ณ หมู่บ้านพนาสน ๔ มีนบุรี

วันพุธที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔

กราบสวัสดีค่ะครู

                วันนี้ขับรถพาแม่ น้าราญ และพี่แดง เข้ามากรุงเทพ เข้ามานอนค้างบ้านพี่น้อย แถว ๆ มีนบุรีค่ะ ก่อนที่ติ๋วจะแยกไปประชุมพรุ่งนี้ เมื่อเช้าตั้งใจกับตนเองขอขึ้นไปจังหันเช้าก่อน ยอมรับกับตนเองว่า “อยากไปวัด” ค่ะครู ก่อนเดินทางไกลขอโอกาสได้กราบครูบาอาจารย์ฟังธรรมก่อน ส่วนหนึ่งภายในติ๋วก็ร่ำร้องคร่ำครวญว่าช่วงนี้ทำงาน “เหนื่อยจัง” ไปโน่นไปนี่ รับรู้กับตนเองว่า “ไปรับใช้” ผู้คนทุกคนที่เราเจอ รับใช้ทุกสิ่งทุกอย่าง น้อมนำคำที่ครูสอนมาสู่ใจว่า “ทุกอย่างที่เข้ามาคือ โอกาส” เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ใจเปลี่ยนไป เมื่อก่อนการเดินทางไปที่ต่าง ๆ ภายในจะรู้สึกว่า

 “ฉันเก่ง ฉันดูดี”

 แต่เดี๋ยวนี้รู้สึก “เหนื่อยค่ะ”

เป็นเหมือนกับภายในบอกว่า “ไม่อยากทำแล้ว แต่ก็ยังต้องทำอยู่” อธิบายไม่ถูกค่ะ

เลี้ยวรถเข้าวัดเห็นหลวงปู่ท่านกำลังกวาดตาด จึงเข้าไปกราบท่าน

หลวงปู่อายุมากแล้ว ท่านก็ยังทำงานกวาดตาด และทำกิจวัตรอื่น ๆ พอขึ้นศาลา ท่านเอ่ยว่า

“เมื่อวานไปสวด สวดอะไรก็ไม่รู้ของเขา เสร็จแล้วว่าจะกลับ ช่างศิริยนต์ก็นิมนต์ไปบ้านเขาให้ไปช่วยสอนลูกน้องเขา”

ครูค่ะใจติ๋วรู้สึกทึ่ง เหมือนหลวงปู่ท่านเมตตาสอน แม้ท่านอายุมากแล้ว ไม่ค่อยสบายอยู่ด้วย แต่ท่านก็ยังทำงาน เทศน์สอนลูกศิษย์ไม่เคยละเลย ครูบาอาจารย์ท่านเป็นต้นแบบของการทำงาน พอได้ฟังเทศน์ของหลวงปู่เมื่อเช้าแม้ประโยคสั้น ๆ เหมือนติ๋วได้คำตอบกับตนเองว่า

“ให้กลับไปทำงาน”

แล้วครั้งหนึ่งที่แวะเอารถมาให้หลวงปู่ท่านเจิมก่อนไปทำงานแถว ๆบ้าน ท่านก็เมตตามาเจิมให้แล้วก็บอกว่า “เอาเสร็จแล้ว ให้กลับไปทำงาน” เหมือนประโยคนั้นของหลวงปู่ดังขึ้นมาในใจ พอมาถึงบ้านพี่ตุ๊กแนะว่า “เอารถไปล้างหน่อยซิ” ตอนแรกติ๋วกะแค่ดูด ๆ ฝุ่นนิดหน่อย พอจะถึงวังน้อยจอดพักแล้วค่อยล้าง  “แต่สุดท้ายก็ไปที่คาแคร์” ไม่นานก็เสร็จขับรถไปรับน้าราญ พอรถสะอาดสะอ้านมานึกถึงใจตนเอง “น้าราญก็เป็นภูมิแพ้ การเดินทางหลายชั่วโมงในรถที่ฝุ่นเยอะ ๆ ท่านคงจะลำบาก ติ๋วแทบไม่คิดถึงใจคนอื่นเลยค่ะ การล้างรถที่วังน้อยก็เพื่อ กลัวเพื่อน ๆ เห็นแล้วจะว่า รถเลอะเทอะ” ใจภายในเป็นเช่นนี้จริง ๆค่ะ พอเห็นตรงนี้แล้วก็รู้สึกอายจังค่ะ แล้วก็รู้สึกว่า การล้างรถที่วังน้อยไม่จำเป็นอีกต่อไป

ตลอดการเดินทางติ๋วจะเปิดฟังวิทยุหลวงตา เพราะที่บ้านก็จะชอบฟัง ช่วงที่สัญญาณไม่ชัดก็จะเปิดเสียงอ่านหนังสือ “หลวงตาพาดำเนินของโจโฉ” รู้สึกได้ว่า น้าราญและทุกคนในรถตั้งใจฟัง ขับรถเรื่อย ๆ จากบ้านติ๋วจนถึงกรุงเทพใช้เวลาประมาณแปดชั่วโมงรวมช่วงเวลาจอดแวะปั้มและรอเติมแก๊สด้วย รู้สึกแปลกใจกับตนเอง

“ทำไมไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่ เหมือนมีหลวงตาอยู่ด้วยตลอดเส้นทางค่ะ ส่วนหนึ่งเลิกกินกาแฟแล้ว ส่วนหนึ่งพยายามเจริญสติกับการขับขี่ เป็นความลงตัวของการเดินทางในครั้งนี้”

เพราะครั้งล่าสุดที่ไปหาครู เห็นเด็ก ๆ ที่มาฟื้นฟูแล้ว รู้สึกละอายแก่ใจ จึงตั้งใจเลิกกาแฟเด็ดขาด การเลิกทางกาย ดูเหมือนจะแสดงอาการติดเพียงไม่กี่วันค่ะครู แต่การเลิกทางจิตใจนี่ต้องดูกันยาว ๆ เพราะดูเหมือนการติดกาแฟของติ๋วเป็นการติดทางจิตใจ ที่ยังเป็นปัญหาเรื้อรังจนทุกวันนี้ สำหรับวันนี้แค่นี้ก่อนนะคะครู......................รักและเคารพครูเสมอค่ะ............ลูกศิษย์