เมื่อวันที่ 30 มกราคม 54 ดิฉันได้เดินทางไปวัดป่าบ้านตาด หลังจากที่ได้ทราบข่าวการละสังขารของหลวงตา ซึ่งหลวงตาเป็นพระอริยะ ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ผู้สืบสานพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าได้อย่างหมดจด ไม่มีด่างพร้อย... เป็นเสาเอกของพระพุทธศาสนา.... ทำคุณประโยชน์แด่ชาติบ้านเมือง อุ้มสรรพสัตว์น้อยใหญ่ให้เข้าอาศัยในร่มไม้แห่งพระเมตตาที่หาที่สุดไม่ได้ หลวงตาได้ละสังขารเมื่อเช้าวันนี้ วันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๐๓.๕๓ นาฬิกา รวมสิริอายุ ๙๗ ปี ๕ เดือน ๑๘ วัน การจากไปของหลวงตาฯทำให้คนเมืองอุดรรู้สึกหดเหี่ยวเหมือนสิ้นอาไรซักอย่าง แต่หลวงตาฯ ท่านได้แบกรับภาระกิจมากมายมานานหลายพรรษาแล้ว สังขารมาพร้อมกับความไม่เที่ยง ไม่มีใครจะหลุดพ้นจากความไม่เที่ยงนี้ได้ การร่ำไห้ เสียใจจากการจากไปของหลวงตาฯ นั้นอาจเป็นสิ่งที่ห้ามได้ยาก โดยเฉพาะกับผู้ที่ได้ซาบซึ้งในพระธรรมคำสั่งสอนที่หลวงตาฯ ได้พร่ำสอนมาเป็นเวลาช้านาน แต่พุทธศาสนิกชนทุกท่าน จงรำลึกในคุณของหลวงตาฯ และพระอริยสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมากมายที่ได้ดับขันธ์ไปแล้ว ด้วยการปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา ไม่เป็นผู้ประมาท มีศีลในใจ มีสมาธิและเจริญสติในทุกสิ่งที่ทำ เพื่อสร้างปัญญา ความเห็นที่ชอบ อันนำไปสู่การหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง แบบนี้จะเป็นการระลึกในหลวงตาฯ และพระคุณของท่านที่ถูกต้อง
ข้าพเจ้าขอกราบแทบเท้าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ด้วยใจ และจะพากเพียรทำสิ่งที่ดีงามทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่นต่อไปตราบชีวิตหาไม่...