หลังเสร็จจากการประชุมเดือนพฤศจิกายน เหมือนเป็นช่วงเวลาที่เราห่างหายจากงานสวนสมุนไพร พี่ติ๋วบอกเราว่างานที่ทำต่อไปคือการสรุปประชุม ทำเสร็จแล้วส่งให้ประธานอสม.แต่ละหมู่บ้าน รวมทั้งส่งให้หัวหน้าได้รับรู้ด้วย เพราะวันนั้นหัวหน้าเราไม่ได้เข้าประชุมด้วย
เลยทำให้เราได้เรียนรู้การสรุปประชุมเป็นครั้งแรก ตอนประชุมเราก็ว่าเราเข้าใจดีหรอกนะ แต่ตอนมานั่งสรุปทำไมไอ้สิ่งที่เราจดมามันมั่วกันไปหมด พอทำเสร็จเลยส่งไปให้พี่ติ๋วตรวจทาน พี่ติ๋วแย้งมาว่ามีข้อมูลเท็จอยู่จุดหนึ่ง เป็นข้อมูลที่เราฟังแล้วก็หัวเราะได้อีกแม้ขณะที่ลงมือเขียนอยู่ขณะนี้
เรื่องของเรื่องคือเราเขียนสรุปไปว่าทางศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 6 (ขอนก่น) จะสนับสนุนเรื่องกล้าสมุนไพร แต่ในที่ประชุมพี่เขาไม่ได้พูด (หงะ -_- ก็เห็นเอาสมุนไพรมาให้นิ เราเลยคิดว่าจะสนับสนุนกล้าไม้มาอีก อิอิ ชอบของฟรี)
หลังการประชุมวันนั้นเราปรับแก้โครงการใหม่ จากงบที่ใช้เพียงแค่ห้าพัน พี่ติ๋วหันมามองหน้าตอนรู้ว่างบห้าพัน ทำไมมันน้อยจังเลย (-_- ง่า.....ก็ไม่รู้นิ ว่ามันเป็นงานที่ใช้เงินพอสมควร เลยเขียนไปน้อย) ปรับงบเป็นหมื่นห้า เอาเงิน สปสช.นั่นแหละค่ะ ตัดโครงการไปดูงานทิ้งเอางบมาทุ่มที่สวน เพราะน้องการบัญชีที่สอน.บอกเราว่างบไปดูงานของเรา หมื่นเดียว ไปค้างไม่ได้หรอก เลยได้โอกาสตัดทิ้งไปเลย หาได้สนใจงานที่สปสช.กำหนดให้ทำไม่...... หึหึ
ระหว่างที่รอให้เดือนมกราคมมาถึง เราก็หันไปวุ่นวายกับการซื้อยาสมุนไพรจากโรงพยาบาลกาบเชิง พอโครงการตัวนั้นเสร็จก็สิ้นปีพอดี
เปิดปีใหม่มาโครงการสวนต้องเริ่มแล้วหละมีประธานอสม.ชื่อพ่ออุทิศ มาเร่งให้เราจัดประชุมด้วยค่ะ ท่านไฟแรงน่าดู บอกว่า
/หมอนีรีบจัดเลยผมว่า วันที่ 7 – 8 กำลังดีนะผมว่า/
นั่งไล่หาวันประชุมใหญ่อีกรอบ ทีแรกกะว่าจะเอาวันที่ 7 มกราคม 54 แต่พอใกล้วันแล้วชักขี้เกียจ (นิสัยไม่ค่อยดีเลยแฮะ) เลยว่าจะเอาวันอังคารที่ 11 มกราคม ปรากฏว่าวันนั้นมีประชุมอสม.ทั้งสามตำบล
โอ้.......งั้นเอาวันที่ 10 เราต้องรีบประชุมเล็กก่อนเพื่อหาข้อสรุปจากประธานอสม. ไว้ตอนประชุมใหญ่เราจะได้มีเรื่องไปแจมด้วย คิดได้ดังนั้นเลยตระเวนส่งหนังสือกับพี่สาวพนักงานคีข้อมมูลกันเย็นวันอาทิตย์ ขี่มอเตอร์ไซด์วนเกือบสิบห้าหมู่บ้าน (สนุกค่ะ เป็นคนซ้อน) น้องจพ.สาธาณสุขเห็นงานเราร้อนก็หัวเราะชอบใจ
/ก็บอกให้ประชุมตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วก็ไม่เชื่ออ้อย/
ใช่แล้วค่ะ น้องเขาชื่ออ้อยใจ ช่างตอกย้ำความขี้เกียจของเราให้เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นไปอีก งือ...
เราเลยได้แต่อ้ำอึ้งเพราะเถียงไม่ออก (เหอ) งานนี้สอนเราว่า อย่าผัดวันประกันพรุ่ง เพราะโอกาสในการทำอะไรบางอย่าง จะหลุดลอยไปโดยเรียกคืนไม่ได้ ต่อไปคิดได้แล้วเราจะรีบทำ งานจะได้ไม่ร้อนขนาดนี้ค่ะ
แต่แล้วในวันประชุมวันรุ่งขึ้น ดันเป็นวันประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านด้วยค่ะ
ง่า.....งานเข้าแล้วไง (รู้เรื่องเช้าวันประชุมค่ะ)