ชีวิตที่เมืองลาว : 27 มกราคม 2554 หัวหน้าที่มี “น้ำใจ...”


เมื่อวานนี้ (๒๗ มกราคม ๒๕๕๔) ในตอนเช้าช่างเนา “หาย” ไปอีกแล้ว...!

สำหรับการทำงานของเมื่อวานนี้ที่ได้วางแผนไว้ ก็คือ การตีแบบคานพื้นที่เหลือและถ้าเป็นไปได้ก็จะเทปูนลงไปในแบบคานพื้นนั้นทั้งหมด

ซึ่งงานเทปูนนั้นไม่ค่อยน่าเป็นห่วง เพราะ “นายบ้าน” ทั้งเก่าและใหม่ ได้เกณฑ์ “ลูกบ้าน” มาให้อย่างเต็มที่ ซึ่งเมื่อวานนับรวม ๆ แล้วมีคนมาช่วยงานเรากว่า 30 คน

แต่ทว่าที่น่าห่วงก็คืองานเข้าแบบ เพราะนอกจากไม้แบบที่ไม่พอแล้ว การมีทีมงานเทปูนกว่า 30 คนนั้น ก็จะทำให้งานเป็นเหมือนวันที่เทคานคอดิน ที่ทีมงานเทปูน ไล่จี้ติดทีมงานเข้าแบบ ทำให้ทีมเข้าแบบแทบที่จะไม่มีเวลา “หายใจ...”

Large_2701201101

 

และเมื่อวานนี้ก็เป็นเช่นนั้น
ก็คือ ทีมงานเข้าแบบถูกไล่จี้ติดตลอด เพราะทีมเทปูนทำงานกันได้เร็วมาก
นอกจากทีมงานที่ทั้งหิ้ว ทั้งเทมีเยอะแล้ว ข้าพเจ้ายังมี “มือโม่” ฝีมือดีที่ชื่อว่า “ช่างเนา” อีกด้วย

เมื่อวานข้าพเจ้าได้มอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบให้ “ช่างเนา” ให้เป็น “มือโม่”
ในช่วงระหว่างรับประทานอาหารเช้า ข้าพเจ้าเหลือบไปเห็นทีมงานเทปูนที่นายบ้านเกณฑ์มาเริ่มทยอยเดินทางมากันเยอะขึ้น ๆ
ข้าพเจ้าจึงเรียกช่างเนามาแล้วบอกว่า “เทได้หรือยัง”
ช่างเนาก็ตอบว่า “เทได้แล้ว” ดังนั้นข้าพเจ้าจึงบอกว่า “ถ้าอย่างนั้นก็โม่เลยนะ...”

แต่แล้วช่างเนาก็ “หายตัวไป...?”
หายไปอีกแล้ว สั่งงานทีไร หายทุกที...
ไปไหนหว่า...? ข้าพเจ้าคิดในใจ
แต่สองครั้งที่ผ่านมาที่หายไป ครั้งที่หนึ่ง ไปช่วยเณรทำงานในศาลา
ครั้งที่สอง วันก่อน กลับไปเอาแม่แรงมา “เข้าแบบคาน”
ครั้งที่สามนี้ ก็ให้น่าติดตามว่าช่างเนา “หายไปไหน...?”

อีกไม่กี่อึดใจก็เห็นช่างเนาขี่รถจักรยานคู่ใจเลี้ยวกลับเข้ามา
แต่วันนี้ไม่มีเครื่องมืออะไรติดมือกลับมาด้วย มีแต่เพียงขวด “สไปรท์” สีเขียวขวดใหญ่ (ขนาด 1.25 ลิตร) ที่ไม่มีฉลากวางอยู่ในตระกร้าหน้ารถ

ข้าพเจ้าคิดในใจว่า “ใช่ขวดเหล้าหรือเปล่า...?”
เพราะเคยได้ยินคนแซวช่างเนาหลายครั้งว่าชอบ “ดื่มเอ็มร้อยไม่มีกา”
ก็คือน้ำขาวที่ใส่อยู่ในขวดเอ็มร้อย...!

แต่ถ้าเอาเหล้าใส่ขวดสไปรท์ขวด 1.25 ลิตรมาดื่มนี่ก็เกินไป” ข้าพเจ้าคิดอย่างนั้น
เมื่อช่างเนาถือขวดสไปรท์เข้ามาใกล้ ๆ ข้าพเจ้าก็พยายามเพ่งดูว่าข้างในเป็นอะไร
ข้าพเจ้าเห็นเป็นน้ำใส ๆ (ใช่เหล้าหรือเปล่าน๊อ) แต่มองดี ๆ ก็จะเห็นมี “หยดน้ำ” เกาะอยู่รอบขวด (น่าจะเป็นน้ำเย็น)
เมื่อช่างเนาวางขวดไว้บนแคร่ จากนั้นก็ปีนขึ้นโม่ ข้าพเจ้าจึงรีบเดินไปดูในขวดว่าเป็นอะไร...?

เมื่อข้าพเจ้าเดินไปดูที่ขวดใกล้ ๆ ก็พบว่า เป็น “น้ำแข็ง”

ขวดสไปรท์ใส่น้ำแล้วแช่ห้องฟรีสท์...
ข้าพเจ้าคิดในใจว่า อ่อ สงสัยวันนี้ช่างเนาคงรู้ว่าอากาศร้อน ก็เลยไปเตรียมน้ำแข็งเอาไว้ดื่ม
อื่ม... ก็จริงของเขา เพราะเราไม่เคยได้เตรียมน้ำแข็งไว้ให้คนงานกินกัน...

ตอนนั้นข้าพเจ้าก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เตรียมมาก็ดื่มไป
แต่ภาพที่ข้าพเจ้าเห็นแล้วประทับใจมากก็คือ
หลังจากที่เทปูนไปได้สักระยะ (ประมาณ 1 ชั่วโมง) ทีมงานเทนั้นหยุดพัก เพราะช่างเนา “หยุดโม่”
ข้าพเจ้าเห็นช่างเนาเดินลงมายกขวดสไปรท์ที่น้ำแข็งเริ่มละลายนั้นดื่ม ก็เลยเรียกช่างเนามาแล้วก็ริน “แฟนต้าน้ำเขียว” ใส่แก้วยื่นให้

ช่างเนารับด้วยรอยยิ้ม “แต่ไม่ดื่ม”
พอรับแก้วได้ มือหนึ่งถือแก้ว อีกมือหนึ่งถือขวด แล้วรีบปีนขึ้นไปบนหน้างาน ยื่นแก้วแฟนต้าให้ช่างสุภาดื่มก่อนครึ่งหนึ่ง ได้รับแก้วกลับมายื่นให้กับช่างน้อย ตัวเองดื่มส่วนที่เหลือ  ส่วนขวดน้ำแข็งก็ยื่นให้ “เพื่อนร่วมงาน”

ข้าพเจ้าเห็นภาพการแสดงน้ำใจต่อกันที่ไม่เคยได้เห็นมานาน...
เพราะการทำงานที่ถูกทีมเทปูนไล่หลัง แทบจะไม่มีเวลาได้ลงมาดื่มน้ำ ดื่มท่า


ภาพที่ช่างเนาถือแก้วแฟนต้าน้อย ๆ ยื่นให้ช่างสุภาดื่มก่อน แล้วตัวเองค่อยดื่มทีหลัง
ภาพที่ช่างเนาปั่นจักรยานกลับไปเอาขวดน้ำแข็งที่บ้านเพื่อมาให้เพื่อนร่วมงานที่ทำงานกันอย่างเหน็ดเหนื่อยได้ดื่ม

ภาพนี้ถือเป็นการแสดงบุคลิกภาพของการเป็น “หัวหน้างาน” ที่จะได้ทั้งงาน “ทั้งใจ” คนนั้น ต้องเป็นอย่างนี้ ข้าพเจ้าบอกกับตัวเองอย่างนั้น...

 

หมายเลขบันทึก: 422904เขียนเมื่อ 28 มกราคม 2011 06:35 น. ()แก้ไขเมื่อ 2 พฤษภาคม 2012 09:49 น. ()สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี