การเดินทางไปเรียนรู้นอกสถานที่จริงนั้น สิ่งที่เห็นอาจเป็นแค่มายาภาพ

ยามแสงแดดเปรี้ยง ๆ ตอนกลางวันเช่นนี้พอได้ลักยบเข้ามาแลบันทึกเท่าที่เวลาว่าง ๆ มีเรื่องเล่าต่อจากตอนที่แล้วว่า...ร่อยรอยคนยุคหิน  อาศัยเพิงผาหินเป็นที่อยู่อาศัยตามทิวเขาน้อยใหญ่และอยู่ใกล้ลุ่มแม่น้ำโขงนานาชาตินั้นเป็นแหล่งที่น่าศึกษาเรียนรู้อยู่ไม่น้อย

ในยุคที่มีการนับถือพระพุทธศาสนาเกิดขึ้น  คนโบราณในถิ่นนี้ได้สลักพระพุทธรูปเข้าไปในเนื้อหิน  แต่น่าเสียดายว่า 99 .99% ถูกทำลายและสูญหายไป  เหลือรอดมาพอให้สืบเค้าได้นิดเดียว  นอกนั้นมีแต่รอยงัดแงะ เอาองค์พระไป...

ดูสถานที่ทำพิธีกรรมทางศาสนาครั้งโบราณ...

จากใบเสมาที่เห็นมี 8 ทิศ ยูมิเลยเข้าใจว่า...ทุกที่ที่เห็นมีใบเสมา 8 ทิศนี้คือร่องรอยของศาสนจักรโบราณ  พระสงฆ์สมัยพุทธกาลจะสวดมนต์กำหนดเขตโบสถ์เอาหินหรือเสมาเป็นเขตแดนพุทธาวาส  โดยสวดยัติเรียบร้อย นอกใบเสมาก็คือฝ่ายอาณาจักรนั้นเอง

ในบริเวณนี้มีน้ำบ่อหินขนาดใหญ่ สลักหินกว้างออกเป็นรูป 4 เหลี่ยม แล้วลึกลงไปทำเป็นรูปวงกลม เอาไม้วัดลงไปดูความสูงระดับน้ำได้ประมาณ 6 เมตร ความลึกของบ่อหินนี้ประมาณ 9 เมตร

ภาพเงาหัวกลับในบ่อหินน้ำ...

บ่อน้ำดังกล่าวคงรองน้ำฝนเอาไว้ใช่ในชุมชนคนยุคหินโบราณมานานแสนนาน

การเดินทางชมป่าที่นำภาพมาแสดงเพียงเศษเสี้ยวเล็กเพื่อให้เห็นบรรยากาศของการนำมวลนิสิต ป. โท สาขาพระพุทธศาสนา ม. มจร. วข. นครศรีธรรมราช ออกไปศึกษาหรือไปเรียนนอกห้องเรียน  ในรายวิชาที่ยูมิบรรยายพิเศษอยู่นั้นแล.

แง่คิด...การเดินทางไปเรียนรู้นอกสถานที่จริงนั้น  สิ่งที่เห็นอาจเป็นแค่มายาภาพ เพราะอาจจะเห็นเต็มสองดวงตาแต่อาจเจอภาพลวง  ต้องใช้ดวงตาที่สามเพ่งมองอย่างพินิจวิเคราะห์จึงจะมองเห็นภาพที่จริงแท้ได้นั้นแล.