ชีวิตที่เมืองลาว : 21 มกราคม 2554 (2)


วันที่ 8 ของการทำงาน ซึ่งตรงกับวันศุกร์ที่ 21 มกราคม 2554 นั้น กำหนดการณ์คร่าว ๆ ในวันนี้คือการตั้งแบบและเท “คานคอดิน” ซึ่งมีความยาวโดยรวมประมาณ 65 เมตร

Large_2101201103

ในช่วงเช้า นอกจากช่างสุภาที่มาเป็นคนแรกแล้ว ก็ยังมีพี่น้องชาวลาวจากบ้านที่อยู่ใกล้เคียงเดินทางมาด้วยประมาณ 10 คน ซึ่งฝ่ายหญิง มีหน้าที่หลักในการเสี้ยมเศษไม้มะม่วงให้แหลมเพื่อมาค้ำคานคอดิน ส่วนฝ่ายผู้ชายก็เตรียมเข้าแบบ

 

สำหรับการดีไซน์งานในวันนี้ ถ้าหากย้อนกลับไปถึงเมื่อวานตอนเย็น ข้าพเจ้าเองก็ค่อนข้างจะคิดไม่ตกว่า หากมีคนมาช่วยมาก ๆ  แล้ว “จะให้เขาทำอะไร...?”
ซึ่งจากการที่ได้พูดคุยกับช่างสุภาแล้วก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจมากเมื่อช่างสุภาเล่าว่า “ข้าน้อยก็นอนไม่หลับ คิดอยู่ทั้งคืนว่าวันนี้จะให้เขาทำอะไร...”

จากคำพูดของช่างสุภานี้ ถ้าหากตีความหมายตามที่ข้าพเจ้าเข้าใจแล้วแสดงให้เห็นว่า ช่างสุภามีความรักและเป็นความเจ้าของงานชิ้นนี้มากกว่าการเป็นเพียงแค่คนงานที่มาทำงานไปวัน ๆ

เพราะการที่คน ๆ หนึ่งได้มาทำงานใด ๆ แล้ว เมื่อเขาเลิกงาน จิตใจเขายังจดจ่ออยู่กับงาน จนกระทั่งกับไปนอนคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกที่บ้าน แสดงว่าเขา “รัก” งานชิ้นนี้

ซึ่งถ้าหากเปรียบเทียบกับข้าพเจ้าก่อนเดินทางมานี้ก็เป็นเช่นเดียวกัน
หลาย ๆ คืนที่ไม่รู้สึกง่วง ทั้ง ๆ ที่เวลาผ่านไปตีหนึ่งก็แล้ว ตีสองก็แล้ว ถ้าหากจิตใจวนเวียนอยู่กับการเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่จะเดินทางมาทำเมรุฯครั้งนี้ จิตจะ “ตื่น” อยู่ตลอดเวลา...

แต่เมื่อคนงานทางบ้านใกล้ ที่ “นายบ้าน” ซึ่งข้าพเจ้าได้กล่าวถึงเมื่อวันก่อนว่า เขาจะจัดคนมาช่วยหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันไปเรื่อย ๆ มาถึงก่อนคนงานที่จ้างประจำจากบ้านโนนยางนั้น มาถึงแล้ว “เขามีงานทำ”

ซึ่งงานเสี้ยมไม้หลักนี้ ข้าพเจ้าลืมไปแล้วแหละว่ามีงานชิ้นนี้อยู่ในสารบบด้วย

เพราะงานเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่ละเอียดเช่นนี้ ต้องอาศัยประสบการณ์ของช่างหรือผู้ที่เคย “ใช้มือทำงาน” นั้นโดยเฉพาะ
แต่สำหรับคนที่มีหน้าที่คุมงานอย่างข้าพเจ้า การที่ได้แต่มองแบบผ่าน ๆ บางครั้งก็ลืมเนื้องานบางอย่างที่คนตัวเล็ก ๆ จะต้องทำไปได้

และเมื่อนึกย้อนกลับไปเมื่อคราวที่ได้มีโอกาสสร้างโรงย้อมผ้าที่จังหวัดเชียงใหม่ งานชิ้นนี้ข้าพเจ้าก็คลับคล้ายคลับคราว่าเคยเห็นกลุ่มของภรรยาของช่างบุญ และช่างวัน นั่งเสี้ยมไม้กันอยู่

แต่ตอนนั้นข้าพเจ้าค่อนข้างคุมอยู่ห่าง ๆ ก็คือ คุมห่างมากกว่างานชิ้นนี้ เนื่องจาก “ช่างบุญ"”เป็นช่างที่มีประสบการณ์สูงมาก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่เชียงใหม่เป็นงานเหมา เขาจะทำอะไรแต่ละวัน “ช่างบุญ” ผู้รับเหมาจะมีหน้าที่ดีไซน์ของเขาเอง เพราะถ้าเขาดีไซน์งานนี้ เขาก็มีกำไรจากส่วนต่างของแรงงานที่เขาจ้าง กับเงินค่าจ้างเหมาที่ข้าพเจ้าจะคิดคำนวณให้ ทำให้หน้าที่ของข้าพเจ้าในงานจ้างเหมามีหน้าที่เป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวกในการจัดซื้อและควบคุมงานหลักให้ได้มาตรฐานเท่านั้น ส่วนงานเตรียมอุปกรณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นไม้ค้ำอะไรต่าง ๆ จะไม่ได้ลงไปคุมเข้มมากนัก

Large_2101201118

ซึ่งต่างจากการมาทำงานที่ประเทศลาวในครั้งนี้ การจ้างงานเป็นลักษณะการจ้างรายวัน ซึ่งในครั้งนี้ ข้าพเจ้าก็กลับกลายมาต้องแบกภาระเช่นเดียวกับ “ช่างบุญ” เมื่อครั้งอยู่ที่เชียงใหม่ คือ ต้องดีไซน์งานเองทั้งหมด แต่ก็ยังดีที่ข้าพเจ้ามี “ช่างสุภา” และ “ช่างเนา” คอยคิด คอยเสริมให้ตลอด เช่นเดียวกับเช้าวันนี้ เมื่อคนงานมาถึง ก็มีงานทำ ด้วยเพราะเมื่อวานนี้ ช่างสุภาและทีมงาน วางแผนการขนไม้ใส่รถที่ไปส่งกลับมา ทำให้เช้านี้เพื่อคนงานบ้านสานะครามมาถึงจึง “มีงานทำ” โดยทันที...

วันนี้พี่น้องชาวโนนยางมาทำงานกันทั้งหมด 7 คน คือช่างสุภา เป็นชาย 1 คน และแม่ออกแวว นำทีมผู้หญิงมาอีก 6 คน
แต่ทว่าเมื่อนับรวมคนไปรวมคนมาในวันนี้มีคนมาช่วยงานเทคานคอดินรวมทั้งสิ้นเกือบ 30 คน

Large_2101201116

เพราะนอกจากทีมงานหลักที่จ้างมาจากบ้านโนนยางแล้ว เมื่อรวมกับพี่น้องที่ “นายบ้าน” เกณฑ์สับเปลี่ยนมาช่วยอีก 10 คนแล้ว ก็ยังมี “ขาจร” อย่างเช่น “อาจารย์ร่อน” และคนอื่น ๆ อีกสองสามคนมาร่วมด้วย ก็ทำให้มีคนประมาณ 20 คนแล้ว

Large_2101201115

นอกจากนั้น ทีมงานของข้าพเจ้าคนนึง ยังได้ขึ้นรถ 6 ล้อ ไปตระเวนรับเด็ก ๆ ลูก ๆ หลาน ๆ ที่มีอายุระหว่าง 10-15 ปีมาช่วยงานครั้งนี้ด้วยเกือบสิบคน
งานในวันนี้จึงสำเร็จลุล่วงไปตามที่วางแผนไว้ และเสร็จเร็วกว่ากำหนด
โดยการเคคานคอดินทั้งสิ้นประมาณ 60 เมตรนี้ เริ่มงานจริง ๆ เต็มที่ประมาณ 10 นาฬิกา และเสร็จสิ้นในเวลาประมาณ 15.30 น.เท่านั้น

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับวันนี้...
ทีมงานทั้งหญิงและชายพักเที่ยงทานข้าวแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งตอนเย็นได้ยินเสียงทีมงานผู้ชายที่ช่วยกันเข้าแบบบ่นทีมงานผู้หญิงที่มีหน้าที่เทปูนว่า “กินข้าวกับแป๊บเดียว แล้วก็รีบมาเทกันเลย เรายังสูบยาได้ไม่ถึงมวน ก็ต้องรีบมาตีแบบ...”

เพราะงานเข้าแบบจะต้องทำก่อนงานเทปูน ดังนั้นเมื่องานเทปูนจี้เข้ามา คนเข้าแบบก็ยิ่งต้องรีบมากขึ้นไปด้วย เพราะจะให้ผู้หญิงมาจี้ติด ๆ ก็จะเสียเชิงชาย ดังนั้นต่างคนก็ต่างต้องเร่งกันทำงานให้ไว
ซึ่งช่างสุภาก็มาพูดเชิงออกตัวก่อนว่า วันนี้ไม่มีเวลาดึงเอ็นแบบ “เปรี้ยะ ๆ” เลย พวกผู้หญิงเทปูนกันเร็วมาก...

Large_2101201117

เรื่องตลกประจำวัน...
หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้านในช่วงเวลาประมาณ 4 โมงเย็นแล้วนั้น
ช่างเนา กับ ช่างสุภา ทำท่างง ๆ ไม่รู้จะไปไหนกัน
โดยช่างสุภาพูดขึ้นมาว่า วันนี้เลิกไวเกิน ไม่รู้จะไปไหน
ช่างเนาก็เช่นเดียวกัน คือ เดินวนไปเวียนมา จะอยู่หรือจะไปท่าทางจะไปไหนไม่ถูก
เพราะถ้าหากพิจารณาจากแสงแดดเปรี้ยง ๆ ที่มีแล้ว ตอนนี้ยังเป็นเวลาที่เขายังจะต้องทำงานอยู่ จะให้กลับบ้านตอนนี้ เขาก็คงรู้สึกแปลก ๆ แต่แล้ว ช่างเนาก็ปล่อยให้ “มืด (ลูกชาย)” ขี่จักรยานกลับไปคนเดียว ส่วนช่างเนาซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ของช่างสุภาไป แต่ข้าพเจ้าก็ไม่ทราบว่าแดดเปรี้ยง ๆ แบบนี้เขาจะไปไหน...?

หลังจากคนงานกลับบ้านกันหมดแล้ว ข้าพเจ้าได้มีโอกาสพูดคุยกับทีมงานเพื่อวางแผนในการทำงานในวันต่อ ๆ ไป โดยบอกับทีมงานถึงสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง ณ เวลานี้ว่า ปัญหาที่สำคัญของงานเราในตอนนี้คือ “คนมาช่วยงานมีเยอะมาก ...!”

ดังนั้นข้าพเจ้ากับทีมงานจึงปรึกษาหารือกันว่า เราคงจะต้องเตรียมสั่งของมากองเตรียมไว้ให้มากขึ้น โดยในวันนี้ข้าพเจ้าได้สั่งไม้ไผ่จำนวน 50 ลำ โดยในประเทศลาวขายลำละ 20 บาท (ราคาที่เชียงใหม่ประมาณลำละ 30 บาท)

นอกจากนั้นยังได้ปรึกษาหารือเรื่องของอิฐบล็อคที่ฝากให้ทีมงานไปเช็คราคาร้านหน้าวัดที่เราเดินผ่านบ่อย ๆ ว่า เขาขายอิฐก้อนละเท่าไหร่
ก็ได้คำตอบว่า ร้านหน้าวัดขายก้อนละ 5.80 สตางค์ ส่วนร้านประจำถ้ามาส่งถึงที่หน้างานจะขายก้อนละ 5.50 บาท ไปรับที่ร้านขาย 5 บาทถ้วน

จากการคำนวณปริมาณที่จะต้องสั่งมาทำบันไดล็อตแรก จะใช้ประมาณ 1,000 ก้อน ในใจเราก็คิดว่า อยากให้ร้านหน้าวัดนี้มีโอกาสเข้ามาทำงานนี้บ้าง ถึงแม้จะแพงกว่า 300 บาท ก็ไม่ไปไร

เราจึงพูดกับทีมงานท่านนั้นว่า สั่งร้านหน้าวัดนี้ก็ได้เน๊อะ...!
แต่ Feedback ของทีมงานเมื่อเราสังเกตุดูแล้วท่าทางกระอักกระอ่วน จากความเข้าใจของเรานั้นน่าจะเกิดจากร้านหน้าวัดกับทีมงานคนนี้เป็นญาติกันและรู้จักกันมานาน คงจะเคยมีอะไรกระทบกระทั่งหรือไม่พอใจกันบ้าง
 
เรื่องจิตใจนี้สำคัญกว่าเรื่องเงิน ดังนั้นด้วยเหตุนี้เราก็คงจะต้องตัดสินใจสั่งซื้ออีกร้านหนึ่งซึ่งที่จริงแล้วก็ถูกกว่าร้านหน้าวัด คือ ถ้ามาส่งก็ก้อนละ 5.50 สตางค์ นอกจากประหยัดเงินไปได้ 300 บาทแล้ว ก็ยังทำให้ทีมงานสบายใจขึ้นได้อีกด้วย...

 

๒๐.๓๐ น. ณ ป่าช้าวัดป่าธรรมศักด์สิทธิ์

เมืองสานะคราม แขวงเวียงจันทน์

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว...

หมายเลขบันทึก: 421823เขียนเมื่อ 21 มกราคม 2011 20:36 น. ()แก้ไขเมื่อ 9 มิถุนายน 2012 19:22 น. ()สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ


ความเห็น (1)

เคยไปเที่ยวเวียงจันท์ช่วงซีเกมส์ ไม่ได้ทำงานก่อสร้าง ต้นไม้ป่าของเขายังมีให้ดูเยอะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี