สิ่งซ่อนเร้นในสวนสมุนไพร

 

 สิ่งซ่อนเร้นในสวนสมุนไพร (1)

 

....ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเภสัชกรที่ท่าทางเหมือนนักพัฒนากร...จะลากเราไปทำสวนสมุนไพร

 

   เรา...เป็นนักการแพทย์แผนไทย  สมุนไพรกับวิชาชีพเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าขาดกันไม่ได้ สถาบันที่เราจบมาสอนเรื่องสมุนไพรเรามาค่อนข้างเยอะ กอปกับตัวเราเองเป็นเด็กนอกเขตเมืองอยู่แล้วเราเลยรู้สมุนไพรค่อนข้างเยอะ (หึหึ นี่ไม่ใช่การอวดอ้างแต่อย่างใด) ถามว่าชอบสมุนไพรรึเปล่า ชอบอยู่นะ ชอบที่มันเป็นสมุนไพรแห้งๆแพ็กมาในถุงแล้วจ่ายให้คนไข้ตามเครื่องหมายตีนกา   มันสะดวกสบายดี

   ส่วนสมุนไพรสดเราก็ชอบอยู่หรอกแต่ยังไม่เคยจ่ายให้คนไข้ซักที เรื่องทำสวนนี่ไม่ต้องพูดถึง เพราะคิดเสมอว่า สวนสมุนไพรสำหรับเรามีเอาไว้เดินดู ไม่ใช่มีไว้ทำ!!!!  แต่แล้วจู่ๆ ก็มีสวนสมุนไพรแห่งหนึ่งให้เราลงไปสร้าง เอ่อ.....ก็ชอบอยู่นะสมุนไพร  แต่เรื่องทำสวน.....ยังไม่เคยคิดมาก่อน ..(รู้งี้หาแฟนเป็นเด็กเกษตรซักคนคงดี)

 

            คำว่าสวนสมุนไพรในความคิดของเรานั้น มันเป็นสถานที่ที่เอาไว้ใช้ดูต้นไม้เวลาสอบเภสัชกรรมแผนไทย สวนจะต้องจัดอย่างเป็นระบบ สวย น่าเดิน คงเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ช่างห่างไกลจากสิ่งที่เราต้องทำนักในการเริ่มต้นทำงานใน รพ.สต.แห่งนี้   อีกทั้งสวนสมุนไพรเองก็ไม่ใช่สิ่งที่เราจำเป็นต้องทำตามเป้าหมายที่ สปสช.กำหนด และเป็นเรื่องที่เราคิดว่าถ้ายังทำงานอยู่นี่อีกซักปีสองปี เราถึงจะลงมือทำ

    แต่เพราะพี่นักวิการสาธารณสุขที่ทำงานด้วยกันเขาเดินเข้ามาคุยกับเราตั้งแต่เข้าไปทำงานใหม่ๆ ด้วยแววตาขอร้องว่า

 

“ หมอนี ในแผนงานที่หมอนีทำ พ่อว่าสวนสมุนไพรก็เป็นสิ่งที่จำเป็นนะ “

 

 ตอนนั้นเราคิดว่าสงสัยเขาต้องอยากให้เราทำก็เลยรับปากไปว่าเราจะเขียนลงแผนที่ใช้เงินหนึ่งแสนบาทตามที่สปสช.กำหนด

            คิดแล้วก็เลยเดินไปดูสวนสมุนไพรที่อยู่ด้านหลังรพ.สต.  เพราะช่วงเวลาที่เข้าทำงานนั้นเป็นหน้าฝนพอดี  หญ้างดงามมาก ทั้งรก ทั้งสูงใหญ่ เลยทำให้ตัวเราแยกแทบไม่ออกว่าป่าหลังรพ.สต.นั้นเป็นสวนสมุนไพรหรือเป็นป่าดงดิบ (ว่าไปโน่น)   พอลองตัดสินใจเดินเข้าไปดู   อืม....มันเป็นสวนจริงๆด้วย มีการแบ่งเขตแดนพื้นที่ด้วยไม้ไผ่  มีสมุนไพรให้เห็นประปราย อยากปลูกตรงไหนก็ปลูก  ทั้งไม้ยืนต้น ไม้ล้มรุก  ดูแล้วหญ้าเยอะกว่าสมุนไพรอีก   มันเป็นป่าของแท้เลยหละ  ป่าสมุนไพร 

 

ง่า....ป่าอ่า  จงเป็นป่าในหน้าฝนนี้ไปเหอะ เราไม่ขอเอาชีวิตไปเสี่ยงกับการทำบุญเพียงเลือดไม่ถึง ซีๆให้ยุงลายในป่าสมุนไพรนี้หรอกนะ  (ความคิดช่างชั่วร้าย)

 

ความสนใจในสวน ณ เวลานั้นเลยไม่ค่อยมี เพราะยังมีสิ่งอื่นทำมากกว่า

 

เรื่องทำสวนหายไปจากความคิดนานหลายเดือน เพราะมีงานอื่นสำคัญกว่าให้ตัวเราไปทำ   แต่แล้วเหมือนโชคชะตาจะเล่นตลก บังคับให้ตัวเรากลับมาเริ่มทำสวนอย่างจริงๆจังๆ เข้าจนได้.....

            มันเริ่มมาจากการประชุม.........เราต้องไปประชุมเรื่องชุดทดสอบสมุนไพรที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 6 (ขอนแก่น) โดยคำสั่งหัวหน้า  ทั้งๆที่งานนี้เป็นงานในความรับผิดชอบของพยาบาลวิชาชีพในที่ทำงาน  ที่งานนั้นทำให้เราได้เจอกับพี่ติ๋ว เภสัชกรที่ทำงานอยู่ในนั้น

 

            จำได้ว่าได้แลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร และหมอพื้นบ้านกันนิดหน่อย จากนั้นเลยแลกเบอร์โทรศัพท์กันไว้ พี่ติ๋วบอกว่า เผื่ออยากขับรถมาเที่ยวเล่นแถวๆที่ทำงานของเรา

 

 เหมือนเรื่องมันจะไม่มีอะไร ทว่า......มันเป็นความคิดเอาเองเพียงข้างเดียว เพราะการเจอพี่ติ๋วครั้งนั้นทำให้มีเรื่องราวเกี่ยวกับสวนสมุนไพรขึ้นมาอีกมากมายได้อย่างน่าทึ่ง