การทำบุญใส่บาตร

         การตักบาตรหรือใส่บาตร คือ การที่พุทธศาสนิกชน นำอาหารที่ปรุงสุกแล้ว ผลไม้ และหรืออาหารแห้ง ใส่ลงในบาตรของพระสงฆ์ ซึ่งสามารถทำได้ง่ายโดยไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรทุกคนสามารถทำได้ทุกวัน การทำบุญใส่บาตรพระสงฆ์ เป็นหน้าที่ของพุทธศาสนิกชนที่ต้องปฏิบัติเพื่อเป็นการทำนุบำรุงรักษาพระพุทธศาสนาไว้ เนื่องจากพระสงฆ์เป็นพุทธบุตร เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน และเป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า จะดำรงชีพอยู่ได้ก็ต้องอาศัยความอุปถัมภ์จากญาติโยมที่ถวายอาหารและปัจจัยอื่นแก่ท่าน

 

คำอธิษฐานก่อนใส่บาตร

ก่อนจะใส่บาตร นิยมตั้งจิตอธิษฐานก่อน โดยถือ

ขันข้าวด้วยมือทั้งสองข้าง นั่งกระหย่ง ยกขันข้าวขึ้นเสมอหน้าผาก

พร้อมกับกล่าวคำอธิษฐานก่อนบริจาคทำบุญด้วยวัตถุสิ่งของ

ทุกชนิด ดังนี้

“สุทินนัง วะตะ เม ทานัง อาสะวักขะ ยาวะหัง โหตุ”

ทานของเราให้ดีแล้วหนอ ขอจงเป็นเครื่องนำมาซึ่งความสิ้นไป

แห่งอาสวะกิเลสฯ

การกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล

 เมื่อใส่บาตรเสร็จแล้ว นิยมกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล

ให้แก่บรรพบุรุษ โดยกล่าวคำกรวดน้ำแบบย่อ ว่าดังนี้

“อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย”

ขอส่วนบุญนี้ จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติ

ทั้งหลายของข้าพเจ้าจงมีความสุข

 

การทำบุญใส่บาตรวันเกิด

        ชาวพุทธส่วนมากนิยมทำบุญด้วยการใส่บาตรประจำวันเกิดทุกสัปดาห์

 เช่น คนเกิดวันอาทิตย์ ก็นิยมใส่บาตรวันอาทิตย์เป็นต้น บ้างก็นิยมทำบุญด้วย

การใส่บาตรเมื่อถึงวันเกิดทุกรอบปีบ้างการทำบุญใส่บาตรประจำวันเกิดนี้ นิยม

ใส่บาตรพระเท่าอายุ หรือเกินกว่าอายุ ๑ รูป เช่น คนอายุ ๒๕ ปี ก็นิยมใส่บาตร

พระ ๒๕ รูปบ้าง ๒๖ รูปบ้าง เป็นต้น การทำบุญใส่บาตรประจำวันเกิดนี้ เพื่อเป็น

การสร้างสมอบรมบุญวาสนาบารมีอันจะเป็นปุพเพกตปุญญตาดังกล่าวแล้ว ยังมี

ความมุ่งหมาย เพื่อเป็นการเพิ่มเติมบุญกุศลอันเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตให้เจริญ

รุ่งเรืองยิ่งขึ้น เปรียบเสมือนการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ ดวงประทีป เพื่อให้ดวง

ประทีปไม่ดับและให้ลุกโพลงขึ้น มีแสงสว่างไสวสืบต่อไปได้นานฉันใด การทำ

บุญใส่บาตรประจำวัน เกิดนี้ก็เพื่อเพิ่มเติมบุญกุศล คือ น้ำมันหล่อเลี้ยงชีวิต เพื่อ

ให้ชีวิตของตนไม่ดับลงและให้ชีวิตเจริญรุ่งเรืองสืบไปได้นานฉันนั้น

 

ข้อมูลอ้างอิง : วารสารวัฒนธรรมไทย