หลายเพลาแล้วสิที่ไม่ได้บันทึกในโกทูโนว์

วันนี้เลยเข้ามาฝากข้อคิดเล็กน้อยเนาะ

เมื่อวานธรรมฐิตได้รับนิมนต์ไปเป็นวิทยากรบรรยาธรรม

ให้นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้

ซึ่งเปิดห้องเรียนอยู่ที่หาดใหญ่ คณะเทคโนโลยีและสารสนเทศในหัวข้อเรื่อง

...ดอกบัวบานบนจานดาวเทียม..

ก่อนจบการบรรยายเปิดโอกาสให้นักศึกษาและคณะอาจารย์ถามธรรมฐิต

มีคำถามที่คล้ายๆกันสองสามท่าน

ซึ่งธรรมฐิตเคยเจอมาบ่อยครั้งมากแม้แต่ในโลกไซเบอร์

ว่า..พระใช้คอมพิวเตอร์หรืออินเตอร์เน็ตนี้ผิดใหม

ธรรมฐิตไม่บอกหรอกว่าผิดถูกประการไร

ตอบแล้วให้ผู้ถามและผู้ฟังพิพากษาเอง..

เพราะความเข้าใจคนโดยมาก

นึกว่าพระต้องศึกษาธรรมะอ่านคัมภีร์อยู่ภายในวัด 

 นี่เพราะยังไม่เข้าใจว่าธรรมะที่แท้จริงคืออะไร

 

พระใช้คอมพิวเตอร์ทำงานเผยแผ่ธรรมะหรือจัดทำฐานข้อมูล

สื่อธรรมะต่างๆเพื่อให้สอดคล้องกับยุคไอที

อันเป็นไปในทางสร้างสรรค์ถือว่าให้คุณและเพิ่มค่า

หรือให้ความเสียหายเกิดขึ้นละ

 ทั้งยังไม่ผิดพระวินัยด้วย นอกจากจะไม่ผิดพระวินัยแล้ว

 การที่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อสนองงาน

ด้านการเผยแผ่ธรรมะที่ผ่านพระพุทธศาสนานั้น

สามารถตีแผ่ธรรมะไปในวงกว้างได้ทั่วโลกมิใช่หรือ

คนทั่วโลกที่สนใจธรรมะ

 แต่ไม่สามารถเข้าวัดเข้าหาพระสงฆ์ได้ด้วยภาระธุระหน้าที่ที่เป็นอยู่

 ก็สามารถอ่าน หรือฟังธรรมะของครูบาอาจารย์ต่างๆจากทางอินเตอร์เน็ตได้

 พร้อมทั้งนำไปเป็นแนวทางแห่งการดำเนินชีวิตได้อย่างงดงามมิใช่หรือ    

 ยุคสมัยที่โลกกำลังเข้าสู่มิติที่สี่นี้

คนไม่ค่อยมีโอกาสเข้าวัดฟังเทศน์ฟังธรรมกัน

เพราะสภาวะทางสังคมผิดกับยุคสมัยก่อน ดังนั้น

การที่พระพยายามนำธรรมะลงในอินเตอร์เน็ตหรือในคอมพิวเตอร์นั้น

 ทั้งยังเป็นการรู้จักประยุกต์ทั้งธรรมะ

และวิธีการเผยแผ่ธรรมะให้ร่วมสมัยยิ่งขึ้น

 เข้าถึงกลุ่มคนที่สนใจธรรมะได้ง่ายขึ้นกว้างขวางขึ้นกว่าสมัยโบราณ

 อย่างหลวงปู่มั่นเทศน์สั่งสอนไว้เมื่อสมัยก่อนในยุคที่พระไม่รู้จักไอที

 เสียงแห่งคำสอนเหล่านั้นเราท่านก็ไม่มีโอกาสได้ฟังกัน

 แต่มายุคหลวงปู่ชา หลวงตามหาบัวเป็นต้น

เสียงธรรมคำสั่งสอนท่านก็ได้โลดเล่นอยู่ทั่วทุกมุมโลก

ใช่หรือไม่เป็นเพราะเหตุใดเล่า

จึงนับว่าเป็นสิ่งที่ควรตำหนิหรือติเตียนละ

อันนี้ธรรมฐิตให้เราท่านพิพากษากันเองเนาะว่าควรมิควรประการใด

คอมพิวเตอร์อินเทอร์เน็ตนี้

มีคุณูปการต่อการเผยแผ่ธรรมะพระพุทธศาสนาของเราถึงเพียงนี้

ทำไมเราท่านจึงมามัวใจแคบติดอยู่กับเปลือกภายนอกอีกเล่า

ขอเตือนว่าศาสนาจะไม่เสื่อมเพราะพระรู้จักใช้เทคโนโลยี

(อย่างรู้เท่าทันแห่งเป้าหมายที่ใช้มัน)หรอก

 แต่ศาสนาจะเสื่อมก็เพราะการหมกมุ่นอยู่ในวิธีคิด

หรือโลกทัศน์อันคับแคบของเราท่านทั้งหลายนี่เอง

     ทุกปรากฏการณ์จะเกิดคุณค่าหรือให้โทษประการใด

อยู่ที่ผู้สัมผัสมันว่าเพื่อจุดประสงอะไรเล่าใช่หรือไม่

ใครค้านยกสองมือได้เลยขอรับ

ธรรมะสวัสดีขอรับ