ไม่น่าเชื่อว่า หลังจากที่จบการศึกษามาเป็นสิบปี ได้ตัดสินใจกลับมาเรียนหนังสืออีกครั้ง แต่ครั้งนี้ แตกต่างจากการเรียนที่ผ่านมา เพราะต้องใช้พลังใจ พลังกายมากกว่าเดิมมากมายนัก ตื่นเช้า เหนื่อย ท้อ เบื่อ เพลีย ง่วงนอน สนุกสนาน ตื่นเต้น มากกว่าเดิมหลายเท่านัก ที่สำคัญ ทำงานห้าวัน เรียนสองวัน อาทิตย์หนึ่งมีเจ็ดวัน เต็มทุกวัน
เพื่อนร่วมห้อง เป็นรุ่นลูก อายุต่างกัน ยี่สิบปีขึ้นไป ความคิดความอ่าน การใช้ชีวิต สไตล์การแต่งตัว การพูดจา ก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ก็ยังโชคดีที่เด็กกลุ่มนี้ มีสัมมาคารวะ ดีมาก น่านับถือนัก และขอบคุณสำหรับความมีสัมมาคารวะ ของทุกคน
เทอมแรกผ่านไปด้วยดี อ่านหนังสือเยอะ ต้องพยายามทำงานส่งให้ทัน แต่ข้อดีที่มาเรียนมีมากที่สุด ทำให้เราได้เปิดโลกทัศน์ เรียนรู้ที่จะปรับตัวให้อยู่ร่วมกับคนที่มีอายุน้อยกว่า ได้เรียนรู้ภาษาใหม่ๆ วิธีการคิดใหม่ๆ ได้แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นที่แตกต่างกัน และหลากหลาย
ครูอาจารย์ ท่านก็มีความเมตตา มีความเป็นห่วงนักเรียนทุกคน ไม่เลือกเพศ อายุ อาวุโส ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเคารพมาก
การเรียนในครั้งนี้ เป็นการเรียนเพื่ออนาคต เพื่อใช้เป็นวิชาชีพหลังจากที่ตัดสินใจจะเลิกเสียทีกับการทำงานบริษัทเอกชน ทำไมถึงเรียกว่าเรียนเพื่ออนาคต ก็เพราะ อนาคตต้องการที่จะเป็น "ครู" นั่นเอง
อายุก็มากขึ้นทุกวัน อาจจะสายเกินไปที่จะกลับมาเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ เริ่มต้นที่จะทำอะไรที่แตกต่างจากที่เป็นอยู่ แต่ก็ไม่มีอะไรที่สายเกินไป โดยเฉพาะ "การเรียน" ไม่มีคำว่าสายที่จะเรียนรู้เพื่อให้เกิดการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความรู้ สมอง ความนึกคิด รวมถึงการเรียนรู้ที่จะอยู่กับเพื่อนที่แตกต่าง ทั้งวุฒิภาวะ วัยวุฒิ แต่ทุกอย่างก็อยู่รวมกันได้อย่างดี
การเรียนครั้งนี้ ทำให้รู้สึกว่า ยังมีอะไรอีกมากมาย หลายอย่างที่เรายังไม่รู้ หรือรู้แล้ว แต่รู้ไม่หมด การได้ค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม จากแหล่งข้อมูลอื่นๆ ในเชิงการศึกษา เช่น หนังสือพิมพ์ คอมพิวเตอร์ หรือ หนังสือวิชาการ และเอกสารที่ครูแจกให้ ทำให้รู้ได้ว่าไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะเรียนรู้ ไม่สายเกินไปที่จะทำความฝันให้เป็นจริง แต่ ทุกอย่างจะเป็นจริงได้ เราต้องเริ่มต้นที่จะทำ อย่าลังเลที่จะทำ และจงทำให้ดีที่สุด
จึงตัดสินใจมา "เรียนใหม่" และเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ถือว่าเป็น "การตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิต"
หลบพักเรื่องดูแลลูกหนี้ แล้วมานั่งนิ่งๆ ฟังเลคเชอร์ สมองคงจะผ่อนคลายเรื่องงานไปได้บ้างค่ะ ท่านผู้จัดการ
ขอเป็นเพื่อนร่วมblog เพื่อให้กำลังใจในการนั่งเรียน
ขอให้สนุกกับการเรียนและมีเพื่อนใหม่นะคะ
สบาย สบาย
ขอบคุณครับ ครู ที่ให้กำลังใจ ผมก็ขอเป็นกำลังใจให้กับครูเช่นกัน สำหรับการเรียนในระดับปริญญาเอก ที่ครู กำลังศึกษาอยู่ ประเทศไทยจะมีบุคลากรที่มีคุณค่า เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนในเร็วนี้
สบาย สบาย เหมือนกันครับ
แวบมาอ่านของพี่เกรียง อิอิ
ดีใจครับที่ได้รู้จักพี่เกรียง ถึงแม้จะอายุน้อยกว่าพ่อผมแค่ 1 ปี แต่ก็ขอเรียก "พี่" แล้วกันนะครับ เป็นพี่ที่นับถือที่สุดคนนึงเลย ^^
พี่เกรียงเปรียบเหมือนที่รวมพลังของห้อง ขอบพระคุณสำหรับข้อคิดและคำสอนดีๆที่มีแก่น้องๆค่ะ