อยู่ที่ว่าใครจะ “ใจแข็ง” พอที่จะต้านกระแสดังกล่าวได้

ในปัจจุบันผมได้พบว่ามีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในหลายรูปแบบมาก

  • ทั้งด้วยความหวังดีแบบความรู้ไม่พอใช้
  • จนถึงการโฆษณาหลอกลวง
  • โดยเจตนาที่เด่นชัดเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า
  • ที่มักทำให้เกิดความเสียหายทั้งส่วนตัว ชุมชน สังคม และส่วนรวม

ที่มักเน้นอธิบายว่าเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิต ความโก้เก๋ หรือแม้กระทั่ง ความทันสมัย ลดต้นทุน กำไรดี ร่ำรวย หรือแม้กระทั่ง “นำทางรวย” เพื่อให้คนที่ติด “ค่านิยมไร้สาระ” หรือ “โดนหลอก” มาแข่งกันบริโภค ที่มาจากพัฒนาการศิลปะ “การโฆษณา” ที่ใช้วิธี "หลอก" คนที่รู้ไม่ทัน หรือคนที่กำลัง "หลงทาง" ให้มาติด "กับดัก" ของเขาได้มากที่สุด

ใครหลอกคนอื่นได้มากเท่าไหร่ ถือว่าเก่งมากเท่านั้น และมีรางวัลแจกฉลองกันมากมายทุกรอบปี

ไม่ว่าจะเป็น

  • ของใช้ ส่วนตัว ในครัวเรือน บ้าน รถ และในระดับชุมชน โดยการใช้คำว่า “เพิ่มคุณภาพชีวิต”
  • ของโชว์ ของอวด ของสะสม ส่วนตัวและเข้าสังคม โดยใช้คำว่า “เท่ห์ ทันสมัย มีระดับ ฯลฯ”
  • การประกันชีวิตที่มากมายเกินความจำเป็น โดยใช้คำว่ามีหลักประกันให้กับครอบครัว
  • อาหาร ทั้งรับประทานเอง และเพื่อการสังสรรค์ และการเข้าสังคม
  • 

ที่ทำให้มีค่าใช้จ่ายมาก เกินกำลัง และความจำเป็น

  • การรักษาสุขภาพ เครื่องมือออกกำลังกายสารพัดชนิด และการดูแลสุขภาพ
  • 

ที่ลงท้ายด้วยสุขภาพเหมือนเดิม หรือแย่กว่าเดิม เพิ่มขยะในบ้าน และค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

  • สินค้าผ่อนส่ง เงินกู้ เงินด่วน เงินเบิกเกินบัญชี และบัตรเครดิต ที่ยกย่องว่าเป็น “ลูกค้าชั้นดี”
  • 

ที่ลงท้ายด้วยการเป็นหนี้ ใช้เงินเกินตัว และภาระทางการเงินมากตลอดชีวิต จนบางคนเป็นทุกข์แสนสาหัส และตายด้วยความเครียดจากการเป็นหนี้ หรือตายไปกับหนี้

  • สนับสนุนการประกอบอาชีพทุกรูปแบบ ที่ชอบใช้คำหลอกลวงว่า “กำไรดี ลดต้นทุน”
  • 

แต่ลงท้ายที่การเพิ่มตันทุนและเพิ่มอัตราเสี่ยง

  • การท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยว ที่ทำให้คนฟุ้งเฟ้อ ใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น มาในนามของ “การพักผ่อน และการเรียนรู้”
  • 

ที่อาจลงท้ายด้วยการเหนื่อยล้า เจ็บป่วย ลำบาก เกิดอุบัติเหตุ และโดนหลอก

  • การเสพติด สิ่งเสพติด และสารเสพติดสารพัดชนิด
  • 

ที่ดูเหมือนจะช่วยผ่อนคลาย แต่ก็ต้องลงทุนมาก และต้องใช้จนติด จนชิน กลายเป็นปัญหาระยะยาวกันทั่วไป

 

การสร้างค่านิยมแบบ “ไร้สาระ” เกินความจำเป็นเหล่านี้กำลังแพร่หลายมาก และเขาพยายามจะให้ทุกคนเป็นเหยื่อเขาให้ได้ สารพัดวิธี ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ด้วยกล แม้กระทั่งใช้ความเป็นเพื่อน เป็นญาติ เป็นลูกน้องหรือผู้ร่วมงาน ก็ถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่

จึงอยู่ที่ว่าใครจะ “ใจแข็ง” พอที่จะต้านกระแสดังกล่าวได้

ไม่ยอมตัวเป็น “เครื่องมือ” หากินของคนสมัยใหม่ ที่ทำนาบนหลังคนในทุกรูปแบบที่คิดออก ดักหน้า ดักหลัง ซ้ายขวา บนล่าง ไม่มีเว้น

ความรู้ ความเข้าใจเท่านั้น ที่จะทำให้เรามีปัญญาหลบหลีก “กับดัก” เหล่านั้นได้

ขอให้ทุกท่านโชคดี อยู่รอดปลอดภัยจากค่านิยม “ไร้สาระ” และการ “โฆษณาหลอกลวง” ครับ

สวัสดีครับ