บันทึกวันน้ำท่วมที่บริสเบน ตอนที่ 1: โหมดเตือนภัยและตื่นตัว

เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในรัฐ Queensland และโดยเฉพาะในเมืองหลวง Brisbane ในช่วงเดือนมกราคม 2554 เป็นเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้น และน่าจดจำไว้เป็นบทเรียนในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าบทเรียนสำหรับปัจเจกบุคคลอย่างเรา ๆ สำหรับชุมชน หรือสำหรับผู้นำผู้บริหารบ้านเมือง

เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในรัฐ Queensland และโดยเฉพาะในเมืองหลวง Brisbane ในช่วงเดือนมกราคม 2554 เป็นเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้น และน่าจดจำไว้เป็นบทเรียนในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าบทเรียนสำหรับปัจเจกบุคคลอย่างเรา ๆ สำหรับชุมชน หรือสำหรับผู้นำผู้บริหารบ้านเมือง จากการที่เป็นผู้ประสบกับเหตุการณ์นี้ด้วยตนเองทำให้ฉันได้กลับไปทบทวนข้อความ รูปภาพ และความเห็นสะท้อนกลับจากเพื่อน ๆ ในเฟสบุ๊ก ทำให้ได้ใคร่ครวญและเห็นแง่คิดของเหตุการณ์หลาย ๆ ที่อยากจะบันทึกไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองลืมบทเรียนรู้จากเหตุการณ์นี้

---------------------------

จะตกไปถึงหน้ายยยยยเนี่ยฝนออสสะเตเลีย...อยู่บ้านกันทู้กวันจนทั้งเหี่ยวและทั้งอืดแล้ว 

Facebook status on 09 January at 15:19

 ฝนตกต่อเนื่องมาหลายวันและจะตกยาวไปอีกอย่างน้อยเป็นสัปดาห์ที่ Brisbane และทุกพื้นที่ของรัฐ Queensland จนมีพื้นที่นอกเมืองและบริเวณพื้นที่รับน้ำ รวมทั้งพื้นที่ทางตอนกลางของรัฐ Queensland ขึ้นไป ประสบภัยน้ำท่วมกันไปหลายพื้นที่มายาวนานร่วมเดือน แม้ว่าระบบการจัดการและความช่วยเหลือที่นี่ค่อนข้างดี แต่ก็ยังเอาชนะธรรมชาติได้ยาก อาทิตย์นี้ชาวเมืองหลวงบริสเบนเริ่มเดือดร้อน เพราะน้ำเริ่มทะลักเข้ามาในเมืองบางจุด แม้ปัญหาจะยังไม่หนักหนาเท่านอกเมือง บ้านเราก็ไม่ยอมตกสมัยเช่นกัน ^^

 Facebook status on 10 January at 09:19

 -----------------------------------

ฉันเริ่มบ่นใน status เรื่องฝนตกและการเตือนภัยน้ำท่วมของรัฐ Queensland ตอนนั้นเริ่มมีเสียงถามไถ่ แสดงความห่วงใยจากครอบครัว และเพื่อน ๆ ทางเมืองไทยเกี่ยวกับน้ำท่วม เมื่อดูตามเหตุการณ์ในฤดูนี้เมื่อปีก่อน ๆ ฉันยังมั่นใจว่าบ้านเรายังปลอดภัยและไม่น่าจะท่วมจึงยังไม่มีความวิตกกังวลใด ๆ แค่รู้สึกลำบากและรำคาญกับเหตุการณ์ฝนตกทั้งวันทั้งคืน แถมยังเฉอะแฉะไปไหนไม่ได้มากกว่า ขณะเดียวกันทางการก็เริ่มมีการประกาศเตือนภัยอย่างถี่ยิบ แล้วก็เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงน่าตื่นตกใจและเป็นข่าวดังไปทั่วโลกขึ้นที่เมือง Toowoomba เพื่อนบ้านซึ่งห่างไกลออกไปประมาณ 100 กิโลเมตรทางตะวันตกของเมืองบริสเบนในบ่ายวันที่ 9 มกราคม ซึ่งระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่เรียกว่า in-land tsunami และมีคนจำนวน 7 คนได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตในวันนั้น สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มอยู่ในขั้นน่าเป็นห่วงและเริ่มเป็น talk of the group ในหมู่พวกเรานักเรียนไทยที่นี่ แต่ทุกคนยังไม่มีใครคิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้ใกล้ตัวขนาดนี้...

----------------------------------

 น้ำในแม่น้ำบริสเบนเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเริ่มไหลบ่าเข้าสู่ถนนบางสายที่อยู่ริมแม่น้ำในวันนี้ ชุมชนที่อยู่บริเวณริมแม่น้ำได้รับคำเตือนให้เคลื่อนย้ายข้าวของและเตรียมอพยพทุกเวลา ขณะที่เขื่อนใหญ่ที่ช่วยรับน้ำอยู่เหนือแม่น้ำบริสเบนก็มีปริมาณน้ำสูงขึ้นจนจะไม่สามารถรับน้ำได้แล้ว หากปริมาณฝนยังคงตกหนักเช่นนี้ไปอีก...  

แต่ไม่ต้องห่วงนะคะบ้านเราอยู่ห่างจากแม่น้ำบริสเบนพอสมควร และเป็นบ้านสองชั้น อย่างมากก็ท่วมสนาม หลังบ้าน และใต้ถุนบ้าน ส่วนของกินในตู้เย็นก็มีเพียบอยู่ได้อีกเป็นอาทิตย์ค่ะ ^^  

Facebook status on 11 January at 11:31

----------------------------------

วันที่ 11 มกราคม สถานการณ์ตึงเครียดเริ่มขยายมาถึงเขตเมืองบริสเบน ผู้นำของรัฐและเทศบาลนครบริสเบนเริ่มประกาศมาตรการอพยพผู้คนที่อยู่เขตริมแม่น้ำบริสเบน เริ่มมีประกาศเตือนภัยถี่ยิบ และมีการพยากรณ์ปริมาณน้ำที่จะสูงขึ้นจากระดับน้ำทะเลเป็นระยะ ๆ วันนี้ฝนเริ่มจะหยุดตกบ้างแล้ว แต่ปริมาณน้ำที่ตกค้างมาจากฝนหนักต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสทำให้เขื่อน Wivenhoe Dam เขื่อนรับน้ำขนาดใหญ่กั้นแม่น้ำบริสเบนตอนบนขึ้นไปนั้นเริ่มมีปริมาณน้ำมากเกินกว่าศักยภาพของเขื่อนจะรับได้ ทางการประกาศว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะต้องปล่อยน้ำออกมาจากเขื่อน ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำบริสเบนมีระดับสูงกว่าจุดปลอดภัยและจะเป็นอันตรายต่อบ้านเรือนและอาคารต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำ

เมื่อสถานการณ์เริ่มดูท่าจะเลวร้ายมากขึ้น ฉันเริ่มสำรวจคลังอาหารของเรา เราเพิ่งชอปปิ้งเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ล็อตใหญ่มาเมื่อสองสามวันก่อน ยังพอมีสำหรับทำอาหารได้อีกอย่างน้อยสองอาทิตย์ ถึงแม้ไฟจะดับก็คิดว่าพอจะใช้ทักษะชีวิตสมัยเด็ก ๆ ที่บ้านไม่มีไฟฟ้าเพื่อเอาตัวรอดได้ ...แต่เอ คิดอีกทีเตาถ่านก็ไม่มี เตาแก๊สก็ไม่มี แล้วจะเอาตัวรอดยังไง อ้อ...ยังมีเตาปิ้งบาร์บีคิวแบบใช้แก๊สอยู่ใต้ถุนบ้าน น่าจะพอถูไถ ผักสดและผลไม้พอมีแต่ไม่มาก แต่คิดว่าไม่เป็นไร แต่สิ่งสำคัญคืออาหารหลักของเรา ข้าวสารเหลือไม่มาก น่าจะหุงได้ซักแค่สองวัน แต่คิดอีกทีก็ไม่เป็นไร เรามีมาม่า เส้นหมี่ และบะหมี่อยู่จำนวนหนึ่งกินแทนข้าวได้

ตอนค่ำมีการเตือนภัยว่าพรุ่งนี้ (วันที่ 12) น้ำในแม่น้ำบริสเบนจะเพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึงประมาณ 4-5 เมตร และมีการเปรียบเทียบน้ำท่วมครั้งนี้กับน้ำท่วมในปี 1974 (พ.ศ.2517) ซึ่งเป็นครั้งที่ร้ายแรงในรอบประวัติศาสตร์ว่าคราวนี้จะร้ายแรงยิ่งกว่า รวมทั้งมีการประกาศว่าพรุ่งนี้เช้าจะมีการตัดกระแสไฟฟ้าในเขตเมืองบริสเบน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจุดที่เริ่มมีน้ำเอ่อนอง  ผู้คนทั้งเมืองเริ่มตื่นตระหนก ร้านขายของชำ Chinese Grocery หน้ามหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์มีนักเรียนไปต่อคิวซื้อของกินกักตุนกันยาวเหยียด รวมไปถึงซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่เล็กเกือบทุกที่ ข้าวของทยอยหมดชั้นอย่างรวดเร็ว  เพื่อนนักเรียนบางคนขึ้น status ใน facebook บอกว่าไปซื้อของกินที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตแต่ไม่มีของให้ซื้อต้องขับรถไปซื้ออีกสาขาหนึ่ง ซึ่งของก็แทบไม่มีแล้วเช่นกัน รถบนถนนทุกสายติดยาวเหยียด มหาวิทยาลัยและสถานที่ทำงานต่าง ๆ ประกาศปิดก่อนเวลาและแนะนำให้สมาชิกกลับบ้านในทันที เพื่อน ๆ ที่นี่เริ่มแชร์ข้อมูลและรูปภาพน้ำท่วมที่จุดนั้น จุดนี้ ตอนนี้น้ำเริ่มไล่เข้ามาจากจุดใกล้แม่น้ำและไล่เข้ามาเรื่อย ๆ ในเขตเมือง

ตอนกลางคืน สามีไปทำงานตามปกติ กลับมาบอกว่าถนนหลายสายที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตบ้านเราน้ำเริ่มท่วมและเริ่มมีการปิดถนนแล้ว หน้าโรงเรียนของอินดี้รวมทั้งสวนสาธารณะหลังโรงเรียนน้ำเริ่มท่วมเช่นกัน...แต่คืนนี้ไม่มีฝนลงมาซักหยด ทำให้ฉัน (และหลายคน) ยังแอบคิดว่าอาจจะเป็นการเตือนภัยแบบตื่นตูมไปมั้ยเนี่ย ...แต่ก็เอาเหอะยังดีกว่าปล่อยให้เหตุการณ์เกิดขึ้นโดยที่ไม่ได้รับรู้และเตรียมการอะไรเลย

...และพอวันรุ่งขึ้นเราถึงได้รู้ว่า การประกาศเตือนภัยที่จริงจัง แม่นยำ และมีมาตรการที่ทันท่วงทีนั้นมันก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาลจริง ๆ

 (มีต่อ ตอน 2: โหมดรับมือและจัดการภัย)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชีวิตในต่างแดน



ความเห็น (1)

น่าอ่าน บทเรียนสำคัญ จะคอยตามต่อตอนหน้า