Paradigm ใหม่ีของการวัดและประเมินการเรียนรู้วรรณคดี


ประเมินการเรียนรู้วรรณคดีด้วยการคิดไตร่ตรอง

มาร่วมสร้างประชาคมการสอนภาษาไทย ให้มีหลักการ มีทฤษฎีและมีชีวิต

 

เฉลิมลาภ ทองอาจ


          ระบบการเรียนการสอนวรรณคดีไทยเท่าที่ผ่านมา  ครูภาษาไทยส่วนมากมักจะให้ความสำคัญกับการออกแบบและสร้างสรรค์กิจกรรมการเรียนการสอน ซึ่งมีคำถามที่นักหลักสูตรและการสอนต้องตั้งคำถามเพื่อให้เกิดการพัฒนาหลายประการ เช่น  กิจกรรมการเรียนการสอนนั้น พัฒนาขึ้นจากทฤษฎีหรือหลักการใด สาระสำคัญของการทำกิจกรรมนั้นคือการสร้างความเข้าใจวรรณคดี หรือให้จำเนื้อหาของวรรณคดีไทยกันแน่ เพราะโดยแท้จริงแล้ว การสร้างความเข้าใจวรรณคดีก็คือการสร้างความเข้าใจชีวิต และเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์  แต่การเรียนการสอนวรรณคดีในชั้นเรียนส่วนใหญ่กลับไม่เป็นเช่นนั้น ครูภาษาไทยและนักสอนภาษาไทยจำนวนหนึ่ง สอนวรรณคดีในฐานะที่เป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์ฺ และบันทึกความทรงจำของผู้เขียน  ดังนั้นการสอนเท่าที่เป็นอยู่ จึงเป็นการสอนในระดับผิว มิได้ลงลุ่มลึกในระดับของความคิดหรือประสบการณ์ภายในของทั้งผู้เขียนและผู้อ่านแต่อย่างใด

          เมื่อครูภาษาไทยมีมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ที่ผิดทาง คือมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจประวัติและเนื้อหาของวรรณคดีแล้ว  ก็จะส่งผลให้สร้างมโนทัศน์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้วรรณคดีไทยคลาดเคลื่อนไปด้วย กล่าวคือ  เข้าใจว่าการวัดและประเมินผลหลังจากที่นักเรียนได้ศึกษาวรรณคดี  คือการมุ่งวัดว่านักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติ  ผู้แต่ง  ความเป็นมา  วัตถุประสงค์การแต่ง  รูปแบบและเนื้อหาของวรรณคดีมากน้อยเพียงใด ลักษณะเครื่องมือวัดผลการเรียนรู้จึงมีลักษณะเป็นแบบสอบเลือกตอบ  ที่โครงสร้างส่วนใหญ่ประกอบด้วยข้อคำถามในระดับความจำและความเข้าใจเท่านั้น 

          มโนทัศน์ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้วรรณคดีไทยคือ        ครูภาษาไทยควรมุ่งวัดความสามารถในการคิดไตร่ตรอง  (reflective  thinking) ที่เกิดขึ้น  ทั้งในขณะที่นักเรียนกำลังอ่านและหลังจากอ่านวรรณคดีไทย  เพราะโลกในวรรณคดีเป็นโลกที่ครอบคลุมประสบการณ์ของมนุษย์ในทุกแง่มุม  และในโลกของประสบการณ์นี้        บางครั้งอธรรมก็อาจจะชนะธรรมะ  คนทำดีทำแล้วไม่ได้ดี  (เจตนา  นาควัชระ, 2542: 57) เมื่อลักษณะของวรรณคดีเป็นเช่นนี้  นักเรียนจึงต้องคิดวิเคราะห์และคิดไตร่ตรองประสบการณ์ต่างๆ ในวรรณคดี  กล่าวคือ คิดพิจารณาแยกแยะประเด็นปัญหา  ขบคิดด้วยการเชื่อมโยงประสบการณ์ทั้งหมด  เพื่อหาทางเลือกหรือข้อสรุปที่ดีที่สุด  แล้วนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันจนเกิดเป็นความสามารถในการคิดไตร่ตรอง  (reflective  thinking  ability)  ซึ่งหมายถึง  ความสามารถในการพัฒนาแนวทางหรือวิธีการแก้ปัญหา  ที่มิได้มีคำตอบแน่นอนหรือชัดเจน  (King และ Kitchener, 1994: 2)  กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ กระบวนการคิดไตร่ตรองประสบการณ์ในวรรณคดี  เป็นกระบวนการที่นำไปสู่การคิดไตร่ตรองประสบการณ์ในชีวิตจริง  (พรทิพย์  ศิริสมบูรณ์เวช, 2547: 6) จากมโนทัศน์ที่ถูกต้องนี้  การวัดผลการเรียนรู้วรรณคดีไทยคือ  การวัดความสามารถในการคิดไตร่ตรองประสบการณ์จากวรรณคดีกับประสบการณ์ในชีวิตจริงของผู้เรียนอันเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล  ด้วยเหตุนี้  การวัดผลการเรียนรู้ด้วยแบบสอบเลือกตอบ  จึงค่อนข้างมีข้อจำกัดอยู่มาก  เพราะไม่อาจแสดงกระบวนการคิดของของนักเรียนแต่ละคนได้ครอบคลุมและตรงกับความเป็นจริง  นอกจากนี้  ปัญหาที่มีลักษณะปิดคือมีคำตอบแน่นอนเพียงคำตอบเดียว         มิใช่ปัญหาที่นักเรียนจะต้องเผชิญในการประกอบอาชีพและชีวิตจริง  โลกแห่งความเป็นจริงนั้น  ทุกปัญหาคลุมเครือ  แก้ไขยากและมีลักษณะเปิดที่นักเรียนจะต้องตัดสินใจหลายประการ  (Huyck, Ferguson และ Howard, 2008: online)

          การวัดความสามารถในการคิดไตร่ตรองประสบการณ์จากวรรณคดี  สามารถวัดได้จากผลงานการเขียนไตร่ตรอง  (reflective  writing) ของนักเรียน  ซึ่งเป็นหลักฐานแสดงความสามารถในการคิดไตร่ตรอง  นักเรียนจะต้องพยายามเขียนอธิบายและวิเคราะห์เหตุการณ์หรือแนวคิดที่ปรากฏในวรรณคดีอย่างลุ่มลึกและในหลายมิติ  ตลอดจนแสดงความคิดเห็นด้วยความรอบคอบว่า  เหตุการณ์หรือแนวคิดนั้นมีความหมายต่อชีวิตของตนเองอย่างไร การเขียนไตร่ตรองจึงเป็นผลงานเขียนเฉพาะบุคคล  มากกว่าการเขียนทาง   การศึกษาประเภทอื่นๆ  (Hampton, 2007: online)  ด้วยเหตุนี้  การเขียนไตร่ตรองจึง   มิใช่เพียงการคัดลอกข้อมูล การตัดสินใจหรือการแก้ปัญหาในระดับผิวเผิน 

          ครูภาษาไทยควรนำคำถามพัฒนาการคิดมาใช้  เพื่อให้นักเรียนแสดงการคิดไตร่ตรอง  ตัวอย่างคำถามพัฒนาการคิดตามประเด็นที่สามารถนำมาเขียนแสดงการคิดไตร่ตรองของ The Learning Centre, The University of New South Wales  (2009: online)  แสดงในตารางที่  1   ดังนี้

ตารางที่  1  ประเด็นที่สามารถนำมาเขียนแสดงการคิดไตร่ตรองและตัวอย่างคำถาม          พัฒนาการคิด

 

ประเด็น 

ตัวอย่างคำถามพัฒนาการคิด

1.  อารมณ์  ความรู้สึกและการรับรู้ต่อ

    ตัวบท

1.1  นักเรียนรู้สึกต่อเหตุการณ์.../ตัวละคร...

      ในเรื่องอย่างไร  เพราะเหตุใด

1.2  เหตุการณ์ตอนใดที่นักเรียนรู้สึกเกิดความ

      ขัดแย้งมากที่สุด  เพราะเหตุใด

1.3  ตัวบทตอนใดทำให้นักเรียนสะเทือน

      อารมณ์มากที่สุด

 

 

2.  ประสบการณ์  แนวความคิดหรือ       

     ผลการสังเกตที่นักเรียนมีต่อตัวบท 

2.1  ตัวละคร.......มีพฤติกรรมที่สอดคล้องกับ

      ประสบการณ์ของนักเรียนหรือไม่ อย่างไร

2.2  นักเรียนเคยมีประสบการณ์ที่คล้ายกับ

      แนวคิดของวรรณคดีหรือไม่ อย่างไร

2.3  เหตุการณ์ใดมีความสำคัญหรือเป็นจุดที่

      ทำให้ตัวละครเกิดความขัดแย้ง

3.  ตัวบทตอนที่ทำให้นักเรียนเกิดความรู้สึก

    ต่างๆ  เช่น  สับสน  จับใจ  น่าสนใจและ       

    ไม่เข้าใจและสาเหตุที่ทำให้เกิด    

    ความรู้สึกนั้น 

3.1  ตัวบทตอนใดที่นักเรียนอ่านแล้วรู้สึกจับใจ

      มากที่สุด  เพราะเหตุใด

3.2  นักเรียนสนใจเหตุการณ์/ตัวละครใดมาก/

      น้อยที่สุด  เพราะเหตุใด 

3.3  นักเรียนไม่เข้าใจพฤติกรรมของ           

      ตัวละครใดมาก/น้อยที่สุด  เพราะเหตุใด

4.  คำถามที่นักเรียนมีต่อตัวบท

4.1  ปัจจัยหรือตัวแปรใดที่ทำให้ตัวละคร....มี

      พฤติกรรมหรือจุดจบดังที่ได้อ่าน

4.2  ผู้เขียนต้องการใช้ตัวละคร...บอกหรือเป็น

      สัญลักษณ์แทนสิ่งใด

4.3  คำพูดหรือพฤติกรรมของของตัวละคร....

      สื่อนัยอะไร และมีผลต่อเรื่องอย่างไร

5.  ข้อสรุปที่นักเรียนสร้างขึ้นจากตัวบท

5.1  แนวคิดที่ผู้เขียนนำเสนอคืออะไร  และ

      ผู้เขียนมีกลวิธีการเสนอแนวคิดนั้นอย่างไร

5.2  พฤติกรรมของตัวละคร....จะส่งผลให้เกิด

      เหตุการณ์ใด เพราะอะไร

5.3  สัญลักษณ์.....ในตัวบทหมายถึงอะไร 

      และนักเรียนทราบได้อย่างไร


 

6.  มุมมองหรือมิติใหม่ที่มีต่อตัวบท ซึ่งต้อง

    อาศัยการตีความที่หลากหลาย 

6.1  พฤติกรรมของตัวละคร....สามารถ

      พิจารณาใหม่หรือมองในมุมตรงข้ามได้

      อย่างไร เพราะเหตุใด

6.2  วรรณคดีที่ศึกษา นอกจากจะมีแนวคิดว่า

      ...แล้ว ยังมีแนวคิดอื่นๆ อีกหรือไม่ 

      ให้อธิบายเหตุผลประกอบ

7.  ข้อมูลหรือประเด็นที่นักเรียนควรจะ

    ค้นหาหรือขยายความต่อไปจากตัวบท

7.1  ภูมิหลังและประสบการณ์ของผู้เขียนมี

      อิทธิพลต่อเนื้อหาวรรณคดีอย่างไร

7.2  ประเด็นหรือความรู้ที่ควรค้นคว้า

      เพิ่มเติมเกี่ยวกับวรรณคดีมีอะไรบ้าง 

8.  การเปรียบเทียบและเชื่อมโยงระหว่าง

    เนื้อหากับความรู้และประสบการณ์เดิม

    ของนักเรียน  

8.1  ข้อมูลหรือประเด็นใดที่สอดคล้อง/ไม่

      สอดคล้องกับประสบการณ์เดิมของ

      นักเรียน  เพราะเหตุใด

8.2  พฤติกรรมของตัวละคร...เป็นไปได้จริง

      หรือไม่  นักเรียนเคยพบบุคคลในชีวิตจริง

      ที่มีลักษณะดังกล่าวหรือไม่  อธิบาย

      เปรียบเทียบ

9.  วิธีการหรือกระบวนการที่นักเรียนใช้ 

    ต่อไปนี้ 

        1)  วิธีการแก้ปัญหาและแสวงหา

             คำตอบ

 

        2)  วิธีการสร้างข้อสรุป

 

 

 

 

 

9.1  ขณะที่อ่านตัวบท  นักเรียนพบปัญหาใน

      การอ่านอะไรบ้าง และนักเรียนมีวิธี

      แก้ปัญหาเหล่านั้นอย่างไร

9.2  การที่นักเรียนสรุปว่าแนวคิดของวรรณคดี

      คือ....  นักเรียนมีขั้นตอนหรือหลักการ

      สรุปอย่างไร 

 

   

        3)  วิธีการสร้างความเข้าใจ

 

 

 

        4)  กระบวนการที่ประสบการณ์ใหม่

   เปลี่ยนแปลงความคิดเดิม

9.3  นักเรียนมีวิธีการตีความสัญลักษณ์หรือ

      ถ้อยคำเพื่อสร้างความเข้าใจตัวบทอย่างไร 

      พิจารณาข้อมูลด้านใดบ้าง  อธิบายและ

      ยกตัวอย่างประกอบ 

9.4  ข้อมูลหรือประสบการณ์ใดที่นักเรียนไม่

      เคยทราบมาก่อน  และนักเรียนมีการ

      ลำดับความคิดหรือจัดการอย่างไร         

      เมื่อได้รับข้อมูลหรือประสบการณ์นั้น 

 

            มโนทัศน์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้วรรณคดีไทยที่คลาดเคลื่อน  สามารถปรับเปลี่ยนในเชิงปฏิบัติด้วยการลดการวัดความรู้ด้านเนื้อหา  และหันมาให้ความสำคัญกับการวัดระดับความสามารถในการคิดไตร่ตรองจากการประเมินผลงานการเขียนไต่รตรอง  อันจะทำให้ได้สารสนเทศที่แสดงว่าผู้เรียน  “มองลึกนึกกว้าง” ซึ่งหมายถึง  นักเรียนสามารถสร้างมุมมองต่อประสบการณ์ในวรรณคดีอย่างลึกซึ้ง และนึกเชื่อมโยงประสบการณ์นั้นกับชีวิตของตนเองได้อย่างแท้จริง

หมายเลขบันทึก: 424308เขียนเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2011 22:25 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 ธันวาคม 2012 13:39 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (2)

- การคิดไตร่ตรองช่วยให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในความคิดของตนเองมากขึ้น

- การสอนวรรณกรรมควรสอนให้ผู้เรียนเกิดการ “มองลึกนึกกว้าง” ผมชอบคำนี้จริงๆ ครับ

- ขอบคุณความรู้ดีๆ ครับ อาจารย์พี่เฉลิมลาภ

สวัสดีครับพี่น้องครุศาสตร์ จุฬาฯ ที่รัก

ผมรู้สึกอบอุ่นใจทุกครั้ง ที่ทราบว่าคบเพลิงชมพูที่สวยงามของเรา ได้จุดประกายเพื่อสร้างหนทางให้กับเยาวชนในหลายๆ แห่ง น้องคงจะเห็นแล้วว่า เราเลือกอาชีพไม่ผิดใช่ไหมครับที่มาเป็นครู เรากระตือรืนร้นเสมอเมื่อได้เรียนรู้สิ่งใหม่ และได้แลกเปลี่ยนสิ่งนั้นกับนักเรียนของเรา ในฐานะพี่ครุศาสตร์ ก็ขอให้กำลังใจน้องนะครับว่า เรากำลังทำหน้าที่เพื่อบ้านเมือง แม้ว่าเราจะไม่ใช่ทหารที่ป้องกันข้าศึกษาในแนวหน้า แต่เราก็เป็นแนวหลัง ที่ปกป้องมิให้ "ความไม่รู้" มาทำลายนักเรียน ผู้เป็นกำลังของบ้านเมือง ขอให้น้องประสบความสำเร็จและสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อสังคมครับ

อ.พี่เฉลิมลาภ ทองอาจ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี