หยุดตำหนิว่ากล่าวลูกไม่ว่ากรณีใด
เรื่องเศร้าของสาวอ้อย -6
โสภณ เปียสนิท
...........................
สาม หยุดตำหนิว่ากล่าวลูกไม่ว่ากรณีใด ใช้วิธีสอนด้วยเหตุด้วยผล สอนแต่น้อย ไม่ต้องมาก แต่ตรงตามที่เห็นว่าสมควร พร้อมให้กำลังใจ ก่อนจะสอนให้ขอพรจากพระก่อนก็ดี เพื่อความเป็นมงคล
สี่ เรียกลูกมาพบในห้องพระแล้วกล่าวอโหสิกรรมแก่กันและกัน เพราะลูกทำกับแม่มามากเหลือเกิน ส่วนแม่อาจทำกับลูกเช่นนี้เช่นกันในอดีตกาลอันไกลโพ้น หากวิเคราะห์ตามหลักกฎแห่งกรรม เหตุการณ์ย่อมเป็นเช่นนี้แน่ ดังนั้นให้อโหสิกรรมต่อกันดีกว่า
ห้า เริ่มตั้งเวลาสวดมนต์เป็นประจำทุกวัน เพื่อเพิ่มบุญด้านปัญญา หากรู้เท่านั้นและมุ่งหน้าทำความดี ปัญญาเกิดขึ้นเมื่อใด ปัญหาก็จะลดลง
หก ทุกครั้งที่คิดถึงลูกสงสารลูกกลัวลูกจะหลงทางผิด ให้นึกถึงพระพุทธองค์แทน ด้วยการภาวนา “พุทโธ หรือ สัมมา อรหัง” การทำดังนี้เป็นการแสดงความรักความห่วงใยลูกอันเพียงพอ ในสถานการณ์ปัจจุบัน ขอให้ท่านช่วยคุ้มครองลูกให้ปลอดภัยไร้ทุกข์ตลอดไป”
ภาพฝรั่งภรรยาชาวไทย นำประกอบ (ภาพสมมติ)
เป็นภาพสะท้อนชีวิตของสถาบันครอบครัวที่ล้มเหลวเป็นอย่างดี
นับวันจะพบปัญหาการเลี้ยงลูกด้วยวัตถุแทนความรัก ความเข้าใจมากขึ้นนะคะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
น่าเห็นใจทั้งแม่และลูกค่ะ ถ้าอยู่แบบเป็นปฏิปักษ์ต่อกันก็ขาดความสุข
ชีวิตไม่มีทางตัน ทุกปัญหามีทางออก แม่ลูกเข้าใจกันได้เรื่องคงจบลงด้วยดีนะค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณที่อ่านตั้งแต่ต้นจนตอนสุดท้าย ค่อนข้างยาว แต่อยากให้ทุกคนเห็นความเป็นจริง ของชีวิตในปัจจุบัน
บางทีอาจเป็นมุมที่เรายังไม่ได้มอง หรือมองยังไม่เห็นนะครับ
แหม....อาจารย์
มีการลงภาพประกอบสมมุติเสียด้วย
ทำเหมือนเขาลงข่าวอะไรสักอย่างแล้วไม่เปิดเผยตัวจริง....
ความเข้าใจกันเป็นเรื่องดี แต่ระหว่างลูกับแม่ เหตุใดจังไม่เข้าใจกัน เป็นเรื่องน่าศึกษา ว่าไหมครับ
จับประเด็นได้ดีมากเลยครับ ผมนึกอย่างนั้นจริงด้วย ไม่มีใครรู้เลย ครูไก่สอนภาษาไทยใช่เปล่านี่