เมื่อปีที่แล้วผมได้ทำบุญไถ่ชีวิตโคจำนวน ๔ ตัวร่วมกับพี่สะไภ้ใหญ่ของผม เพื่อสะเดาะเคราะห์ตามคำพูดที่ว่า 'ไม่เชื่ออย่าลบหลู่' โดยการขอให้พี่ชายคนกลางที่อยู่โคราชไปอ้อนวอนขอซื้อมาจากโรงงานฆ่าสัตว์แถวๆนั้นในราคาที่สูงกว่าธรรมดา เพื่อต้องการทำบุญ เท่าไร่เท่ากัน ลงทุนไปทั้งหมดเกือบ ๕ หมื่นบาท แล้วก็ขนขึ้นรถมาให้ชาวบ้านไปเลี้ยงที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อสนับสนุนกิจกรรมเกษตรอินทรีย์ที่ผมทำกับกลุ่มแดงหม้อ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งใจว่ากระสุนนัดเดียวครั้งนี้จะได้นกถึงสามตัวทีเดียว ตอนแรกก็ดูดี ได้เพื่อนเพิ่ม ทุกคนมีความสุข  แต่พอไปได้สัก ๓-๔ เดือน คนเลี้ยงก็ออกอาการอึดอัดกัน เพราะวัวที่ซื้อมานั้น เป็นวัวที่เขาคัดทิ้ง ขายเข้าโรงงานฆ่าสัตว์ มีข้อเสียที่เจ้าของเก่าเขารู้ดี เขาจึงคัดขาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการขายวัว-ควาย ทำให้มีปัญหาที่ไม่พึงประสงค์ คนเลี้ยงก็เริ่มงอแงไม่อยากเลี้ยง จะขอขายเข้าโรงงานฆ่าสัตว์เพื่อซื้อใหม่อยู่ท่าเดียว ผมก็อีหลักอีเหลื่อในการตัดสินใจ ว่าจะทำอย่างไรดีจึงจะบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ และได้นกสามตัวอย่างที่หวังไว้ คือได้บุญ ได้เพื่อน และได้ปุ๋ยคอกสำหรับนาอินทรีย์ แต่ก็มารวนเรซะแล้ว เลยเริ่มไม่แน่ใจว่าผมได้ทำบุญหรือทำบาปกันแน่ เพราะในที่สุดวัวเหล่านี้ก็กลับเข้าระบบฆ่าสัตว์เช่นเดิม ไม่มีใครจะช่วยผมเลี้ยงให้นานๆ อย่างที่ผมและพี่สะใภ้ตั้งใจไว้แต่เดิม และผมไม่มีทางที่จะหยุดกระบวนการนำสัตวืไปฆ่าได้ ผมเลยยิ่งงงว่าผมได้ไถ่ชีวิตโคจริงหรือ หรืแค่ยืดอายุวัวอีกไม่กี่วัน แล้วไปสร้างปัญหาให้กับสมาชิกโครงการของผม เรียกว่างานนี้ผมเสียเพื่อนไปหลายคน ไม่ทราบว่าคุ้มหรือเปล่า และวัวบางตัวก็กลับไปเข้าโรงงานฆ่าสัตว์เรียบร้อยแล้ว ผู้เชี่ยวชาญหรือชำนาญการ หรือกองหนุนการไถ่ชีวิตโค-กระบือช่วยแจงสี่เบี้ยให้ผมฟังหน่อยว่าผมได้กำไรหรือขาดทุน แต่ผมรู้สึกว่าขาดทุนและเสียความรู้สึกมากๆเลยครับ แต่ยังดีที่ได้ความรู้ครับ พอจะฉลาดขึ้นอีกนิดหนึ่ง ว่าการไถ่ชึวิตโคไม่งายอย่างที่คิด