โบราณสถานเวียงท่ากาน

     วันนี้บรรณารักษ์ได้กลับมาเยี่ยมบ้านเกิด ( 3 ก.พ.54  ) ในความเป็นบรรณารักษ์เลยอยากแนะนำโบราณสถานบ้านเกิดตนเอง เรียกว่า  โบราณสถานเวียงท่ากาน  ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านข้าพเจ้าเพียง 1 กิโลเมตร

     ข้าพเจ้าเห็นมาตั้งแต่เด็กๆตอนนั้นยังไม่เห็นคุณค่า  แต่เดี๋ยวนี้ความคิดเปลี่ยนไปสิ่งที่เราเห็นนั้นแท้ที่จริงแล้วเป็นสิ่งล้ำค่า  ควรรักษาไว้เพื่อลูกหลานและประเทศไทยของเรา

 

เวียงท่ากาน  เมืองโบราณ 1000 ปี  มรดกล้ำค่าของอำเภอสันป่าตอง  จังหวัดเชียงใหม่


    เวียงท่ากาน  นามนี้เพิ่งเป็นที่รู้จักกันเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง  ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น   บางท่านอาจจะคุ้นเคยกับเวียงกุมกามซึ่งเป็นเมืองเก่าของเมืองเชียงใหม่   แต่เวียงท่ากานที่ค้นพบนี้เก่าแก่กว่าเวียงกุมกามมากทีเดียว

    เวียงท่ากาน  เป็นเมืองโบราณที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเมืองหน้าด่าน  ของอาณาจักรหริภุญชัย หรือลำพูน นั่นเอง

    เวียงท่ากาน  เป็นเมืองโบราณที่มีกำแพงเมืองและคูเมืองล้อมรอบ  รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า  ขนาด กว้าง ๕๐๐ X  ๗๐๐ เมตร ตั้งอยู่ที่  บ้านท่ากาน  ตำบลบ้านกลาง  อำเภอสันป่าตอง  จังหวัดเชียงใหม่  ห่างจากตัวจังหวัดเชียงใหม่  34 กิโลเมตร  ใช้เส้นทางเชียงใหม่- ฮอด

    ที่มาของเวียงท่ากาน  (เวียง  หมายถึงเมือง)

 

   ท่ากาน  เป็นเวียงเก่าแก่เวียงหนึ่งในสมัยหริภุญชัย สันนิษฐานว่าสร้างประมาณพุทธศตวรรษที่ 13 สมัยพระเจ้าอาทิตยราชกษัตริย์ผู้ครองแคว้นหริภุญชัยสืบต่อมาจนถึงสมัยพญามังรายช่วงก่อนสร้างเมืองเชียงใหม่ โบราณสถานที่สำคัญอยู่บริเวณกลางเมืองในเขตโรงเรียน คือ วัดท่ากาน และวัดต้นกอก โบราณวัตถุที่พบ ได้แก่ พระพุทธรูปหินทราย พระพุทธรูปดินเผา พระพิมพ์จำนวนมาก ไหเคลือบสีน้ำตาลบรรจุกระดูก เครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หยวน (พ.ศ.1823-1911) และพระบุทองคำ

ประวัติความเป็นมา
จากหลักฐานทางด้านตำนานปรากฏชื่อว่า เมืองตระการ สันนิษฐานว่า น่าจะได้สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓ สมัยพระเจ้าอาทิตยราชครองเมืองหริภุญไชย จากพงศาวดารโยนกได้กล่าวว่าเมืองนี้ในสมัยพญามังรายมีฐานะเป็นเมืองขึ้นของเชียงใหม่ มีชื่อว่า พันนาทะการ สมัยพระเจ้าติโลกราชได้ยกทัพไปตีเมืองเงี้ยวก็ยังได้นำเชลยเงี้ยวไปไว้ที่พันนาทะการในปี พ.ศ. ๒๐๖๐ สมัยพระเมืองแก้วมีไทถิ่นต่าง ๆ เข้ามาสวามิภักดิ์ก็ให้ไปตั้งบ้านเรือนที่เวียงพันนาทะการอีก จนในปี พ.ศ. ๒๑๐๑ พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองของพม่าตีได้เชียงใหม่และล้านนาไว้ในอำนาจให้พระเจ้าเมกุฏิครองเมืองเชียงใหม่ เวียงนี้ก็คงอยู่ในอำนาจของพม่าด้วย และภายหลังเจ้าองค์นกแข็งเมือง ปกครองตนเองและมีการต่อสู้กันจนเชียงใหม่ร้างไปในระยะปี ๒๓๑๘-๒๓๓๙ ประมาณ ๒๐ ปีเศษ พันนาทะการก็อาจจะร้างไปด้วย จนสมัยพระเจ้ากาวิละตีเชียงใหม่คืนมาได้ และได้ปราบปรามเมืองอื่น ๆ ก็ให้เมืองนี้เป็นที่อยู่ของชาวไทลื้อเมืองยอง ซึ่งให้อยู่ทั้งที่พันนาทะการและเมืองลำพูน

ลักษณะทั่วไป
     เวียงท่ากาน มีลักษณะเป็นเมืองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง ๔๖๐ x ๗๔๐ เมตร ความกว้างของคูน้ำประมาณ ๘ เมตร สภาพคูน้ำคันดินล้อมรอบเป็นเขตเมืองนั้นยังมีสภาพตื้นเขิน เหลือสภาพแนวคูน้ำคันดินให้เห็น ๓ ด้าน บริเวณรอบเมืองโบราณมีสภาพเป็นเนินสูงกว่าที่นาโดยรอบ

หลักฐานที่พบ
๑. เจดีย์ทรงมณฑป ฐานสี่เหลี่ยม ย่อมุมไม้สิบหก ก่ออิฐก่อดินฉาบปูน กว้างประมาณ ๓.๕ เมตร ส่วนยอดเจดีย์พัง ความสูงของเจดีย์ที่เหลือประมาณ ๓ เมตร ตัวเจดีย์ถูกลักลอบขุดเป็นโพรง
๒. เป็นโบราณสถาน อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเจดีย์ห่างประมาณ ๒๐ เมตร ขนาดประมาณ๖.๘ x ๘ เมตร พื้นที่เนินปกคลุมด้วยต้นไม้และวัชพืช พบแนวอิฐส่วนฐานวางตัวตามทิศตะวันออก - ตะวันตก ยาวประมาณ ๔ เมตร สูงประมาณ ๖๐ เซนติเมตร
๓. ศิลปวัตถุที่พบตามบริเวณเจดีย์ ส่วนใหญ่เป็นพระพิมพ์ดินเผา ที่เรียกชื่อว่า พระแผง(หรือกำแพงห้าร้อย) พระสาม พระสิบสอง พระบัวเข็ม พระคง พระเลี่ยงหลวง พระสามใบโพธิ์ พระร่มโพธิ์ ซึ่งเป็นวัตถุที่มีรูปลักษณะศิลปกรรมของสมัยหริภุญไชย นอกจากนี้ก็พบมูยาสูบ(กล้องยาสูบ) ตุ้มตาชั่งสัมฤทธิ์ ตุ้มแห ชามเวียงกาหลง คอสิงห์ดินเผา ศิลปวัตถุที่สำคัญอีกชิ้นหนึ่งคือ โถลายครามจีนสมัยปลายราชวงศ์หยวน ขนาดสูงประมาณ ๓๘ เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางตรงกลางโถประมาณ ๓๒ เซนติเมตร เส้นรอบวงประมาณ ๑๐๖เซนติเมตร มีหูเล็ก ๆ เป็นรูปมังกร
 ๔.วัดร้างรอบเวียงท่ากาน

                 

         

   

 

หมานเหตุ    แนะนำและนำภาพถ่ายบางส่วนเท่านั้น  ของจริงมีอีกมากมายนะคะ 

                      เชิญชวนผู้อ่านทุกคนแวะมาเยี่ยมชมนะคะ