จากการที่ผมได้มีโอกาสทำงานในเรื่องการจัดการความรู้ หรือที่พวกเราเรียกกันว่า KM ที่วลัยลักษณ์ในฐานะ CKO  มาประมาณ 1 ปี ผมได้เรียนรู้อะไรมากมายทั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีประสบการณ์ในการทำ KM และทั้งจากภายใน และภายนอก วลัยลักษณ์  ซึ่งผมรู้สึกสำนึกในพระคุณของทุกท่านเสมอมา

นอกจากนี้สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้และเข้าใจถึงสัจจะธรรมในเรื่องของการเรียนรู้ก็คือ ไม่ว่าเราจะต้องการเรียนรู้อะไร หากเราไม่ได้ลองคิด ลองทำ อย่างคนที่มีใจเปิดกว้าง และตระหนักอยู่เสมอว่าเรายังเป็นผู้ที่ไม่รู้  ก็จะทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ของการเรียนรู้อย่างแท้จริง นั่นคือ ทำให้เราได้รู้ในสิ่งที่เราได้เรียนรู้นั่นเอง แต่ถ้าเราทำตนเสมือนหนึ่งเป็นผู้รู้แล้วก็มักจะทำให้เราไม่มีทางเข้าถึงแก่นของการเรียนรู้ในเรื่องนั้น ๆ ได้เลย  ผมนึกถึงคำกล่าวที่ว่า หากเราทำตัวเป็นชาล้นถ้วยแล้ว ก็คงยากที่จะได้เรียนรู้อะไรเลย

จากความสำเร็จต่าง ๆในการทำ KM ที่วลัยลักษณ์ ผมต้องขอชื่นชมทีมงานของผม ทั้งในส่วนที่เป็น คุณอำนวย คุณประสาน  เพราะพวกเราทุกคนทำงานด้วยใจจริง และพวกเราก็พร้อมที่จะเดินหน้าต่อไปในการทำกิจกรรมเกี่ยวกับการจัดการความรู้ที่วลัยลักษณ์ของเรา แต่แนวคิดในการจัดการความรู้ที่วลัยลักษณ์ อาจจะแตกต่างจากที่อื่น ๆ เพราะที่วลัยลักษณ์ เราเน้นในเรื่องการจัดการความรู้สึก ก่อน แล้วจึงมุ่งไปที่การจัดการความรู้ ซึ่งภายใต้แนวคิดเช่นนี้จึงทำให้เป็นตัวกำหนดรูปแบบของกิจกรรม และระยะเวลาของการดำเนินงาน

ปัญหาและอุปสรรคของการจัดการความรู้ในองค์การต่าง ๆ ผมคิดว่ามีหลายปัจจัย เช่น ด้านงบประมาณ การสนับสนุนจากผู้บริหาร โครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ขององค์การ และ ความไม่เข้าใจของคนบางกลุ่มในองค์การ เป็นต้น ประเด็นที่ผมอยากจะขอเขียนถึง ซึ่งผมคิดว่าเป็นปัญหาที่แก้ยากที่สุด และต้องใช้ความอดทน และความตั้งใจของทีมงานอย่างมากจึงจะสามารถฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคนี้ไปสู่ความสำเร็จได้ ก็คือ ความไม่เข้าใจของคนบางกลุ่มเกี่ยวกับการทำ KM ในองค์การของเรา  ซึ่งผมเชื่อว่า ทุกองค์การมีบุคคลประเภทนี้ทั้งสิ้นแต่จะมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับค่านิยมที่เข้มแข็งในเชิงบวกขององค์การแต่ละองค์การ  บุคคลที่ไม่รู้และไม่เข้าถึงแนวคิดและประโยชน์ของการจัดการความรู้ ยังมักจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ พวกที่ไม่รู้และไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่สนใจอะไร ไม่ว่าจะเป็นการให้ความร่วมมือ หรือการจัดกิจกรรมใด ๆ ซึ่งบุคคลพวกนี้ ผมเรียกว่า คนไม่รู้ไม่ชี้  ซึ่งจะว่าไปแล้วบุคคลเหล่านี้อาจจะเป็นปัญหาของการจัดการความรู้ แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรค เพราะบุคคลเหล่านี้หากได้รับการจูงใจที่ถูกจุด และตรงใจก็จะกลับเข้ามามีส่วนร่วมได้ไม่ยาก และบางครั้งเมื่อเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม KM ก็จะพกพาเอาความคิดและพลังเชิงบวกมาช่วยในการพัฒนา KM ขององค์การของเราได้อย่างดี ที่วลัยลักษณ์เองเราก็ได้บุคคลเหล่านี้มามากขึ้น แต่บุคคลที่ไม่รู้ ไม่เข้าใจในเรื่อง KM แต่มีพฤติกรรมแสดงตนเป็นผู้รู้ เข้าตำรา      คนไม่รู้แล้วชี้บุคคลกลุ่มนี้ผมถือว่าเป็นปัญหาและอุปสรรคอย่างต่อการพัฒนา KM ในองค์การต่าง ๆ เพราะนอกจากตนจะไม่รู้ และไม่เข้าใจ แล้ว ยังมักจะมีลักษณะเป็นบุคคลประเภทชาล้นถ้วยไปพร้อม ๆ กัน หากถามผมว่า แล้วเราจะสามารถแก้ปัญหาและลดอุปสรรคที่เกิดจากบุคคลกลุ่มนี้ได้อย่างไร ผมคงตอบเป็นวิธีการได้ยาก แต่ในแนวคิดแล้ว ง่ายนิดเดียวทำให้บุคคลเหล่านี้มีความสุขที่สุดที่ได้ชี้ แต่ในการก้าวเดินต่อไปบนเส้นทาง KM เราต้องเดินไปพร้อมกันเป็นทีม และให้ทีมของเราทุกคนช่วยกันกำหนดแนวทางในการเดินร่วมกัน  โดยมีการใช้ข้อมูล  ใช้สติ และใช้ประสบการณ์ พวกเราก็จะสามารถเดินต่อไปอย่างไม่ผิดทางและไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายร่วมกันได้อย่างแน่นอน จริงไหมครับ