เทคนิคการเป็นผู้บริหารมืออาชีพ
เทคนิคการเป็นผู้บริหารมืออาชีพ
|
|
|
หลักสูตรการบริหารการศึกษา มีเป้าหมายเพื่อเป็นนักบริหาร หรือผู้บริหาร การบริหารทุกสาขาเป็นส่วนยอด หรือ Top up ของศาสตร์อื่นๆ เช่น จบครู แล้วเรียนบริหาร เพื่อเป็นผู้บริหารการศึกษา แพทย์ เรียนบริหารเพื่อเป็นผู้บริหารการแพทย์ นักธุรกิจ เรียนบริหารเพื่อเป็นนักบริหารธุรกิจศาสตร์ว่าด้วยเรื่องการบริหาร มีสองส่วน ส่วนแรกเป็นศาสตร์หรือองค์วิชาด้านการบริหาร ในช่วงแรกพัฒนาการกระท่อนกระแท่น แต่ในปี 1920 เริ่มมีการพัฒนาอย่างจริงจังในโลกตะวันตก Federic Taylor ทำให้ศาสตร์การบริหารเป็นวิทยาศาสตร์ หรือเรียกว่าการบริหารที่พัฒนาขึ้นมาจนเป็นศาสตร์ ซึ่งต้องอ่านตำราเพื่อเป็นพื้นฐานของการบริหาร ซึ่งไม่ยาก แต่สาระประกอบ (Tips สำหรับการบริหาร) ที่นักบริหารแต่ละคนมีเทคนิคไม่เหมือนกัน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อการประสบความสำเร็จในการบริหาร การบริหารจึงเป็นทั้งศาสตร์ (Science) และศิลป์ (Arts) แต่การบริหารให้ประสบความสำเร็จต้องเรียนทฤษฎีก่อน นับเป็นขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์ คิดเป็น 80-90% อีก20-30% เป็นเทคนิคเฉพาะ ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นนักบริหารได้ แต่บ้านเราในขณะนี้หลักสูตรการบริหารขายดีมาก เนื่องจากมีความก้าวหน้าสูงกว่าในสาขาอื่น เช่นในวงการศึกษา เรามีครูดีมากอยู่ในห้องเรียน สอนเก่ง มีศิลปะในการถ่ายทอดสูง แต่โอกาสด้านความก้าวหน้ามีต่ำกว่าสายบริหาร ทำให้เราสูญเสียครูดีๆ ในห้องเรียนไป แต่ได้ผู้บริหารที่ไม่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นมา จะเห็นว่าหากการปรับองค์กรไม่มีแผนที่ดี จะทำให้ได้คนที่ไม่มีความรู้ ความเข้าใจ ทำให้สูญเสียคนในวิชาชีพ ซึ่งควรจะเติบโต มาเป็นผู้บริหารชั้นแย่ๆดังนั้นสิ่งแรกที่เราต้องทำ คือสำรวจตัวเองก่อน ว่าเราอยู่ ณ บันได้ขั้นไหน และเหมาะสมกับการเป็นผู้บริหารหรือไม่ ชีวิตเรามีทางเลือกหลายทาง ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นผู้บริหารอย่างเดียวเท่านั้นนักบริหารต้องมีคำจำกัดความ (Definition) นักบริหารคือคนที่ทำงานร่วมกับคนอื่น ความสำเร็จของเรา อยู่ที่การทำงานร่วมกับคนอื่น หรือเราเป็น Input การบริหารเป็น Process ความสำเร็จ (Output) ของการบริหารต้องผ่านการกระทำของบุคคลอื่น จึงต้องมีเพื่อนร่วมงานการจัดองค์กรแบบ Structure เป็น Hierarchy จะลดลง กลายเป็นองค์กรแนวราบ (Flat Organization) มากขึ้น เกิดองค์กรแบบใหม่เป็น Networking Organization จึงเปลี่ยนจากนายหรือผู้บังคับบัญชามาเป็น เพื่อนร่วมงาน มาเป็น ผู้นำ ผู้บริหารมาเป็นผู้นำอันดับแรกจึงต้องให้คำจำกัดความของผู้บริหารก่อนว่าคือใครสมัยก่อนคิดว่าผู้บริหารหมายถึง อำนาจ บารมี มีผู้คนยกย่อง กราบไหว้ เราจึงสามารถใช้ Exercise Power ได้อย่างดี แต่จริงๆ แล้วความสำเร็จของงานไม่ได้ขึ้นกับอำนาจที่กฎหมายกำหนด เพราะถ้าขึ้นกับอำนาจจริง งานทุกชิ้นต้องสำเร็จเท่าเทียมกัน แสดงว่าต้องมีองค์ประกอบอื่น ตัวอย่างที่ดีที่สุดคือ หนังจีน จะพบว่านักดาบรุ่นหนุ่มๆ จะทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ได้ดาบวิเศษ ที่เชื่อว่ามีพลัง อำนาจ มีความศักดิ์สิทธิ์มาครอบครอง เพราะเชื่อว่าอำนาจคือดาบ การก้าวไปสู่จุดสุดยอดคือการได้ครอบครองดาบ ในขณะที่ปรมาจารย์นักดาบใช้อะไรก็ได้เป็นอาวุธ อาจเป็นเพียงกิ่งไม้ และท้ายสุดนักดาบหนุ่มก็จะพบว่ากระบี่อยู่ที่ใจ อยู่ที่ตัวเราเอง ดังนั้นถ้าเรารู้ว่าเราเป็นใคร มีบทบาทอย่างไร และจะทำอะไร จะทำให้เราเป็นมืออาชีพได้ เช่นเดียวกับนักบริหาร ถ้าเรารู้ว่านักบริหารมีบทบาทอย่างไร และต้องทำอย่างไร เราก็จะก้าวไปสู่การเป็น "นักบริหารมืออาชีพ"ศาสตร์การบริหารโดยเฉพาะด้านการบริหารการศึกษา หาตัววัดมืออาชีพยาก และคำว่า "มืออาชีพ" (Professional) เป็นคำที่เราไปยืมมาจากวงการกีฬา ในวงการกีฬา มีอยู่ 2 คำคือ มืออาชีพ และมือสมัครเล่น ซึ่งแยกความต่างได้ชัดเจน หากเมื่อไหร่เป็นมืออาชีพ แปลว่าคนคนนั้นต้องดำรงชีวิตด้วยกีฬาประเภทนั้น เช่นนักฟุตบอลอาชีพ นักมวยอาชีพ ในการเป็นมืออาชีพนั้นมีเงื่อนไขมากมายที่ต้องปฏิบัติตามตัวอย่างที่สอง ขณะนี้กีฬาทุกชนิดเป็นอาชีพได้แล้ว เช่นกอล์ฟ จากมือสมัครเล่น ต้อง Turn Pro ซึ่งต้องดีให้ได้ Handy Cap ไม่เกิน 3 แล้วไปทดสอบเงื่อนไขของการ Turn Pro และจะดำรงชีวิตด้วยรายได้จากการแข่งกอล์ฟ จุดเด่นของวงการกีฬาคือทุกครั้งที่มีการแข่งขันจะมีคะแนน คนที่จะยังชีพด้วยกีฬาต้องอยู่ลำดับต้นๆ ของสาขานั้นการได้มาของมืออาชีพ มีเงื่อนไขมากมาย เช่น เงื่อนไขในการเป็นมืออาชีพของ Tiger Woods คือ (1) การเป็นอัจฉริยะ ในรอบ 100 ปี จะมี1 คน (2) มีการเรียนรู้ที่ถูกต้อง (3) มีการฝึกฝน และพัฒนาตนเองตลอดเวลา (4) เสริมสร้างพลังของกล้ามเนื้อVision ของนักบริหารคือ การเป็นนักบริหารมืออาชีพ คำทุกคำมีที่มา มีศาสตร์กำกับ เพื่อให้เราได้ย้อนกลับไปทบทวนในฐานะที่เราเป็นผู้บริหาร มืออาชีพด้านการบริหารนั้นต้อง1. ความเป็นมืออาชีพต้องมีศาสตร์กำกับ หรือมีการเรียน ปัญหาที่พบมากในการเรียน คือศาสตร์ไม่แข็ง เปรียบเสมือนยืนบนพื้นดินที่ไม่แข็ง เมื่อพื้นฐานไม่แข็งแกร่งพอ ทำให้เดินต่อไปไม่ได้2. การฝึกฝนเป็นเรื่องจำเป็น ต้องทำตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือต้องบูรณาการการบริหารเข้ากับกระบวนการให้ได้3. ใช้กระบวนการ PDCA ทุกปัญหาต้องมีการวางแผนการทำงานโดยใช้กระบวนการ PDCA การประยุกต์หรือบูรณาการเป็นสิ่งยาก การทำงานให้บรรลุตามเป้าหมายต้อง 1. วางงาน 2. ใส่ PDCA ซึ่งช่วงแรกอาจมีปัญหาเพราะเราไม่ได้ใช้หลักวิชา เราจึงบูรณาการหลักวิชาเข้าไปไม่ได้ ทำให้กระบวนการบริหารและการบริหารแยกเป็นคนละเรื่องกัน ทำให้ไม่ประสบผลสำเร็จ จึงต้องฝึกฝนจนเป็นนิสัย ให้สามารถบริหารงานโดยใช้ศาสตร์ ใช้ PDCA ตลอดเวลา ประเทศญี่ปุ่นสมัยก่อนคล้ายประเทศไทย แต่เมื่อใช้ PDCA เข้ามาบริหาร ทำให้ปัจจุบันมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ส่วนประเทศไทยไม่มีการการทำ PDCA จึงไม่เกิดการพัฒนา4. ใช้เทคนิคและกระบวนการวิจัย เพื่อเป็นเครื่องมือในการหาความรู้ รวมถึงการบริหาร แต่คนไทยส่วนใหญ่มีเจตคติที่ไม่ดีกับการวิจัย การวิจัยคือการทำอย่างเป็นระบบ (Systematic) หรือเป็นวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้การบริหารแบบมืออาชีพต้องบูรณาการ 3 ส่วนคือ งาน กระบวนการบริหาร PDCA และกระบวนการวิจัยโดยสรุป การเป็นมืออาชีพด้านการบริหารได้มาจากการฝึกฝน อบรม และทำอย่างสม่ำเสมอจนเกิดความชำนาญ เช่นเดียวกับการเล่นกอล์ฟ ที่ต้องอาศัยการฝึกฝนเป็นหมื่นเป็นแสนลูกกว่าที่จะบังคับให้ลูกกอล์ฟไปตามทิศทางที่กำหนดได้ หรือเรื่องการฝึกสมาธิ ที่สอนง่าย แต่ต้องอาศัยการฝึกฝนเป็นเวลานานกว่าจะทำให้จิตนิ่ง และมีสมาธิได้ เพราะธรรมชาติของจิตนั้นเหมือนลิงที่อยู่ไม่นิ่ง การได้มาซึ่งสมาธิ จึงมาจากการฝึกฝนอย่างแท้จริง เมื่อเกิดสมาธิจึงเกิดปัญญา เห็นได้ชัดในเด็กสมาธิสั้น ซึ่งเป็นอุปสรรคในการเรียนรู้คนญี่ปุ่นเป็นชาติที่มีวินัยมาก และเนื่องจากค่าใช้จ่ายสูง คนญี่ปุ่นจึงใช้การจดบันทึกทุกขั้นตอนอย่างละเอียดในการเรียนรู้ทุกเรื่องทำให้เกิดเป็นศาสตร์ อีกทั้งยังมีการพัฒนา และวิจัยอย่างต่อเนื่อง แต่คนไทยไม่จดบันทึก และไม่ใช้กระบวนการวิจัย จึงไม่เกิดการพัฒนา สมัยหนึ่งเราเคยผลิตข้าวได้มากเป็นอันดับหนึ่ง แต่เนื่องจากเราไม่เคยใช้กระบวนการวิจัยทำให้ตอนนี้เรายังได้ผลผลิตเท่าเดิม ขณะที่ประเทศอื่นๆ พัฒนาขั้นเรื่อยๆ ทำให้ตอนนี้ผลผลิตของเราได้ต่ำกว่าประเทศอื่น |
|