เช้าวันที่ ๒๒ ม.ค. ๕๔ ผมฟังวิทยุจุฬา เอฟเอ็ม ๑๐๑.๕ ระหว่างวิ่งออกกำลัง โชคดี ได้ฟัง รศ. ตระกูล มีชัย พูดเรื่องจำนวน สส. ว่าควรลดลงเหลือ ๓๐๐ คน ตรงใจผมพอดี จึงเขียนบันทึกสนับสนุนความเห็นของท่าน
เหตุผลคือ เสียดายเงินภาษีของพวกเรา เพราะมี สส. เพิ่มชึ้น ๑ คน เราต้องจ่ายภาษีจ้างให้ทำงาน (ซึ่งก็ไม่ค่อยทำ หรือทำไม่ตรงกับประโยชน์ส่วนรวม) ปีหนึ่งกว่า ๓ ล้านบาท สมัยหนึ่ง ๔ ปี ก็กว่า ๑๒ ล้านบาทต่อคน กว่าแค่ไหนน่าจะมีคนวิจัย ทำให้ผมนึกถึงโจทย์วิจัยความคุ้มค่าของการมี สส. และจำนวน สส. ที่เหมาะสมในระบบการเมืองไทย
รศ. ตระกูลบอกว่า มี สส. มาก คอรัปชั่นก็มากเป็นเงาตามตัว เป็นที่รู้กันว่า งบประมาณของโครงการใหญ่ๆ เงินก้อนโตๆ ถูกกินหัวคิวถึงร้อยละ ๓๐
เหตุผลสำคัญที่สุดคือ ความจำเป็นต้องมี สส. สำหรับไปเยี่ยม ดูแลทุกข์สุขของประชาชนในพื้นที่ ได้หมดหรือเกือบหมดไปแล้ว เพราะเรามีระบบการเมืองท้องถิ่นดูแลอยู่แล้ว
วิจารณ์ พานิช
๒๒ ม.ค. ๕๔
เรียนอาจารย์
ผมเห็นด้วยกับอาจารย์ทุกประการในการที่จะลดจำนวนส.ส.ของบ้านเรา อันที่จริงผมว่าควรจะมีแค่ 250 คน และสว.อีก250 เพื่อที่รวมกันแล้วจะได้ 500 พอดี จะได้เหมาะสมกับที่ที่เค้าพูดกันว่าผู้ทรงเกียรติ500
แต่อาจารย์ครับการคอรับชั่นโกงกินนั้น ต่อให้มีสส.เท่าไหร่หรือให้เงินเดือนท่านผู้ทรงเกียรติทั้งหลายอีกคนละ100เปอร์เซนต์ มันก็คงยังจะแก้ปัญหาการคอรับชั่นในเมืองไทยให้หมดไปไม่ได้หรอกครับ....เพราะการโกงกินคอรับชั่นมันได้ซึมซับเข้าไปในทุกวงการแล้ว.......ดังนั้น..ถ้า.เราไม่สร้างจิตสำนึกของคนให้สูงขึ้น.อีก10ชาติเราก็คงแก้ปัญหานี้ไม่หมด...การที่สังคมหวังพึ่งการศึกษาเป็นเครื่องมือแก้ปัญหานั้น ....ความคาดหวังที่สูงเกินความเป็นไปได้ไปหน่อย..........อาจารย์ลองหันกลับมาดูคนที่มีหน้าที่ในการสร้างจิตสำนึกที่ดีให้กับเยาวชนบ้านเราสิครับ....ผมว่าถ้ามีการสำรวจอาชีพที่มีรายได้ไม่พอกับรายจ่ายมากที่สุด...อาจารย์คงรู้คำตอบน่ะครับว่าอาชีพอะไร..............