จุดพลุปฏิรูปการเมือง...
เส้นทางอีกยาวไกลประชาชนต้องรุกอย่าตั้งรับ
เมื่อ 21 มกราคมที่ผ่านมานี้ ผู้เขียนได้ร่วมประชุมเพื่อคัดเลือก(สรรหา)กันเองของผู้แทนองค์กรเอกชนเพื่อเป็นกรรมการสรรหากรรมการปฏิรูปกฎหมาย ในฐานะผู้แทนสมาคมผู้บริโภคสงขลา ซึ่งเป็นด้านคุ้มครองผู้บริโภคโดยได้คัดเลือก ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี จากมูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนา ในวันนั้นเป็นการคัดเลือกผู้แทนองค์กรเอกชน 4 ด้าน 3 ด้านที่เหลือคือ ด้านแรงงาน ด้านสิทธิมนุษยชน ด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ


หลายปีที่ผ่านมานี่ภาคประชาชนรวมถึงองค์กรเอกชนต้องเข้าสู่กระบวนการมีส่วนร่วมในรูปแบบต่างๆที่มีหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชนจัดให้ บางครั้งก็เรียกว่าการรับฟังความคิดเห็นแต่กลายเป็นการนั่งฟังข้อมูลจากนักวิชาการบ้าง จากเอกชนที่ทำโครงการก่อสร้างต่างๆบ้าง เป็นอันว่า กระบวนการเหล่านั้นใช้ได้ผลในระยะแรกๆเพราะต่อมาก็จะมีผู้เข้าร่วมประชุมเริ่มทักท้วงเรื่องการจัดสรรเวลาเพื่อรับฟัง "ความคิดเห็น"ของผู้ร่วมประชุม ก็ได้ผลบ้างตามสภาพ
แต่ในครั้งนี้เป็นกระบวนการสองชั้นที่เรียกได้ว่าเป็น การสรรหากรรมการสรรหากรรมการปฏิรูปกฎหมาย ในการทำงานสำคัญคือ ปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งมีที่มาจาก รัฐธรรมนูญปี 2550 ส่วนที่ 5 แนวนโยบายด้านกฎหมายและการยุติธรรม มาตรา 81(3) รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านกฎหมายและการยุติธรรม ดังต่อไปนี้..
81(3)จัดให้มีกฎหมายเพื่อจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมายที่ดำเนินการเป็นอิสระ เพื่อปรับปรุงและพัฒนากฎหมายของประเทศ รวมทั้งปรับปรุงกฎหมายให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญโดยต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายนั้นประกอบด้วย
งานช้างขนาดนี้...รับรู้กันมากแค่ไหน
ไม่ใช่ภาระของใครที่ต้องป่าวประกาศ แต่ปัญหาเชิงซ้อนคือบางกลุ่มก็ไม่รับรองหรือยอมรับการก่อเกิด คณะปฏิรูปกฎหมาย ได้อย่างสนิทใจ ขณะที่การประชาสัมพันธ์รับรู้ก็อยู่ในวงจำกัด ความยากหลายชั้นก็มาตกอยู่ทีึ่่ภาคประชาชน จะหวังอะไรได้จากกรมการคณะนี้ ถ้าเป็นช้างระดับออกศึกก็คงดี แต่ถ้าเป็นช้างเหยียบกับระเบิดก็ต้องคิดหนักกันหน่อยว่าทิศทางที่จะเข้าไปลุยคงต้องใช้ช้างแปลงร่าง ขนาดกฎหมายฉบับเดียวยังมีเรื่องให้ถกมากมาย นี่ต้องปรับปรุงพัฒนากฎหมายของประเทศตั้งกี่ฉบับที่เกี่ยวโยงกัน ดังรายละเอียดตามบทความ องค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมายโดย สราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2553 ใน มติชน ตามลิ้งค์นี้
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1279103678&grpid=no&catid=02
ไม่ต้องรอ...ลุยเลย
ถนัดนักกับเรื่องแบบนี้ กฎหมายหลายตัวที่ภาคประชาชนเสนอทั้งที่ดูเหมือนง่ายทั้ง พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พรบ.องค์การอิสระคุ้มครองผุ้บริโภค พรบ.องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม หรือกระทั่ง พรบ.ป่าชุมชนที่ไม่รู้อยู่ตรงไหน พรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯก็ยังต้องสะสางกันเรื่องความเข้าใจ และกฎหมายอีกหลายฉบับที่ คณะกรรมการปฏิรูปต้องมาทำหน้าที่คล้ายกฤษฎีกาภาคประชาชนช่วยให้เกิดการร่างที่เป็นจริงและสอดคล้องกับหลักกฎหมายทั่วไป นี่แหละหน้าที่ของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย แต่ระหว่างนี้ เครือข่ายประชาชนต่างๆก็คงไม่ตั้งหน้าตั้งตารออย่างเดียวเพราะทุกเครือข่ายมีปฏิบัติการเชิงรุกเป็นแผนคู่ขนานอยู่แล้ว....
สรรหาได้คนเก่งคนดี ย่อมมีคุณค่าต่อการงานสำคัญที่จะมีมาถึง
งานประชุมแบบนี้จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าคิดว่าเป็นการเรียนรู้เพื่อยกระดับการทำงานขององค์กรประชาชนก็ต้องฝึกซ้อม ครูหยุยช่วยเสนอแนะให้องค์กรประชาชนเข้มแข็งฝากไว้ด้วยจะเป็นประโยชน์อย่างมาก ต่อองค์กรที่กำลังก่อตัว อย่างน้อยก็ในฐานะที่ครูหยุยเป็นผู้มีส่วนร่วมจัดตั้งองค์กรมาตั้งแต่แรก
คนดีเกิดได้ก็ต้องถูกทดสอบจิตใจ...แต่ถ้ามีแนวทางก็ลดความเสี่ยง
ติดตามรายงานการประชุมเรื่องนี้ได้ที่
http://www.lrc.go.th/meeting/seminar/DocLib3/ผู้แทนองค์กรเอกชน/สรุปรายงานการประชุม/สรุปผลการประชุมเพื่อคัดเลือกกันเองของผู้แทนองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองผู้บริโภคฯ.PDF
ได้เข้าไปทาง บล็อกของคุณอัครพงษ์แล้วมีข้อมูลการประชุมที่ผ่านมาน่าสนใจมากค่ะ
แจ้งให้เพื่อนๆในสมาคมผู้บริโภคสงขลาและเครือข่ายผู้บริโภคภาคใต้
ซึ่งดำเนินงานศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมทั้ง 5 ศูนย์ของภาคใต้
ทุกคนสนใจและตกลงว่าจะดำเนินการขยายผลข้อมูลเรื่องการปฏิรูปกฎหมายต่อกับเครือข่ายในพื้นที่ค่ะ
เว๊บไซต์คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเปลี่ยนเป็น http://www.lrct.go.th
เห็นรูปนี้แล้วจำได้ว่าผมเป็นผู้ช่วยในการประชุมสรรหากันเองขององค์กรเอกชนภาคประชาชนเพื่อไปเป็นกรรมการสรรหากรรมการปฏิรูปกฎหมายในครั้งนั้น บัดนี้ กรรมการปฏิรูปกฎหมายใกล้จะหมดวาระแล้ว ต้องมีการดำเนินการแต่เนิ่น ๆ อีกครั้งหนึ่งแล้วครับ โปรดติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.lrct.go.th/th/?p=15053