อยู่เมืองไทยใคร ๆ ก็ว่า "ของดีราคาถูกนั้นไม่มี"

อยู่เมืองนี้ยังมีของดีราคาถูก ๆ ...(ที่มาจากบันทึก ชีวิตที่เมืองลาว : ของดีราคาถูก...)

ระบบการตลาดบ้านเรา กลับตาลปัตร

ของดี ๆ มีคนผลิตออกมามาก แต่กลายเป็นสามารถ "อัพ" ราคาให้สูงขึ้นได้

ของไม่ดี ด้อยคุณค่า "ราคาต่ำ"

คนมีเงินน้อย เลือกไม่ได้ ก็ต้องบริโภคของไม่ดี

คนมีเงินมาก ตกเป็นเหยื่อนักการตลาดที่สามารถครอบครอง "ธุรกิจการศึกษา" แล้วอัดเนื้อหาทาง "วิชาการ"

อยู่เมืองนี้ของสดหาง่าย ผัก ผลไม้ ถูกกว่าเมืองไทย

น้ำอัดลม Junk food ขนมกรอบแกรบ น้ำเข้ามาจากเมืองไทย ราคาแพง

อยู่เมืองไทยใครหาน้ำส้มคั้นสด ๆ ดื่มได้ถือว่า "เก่ง"

อยู่เมืองไทยใครหามะพร้าวน้ำหอมแท้ ๆ ดื่มน้ำ ก็ถือว่า "เก่ง" เช่นเดียวกัน

เมืองไทยเป็นเมืองเกษตร แต่ทำไมหาสินค้าทางการเกษตรแท้ ๆ บริโภคกันได้ยาก

ถ้าจะหาก็หาได้อยู่แต่ "ราคาสูง..."

ยิ่งน้ำผลไม้บรรจุกล่อง พลาสเจอร์ไรส์ ยิ่งแพงเข้าไปอีก เพราะบวกค่า "โฆษณา" แต่ทว่าคนชอบดื่ม เพราะ "เท่ห์"

ของที่เก็บไว้ได้นาน คนกินอายุสั้น

ของที่เก็บไว้ได้สั้น ๆ คนกินอายุยืน

 

น้ำอ้อยที่นี่ ถ้าดื่มไม่หมด ต้อง "แจก" เพราะไม่มี "ตู้เย็น"

  Large_2101201106

 

คนที่ได้รับแจก "ยิ้ม" กันถ้วนหน้า

ไอ้ตู้เย้นนี้ ทำลาย "มิตรภาพ" ทางสังคม

เพราะทำให้คนมัวแต่จะ "สะสม" ของกิน...

ถ้าชีวิตคนเราไม่มีตู้เย็น เราจะมีเพื่อนอีกมาก

เพราะมีของกินมากก็ต้อง "แบ่งกันกิน..."

แต่สมัยนี้ มีมากก็ "แช่" บางครั้ง "แช่จนเน่า"

 

ถ้าใครอยากมีเพื่อนเยอะ ขอให้ในบ้านไม่มีตู้เย็น

ถ้าบ้านไหนไม่มีตู้เย็น คนในบ้านจะรู้จักการ "เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่..."

น่ามีคนตั้งโจทย์วิจัยบ้างว่า "ตู้เย็นเป็นปัจจัยที่ทำให้คนไทยเห็นแก่ตัว..."

สถิติของคนไทยที่รู้จักชื่อคนข้างบ้านนั้นน่าจะน้อยลงทุกปี สวนทางกับขนาด (คิว) เฉลี่ย ของตู้เย็นที่เพิ่มขึ้น

ตู้เย็นบ้านใครใหญ่มาก ส่งผลต่อการรู้จักเพื่อนบ้านน้อยลง

อยู่ที่นี่ไม่มีตู้เย็นก็ดีอย่าง ตอนเย็น ของอะไรเหลือกิน "แจกโลด"

มีความสุข เพื่อเห็น "รอยยิ้ม" ของคนที่ได้รับแจก

การสะสมของกินมากส่งผลให้จิตใจเกิดความตระหนี่ คนตระหนี่ไม่มีเพื่อน

ไม่มีตู้เย็น จึงส่งผลให้ "มีเพื่อน..."