มีแต่คำวิงวอนทางสายตาของผู้ป่วยที่ไม่สามารถที่จะขยับร่างกายได้ ที่ยังรอให้ทางญาติ
ร่างที่นอนอยู่บนเตียงในห้องพิเศษที่ต้องดูแลไข้ตลอด 24 ชั่วโมง กับลมหายใจที่รวยละริน  ต้องผ่านเครื่องช่วยสายระโยงระยาง  สายน้ำเกลือสองแห่งกับบนเรือนร่างที่ไร้สติ  เครื่องมือเครื่องใช้สำหรับพยุงไข้ หรือการประคับประคองด้วยเทคนิควิธีวุ่นวายไปหมดกับคนไข้เกือบทุกเตียง  ถามในใจตลอดเวลาว่า ห้ามเขาทำไม ในเมื่อเขาต้องการจะไป!!!
รายรอบเตียงของหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบกว่า กับเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต กับเรื่องราวที่อยากจะเล่า แต่ไม่สามารถ.. เพราะสังขารถูกพันธนาการด้วยเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยที่สุด เพื่อจะยับยั้งการเดินทางอันไกลแสนไกลไว้ก่อน สิ่งอัศจรรย์อาจจะเกิดขึ้นกับเขาก็เป็นได้..
หลังจากที่ลาสิกขาจากพระได้ไม่นาน ความพยายามในการหางานทำในเมืองหลวงของอิสาน ก็ต้องเริ่มขึ้น เพื่อความเป็นอยู่จากความไม่มี ต้องสร้างทุกสิ่งอย่างใหม่หมด รวมถึงฐานะ การงาน และการเงิน ซึ่งไม่มีติดตัวมาจากรั้วแห่งศรัทธาและบารมี  แต่ด้วยการปฏิบัติธรรมมานานร่วมยี่สิบปี คงไม่ยากเย็นสำหรับ "บวร" ที่จะสร้างตัว สร้างฐานะใหม่ให้สำเร็จ..อย่างรวดเร็ว  มีเพียงจักรยานคันเก่าๆ คันหนึ่งที่พาผู้ชายสูงโปร่ง เข้ม คมสัน หางานการทำพอได้มีอาหารประทังชีวิตไปก่อน  ชีวิตที่ผ่านมากับการศึกษาเพียงมัธยม จึงไม่สามารถที่จะเลือกงานได้เหมือนคนอื่น ต้องอดทนกับการใช้ชีวิตลำบากไปก่อน
ไม่นานบวร ก็ได้พบกับหญิงสาวผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นนักศึกษาพยาบาล หน้าตาและฐานะดีซึ่งอยู่ในวัยเรียนวิชาชีพ ทั้งสองได้พบรักและตกลงแต่งงานกัน
สินสอดที่ฝ่ายหญิงเรียกไม่มากมายอะไร เพียงหลักแสนต้นๆ เพราะแสดงถึงศักดิ์ศรีและหน้าตาของพ่อตาแม่ยาย สังคมของฝ่ายหญิงที่มีผู้เกี่ยวข้องที่อยู่ในวงสังคมอีกระดับหนึ่ง การเรียกสินสอดหมายถึงความรับผิดชอบในการที่จะจัดหา หรือเลี้ยงดูฝ่ายหญิงที่รับไปเป็นเจ้าสาวให้ได้.. ทุกสิ่งทุกอย่างในการฉลองรับขวัญบ่าวสาว ทางฝ่ายผู้หญิงเป็นคนดูแลเรื่องงานมงคลทั้งหมด แม้กระทั่งเรื่องเช่าชุดวิวาห์..
หลังจากพิธีการส่งตัวเข้าเรือนหอ ไม่กี่วันญาติทางฝ่ายบวร ได้ส่งคนมาเรียกสินสอดทุกอย่างคืนทั้งหมด เงินสามแสน และเครื่องประดับ ซึ่งสร้างความไม่พอใจกับพ่อตาและแม่ยายของฝ่ายหญิง  ซึ่งกำลังจัดเตรียมเงินทองทั้งหมดยกให้ คู่บ่าวสาวนำไปตั้งตัวเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น..ในฐานะที่ได้ออกเรือน..
วันเวลาผ่านกับชีวิตคู่ของบวรและปราณี ชีวิตราบเรียบ สงบสุข  บวรได้รับการเรียนต่อจาก กศน.จนถึง ดอกเตอร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของชีวิตใครหลายคน ค่าใช้จ่ายสูงมากแต่ได้รับความอนุเคราะห์จากพ่อตา แม่ยาย เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของครอบครัวลูกสาว
บวรเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง  ด้วยวิทยะฐานะและความเป็นอยู่ดีขึ้น  ลูกน้อยสองหน่อแก้ว หญิงและชาย กำเนิดขึ้น เป็นโซ่ทองคล้องใจทั้งบวรและปราณี  และพ่อตาแม่ยายก็เฝ้าดูอยู่ห่างๆ แต่ไร้วี่แววของครอบครัวบวร ที่จะเข้ามาเยี่ยมเยียนหรือดูแลบวรและปราณีผู้เป็นสะใภ้บ้าง.. จนเวลาผ่านไป
ต่อมา บวร มีอาการของโรคมะเร็งในปอด จึงต้องล้มป่วยลงจนไม่สามารถดูแลตัีวเองได้ และต้องลาออกจากมหาวิทยาลัยที่เพิ่งเข้าสอนได้ไม่นาน.. สร้างความลำบากกายให้กับปราณีมาโดยตลอด..ชีวิตที่เคยสะดวกสบายต้องเปลี่ยนไป กับการปรนนิบัติผู้เป็นสามี และรวมถึงแม่ยายที่ต้องคอยรับส่งหลานทั้งสองไปโรงเรียนและดูแลในเรื่องชีวิตประจำวัน..
แต่ความห่วงใยของบวรที่มีต่อบ้านเกิดฝ่ายตนในอีกอำเภอหนึ่ง เกรงว่าจะไม่มีใครดูแลจึงได้่เขียนพินัยกรรมยกทรัพย์สินในส่วนที่ได้จากมรดกทั้งหมด มอบให้กับน้องสาวที่อยู่บ้านเดิม เพื่อเลี้ยงดูบิดาผู้ยังอยู่โดยให้ผู้เป็นน้องเป็นผู้รับสืบทอดมรดกที่นาจำนวนหลายไร่ และในส่ว่นของผลประโยชน์ฌาปนกิจบางเรื่อง มอบให้กับบุตร ภรรยา และทางฝ่ายบิดาผู้ยังอยู่เป็นผู้รับประโยชน์ ซึ่งแบ่งเป็นสามส่วน..  แต่ทางบ้านเดิมปฏิเสธที่จะมาตอบรับเซนต์ชื่อพินัยกรรมของบวร ด้วยเกรงว่าจะได้รับส่วนแบ่งน้อยกว่าภรรยาและบุตรของบวร..
ีแต่เพียงคำวิวอนทางสายตาของผู้ป่วยที่ไม่สามารถที่จะขยับร่างกายได้ ที่ยังรอให้ทางผู้เป็นพ่อ และคนอื่นๆ มาเยี่ยมไข้ และดูแลเป็นครั้งสุดท้ายบ้าง กับการรอคอยที่ไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ความสงบของร่างกาย  แต่ความกังวลในจิตของผู้ไข้  มีแต่เพียงร่างกายที่ไร้จิตวิญญาณ รอคอยร่ำาลาใครบางคน เพื่อตน เพื่อลูกและภรรยาจะไม่ต้องห่วง..
แต่สายตา สังขาร ที่ฝืนธรรมชาติแต่ต้องการจะอยู่เพื่อรอพบหน้า พ่อและญาติพี่น้องเป็นท้ายที่สุด.. เพื่อที่ว่าจะได้เดินทางไปอีกไกลแสนไกล..   แต่ยังไม่มีแม้แต่สัญญาณ.. ที่จะรับปาก มาเยี่ยมเป็นวาระสุดท้าย

เหตุการณ์อย่างนี้ ถ้าเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวหรือคุณ? จะรู้สึกอย่างไร?