหน้าโน้น จะมีคนทำบุญโดยเลือกหน้า พระองค์ที่มีอายุมาก
พรรษามาก มียศถาบรรดาศักดิ์ในตำแหน่งต่างๆ
จะมีคนให้ความสนใจจะพากันถวายเครื่องไทยทานเป็นจำนวนมาก ล้วนแล้วแต่ของที่ดีๆ
มีค่า มีราคา ข้าวปลาอาหาร ปิ่นโตเถาขนาดใหญ่ ตั้งต่อหน้า จนเหลือเฟือ
ส่วนพระเล็กเณรน้อยนั่งอยู่รอบข้าง ไม่มีใครคิดถวายอะไรเลย
มีแต่งนั่งดูตาปริบๆ เหตุการณ์อย่างนี้ จะเกิดมีในภายภาคหน้าโน้น
เท่านี้ก็ใกล้ความจริงเข้ามาทุกทีแล้วนะครับ
ให้ข้อคิดเตือนใจดีมากจ้ะ เรื่องการทำนายอาจเป็นไปได้ว่าเหตุการณ์นั้นอาจจะเกิดขึ้นจริง หรือเกิดขึ้นจริงมาแล้ว สิ่งที่สำคัญที่เราควรจะให้ความสำคัญกว่าก็คือใช้คำทำนายมาเป็นเครื่องเตือนใจให้ทำแต่สิ่งที่ถูกที่ควร พอเหมาะ พอดี และการทำบุญถ้าจะให้เกิดบุญและมีความสุข ควรทำตามกำลังของตน และไม่ควรเลือกหน้า เพราะแก่นแท้ของการทำบุญ คือ เพื่อเรามีความสุขใจ และเราทำเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ไม่ควรตีค่าของบุญที่ปัจจัย ควรจะตีค่าของบุญที่ใจมากกว่า
พี่เห็นด้วยและเห็นว่าการทำนายนั้นเหมือนความจริงเข้ามาทุกขณะ แต่สิ่งที่เราควรจะให้ความสำคัญกว่าก็คือใช้คำทำนายมาเป็นเครื่องเตือนใจให้ทำแต่สิ่งที่ถูกที่ควร พอเหมาะ พอดี และการทำบุญถ้าจะให้เกิดบุญและมีความสุขควรทำตามกำลังของตน