ถือได้ว่างานเทศน์มหาชาตินี้เป็นงานยิ่งใหญ่ที่ต้องมีเจ้าภาพร่วมด้วยช่วยกันทำบุญให้ทานนกลายเป็นประเพณีสำคัญในการประกาศพุทธธรรมในยุคปัจจุบัน

 

จากนานาทัศนะเกี่ยวกับที่มาของการเทศน์แหล่ทำนองดังนี้

๑.  อาจารย์สุชาติ  ละออง อดีตนักเทศน์มหาชาติกล่าวทำนองว่า...มาจากการสวดมหาชาติคำหลวงในสมัยพระบรมไตรโลกนาถ สวดกันที่วัดพระศรีสรรเพชญอยุธยาช่วงเข้าพรรษา...ต่อมาพระเจ้าทรงธรรมโปรดให้แต่งเป็นกาพย์มหาชาติใช้ภาษาคนฟังง่ายและเข้าใจ...

๒.  ครูแจ้ง  คล้ายสีทอง  ศิลปินแห่งชาติกล่าวทำนองว่า...ทำนองหลวงใช้จำต่อปากกันมาจากอยุธยาถึงปัจจุบัน  ทำนองราษฎร์พระนักเทศน์มาคิดทำขึ้นภายหลัง...

๓.  พระพร  ภิรมย์กล่าวทำนองว่า...ไม่รู้ที่มาแต่รู้ว่ามี ทำนองหลวงกับทำนองราษฎร์มีพระนักเทศน์จดจำทำนองแต่ละกัณฑ์  ใครสนใจกัณฑ์ไหนก็ไปขอเรียนหรือหัดเทศน์กับอาจารย์เอง ที่จำกันได้มากคือกัณฑ์มหาพน

๔.  ครูชัยชนะ  บุญนะโชติ ศิลปินแห่งชาติ กล่าวทำนองว่า...ท่านเป็นนักร้องคนแรกที่นำทำนองแหล่เทศน์มหาชาติมาแปลงเป็นเพลงลูกทุ่งชื่อเพลง  ดอกดินถวิลฟ้า  โดยมีครูไพบูลย์  บุตรขัน แต่งเนื้อร้องให้  และเกิดนักร้องทำนองแหล่ตามมา เช่น พร  ภิรมย์  ไวพจน์  เพชรสุพรรณ  ชาย  เมืองสิงห์  ขวัญจิตร  ศรีประจันต์  และทศพล  หิมพานต์ เป็นต้น

 

รูปแบบการเทศน์มหาชาติ ถ้าเป็นแบบเรียงกัณฑ์มี ๑๓ กัณฑ์ นิมนต์พระนักเทศน์กัณฑ์ละ ๑ รูป ถ้าเป็นแบบประยุกต์ก็นิมนต์พระนักเทศน์ ๒ รูปขึ้นไป ขึ้นธรรมาสน์เทศน์มีแหล่เทียบเนื้อในกัณฑ์และแหล่นอกที่เรียกว่ามีพร พาชาดกทำให้ผู้ฟังสนุกเพลิดเพลินเจริญใจ

 

ถือได้ว่างานเทศน์มหาชาตินี้เป็นงานยิ่งใหญ่ที่ต้องมีเจ้าภาพร่วมด้วยช่วยกันทำบุญให้ทานนกลายเป็นประเพณีสำคัญในการประกาศพุทธธรรมในยุคปัจจุบัน

...........................................

เก็บข้อมูลบางส่วนมาจากหนังสือของท่าน ดร. พระครูวินัยธรมานพ  ปาละพันธ์ ด้วยนมัสการขอบพระคุณยิ่ง...

บรรณานุกรม

 

ดร.พระครูวินัยธรมานพ  ปาละพันธ์ ( กนฺตสีโล ). 2553 . สืบสานการเทศน์มหาชาติ.

        กรุงเทพ ฯ : บริษัท  เอดิสัน  เพรส  โพรดักส์  จำกัด.